ดีดดิ้นเพื่อลูกเพื่อหลาน
วันที่ 27 ธันวาคม 2547 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

ดีดดิ้นเพื่อลูกเพื่อหลาน

 

         ทองคำตั้งแต่มาจากอุดรจนถึงวันที่ ๒๗ เดือนนี้ก็ได้ตั้ง ๑๗ กิโลแล้ว ไม่ใช่เล่นๆ นะ ท่านทั้งหลายก็ตายใจได้ หลวงตาเองก็ตายใจได้ในการบริจาคและการรับบริจาค การนำไปช่วยเหลือโลกบริสุทธิ์ ทางโน้นก็ให้มาด้วยความหวังอย่างนั้น ทางนี้รับไว้ก็เพื่อความหวังอันนี้อย่างเดียวกัน ไม่มีอะไรตกเรี่ยเสียหายไปไหนเลย ไม่มีสำหรับเรา นี่ละอำนาจของธรรมตายใจได้เลย ไม่มีที่จะคิดในแง่เคลือบแคลงสงสัย เราช่วยโลกมานี้เงินก็ไม่ทราบว่ากี่หมื่นล้านที่ช่วยไปนี้ ออกหมด พวกตึก พวกโรงร่ำโรงเรียน สถานที่ราชการ มากที่สุดนะ ตึกใหญ่ๆ ทั่วไปหมด นี่หมายถึงเงินสดที่เราออก เงินสดนี้ออกช่วยคนทุกข์คนจน มีเหตุผลที่ควรจะช่วยคนทุกข์คนจนได้ เราก็ช่วยตามเหตุผล จากนั้นก็สถานสงเคราะห์ ก้าวขึ้นสู่โรงร่ำโรงเรียน ที่ราชการต่างๆ จนกระทั่งถึงโรงพยาบาล เป็นเงินสดของพี่น้องทั้งหลายแหละบริจาค

บาทหนึ่งเราไม่เคยแตะ ฟังซิ ท่านทั้งหลายเคยฟังไหม เงินตั้งทั่วประเทศไหลเข้ามาหาเรากี่พันกี่หมื่นล้าน บาทหนึ่งไม่เคยตกเรี่ยเสียหายไปด้วยความทุจริตของเรา จะมากจะน้อยออกด้วยความบริสุทธิ์ใจ และออกตามเหตุผลทุกอย่างเลย ทองคำก็ไม่แยกไปไหนละ สำหรับเงินสดนี้ทั่วประเทศกระจายไปหมด ดอลลาร์ก็เข้าคลังหลวงด้วย เดี๋ยวนี้ก็แยกออกมาช่วยโลก ช่วยกันกับเงินไทยเรา เงินไทยเราไม่พอต้องเอาดอลลาร์มาเปลี่ยนเป็นเงินไทยออกช่วยโลก ออกอย่างนี้ตลอดเลย

เราจึงได้ภูมิใจที่ได้ช่วยโลกคราวนี้ ช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเมตตาล้วนๆ ทุกอย่าง เราไม่มีอะไรติดจิตติดใจเราเลย เพราะเราก็เคยเรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบแล้วว่าเราพอทุกอย่าง เราไม่เอาอะไรเลย ทุกอย่างในสามแดนโลกธาตุนี้เราไม่เอาอะไร พอหมด ไม่มีอะไรสู้ธรรมได้เลย ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้วจ้าอยู่อย่างนั้น พูดให้มันชัดเราจวนจะตายแล้ว นี่ผลแห่งการปฏิบัติธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ศาสนาพระพุทธเจ้านี้แน่หรือไม่แน่ ให้ไปพิสูจน์กันทางด้านปฏิบัติ เพียงเราคิดความเชื่อแบบด้นเดาเกาหมัดไม่ได้แน่นะ ความเชื่อจากภาคปฏิบัตินี้กราบพระพุทธเจ้าอย่างราบๆ ไม่จำเป็นต้องเห็นพระองค์แหละ กราบเลยๆ เพราะความจริงเป็นอันเดียวกัน ปั๊บเข้าไปเท่านั้น ยอมรับเลยๆ  นี่ละธรรมอันนี้เป็นธรรมที่โลกทั้งสามตายใจได้ตลอดมา ออกไปที่ไหนตายใจได้ๆ ทั้งนั้น

อย่างที่เราออกมาช่วยพี่น้องทั้งหลายทางด้านวัตถุ ทางด้านธรรมะ ออกด้วยความแน่นอนๆ ไม่มีเคลื่อนคลาดเลย วัตถุไทยทานที่ได้มามากน้อยนี้ช่วยโลกทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะประเภทใดออกช่วยโลกทั้งนั้น ทองคำก็ได้ตั้ง ๑๑ ตันกว่าเห็นไหมล่ะ หลั่งไหลเข้าไปสู่คลังหลวงของเราพอจะหายใจได้บ้าง จากนั้นก็ประเภททองคำที่น้ำไหลซึม กำลังไหลซึมเข้ามา เพื่อจะหนุนทองคำของเราในคลังหลวงให้เพิ่มพูนมากขึ้นๆ  เราจึงได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่า เราเป็นห่วงท่านทั้งหลายนั่นแหละ สำหรับเราเราไม่เป็นห่วงเรา

มีโรงพยาบาลหรือไม่มีเราไม่เคยสนใจนะ เราพูดจริงๆ ตามหลักความจริง เราไม่ได้ไปหวังพึ่งอะไรๆ  จะเป็นจะตายอยู่ในธาตุในขันธ์นี้  ดูกันอยู่นี้  ถ้าจะแก้ไขอะไรด้วยหยูกด้วยยาพอเป็นฐานะที่จะรับกันได้แล้วก็เอามาแก้ไขเสีย ถ้าไม่เป็นฐานะที่ควรรับได้ก็ปัดออกๆ ไม่ให้มายุ่ง นี่ละเรื่องธรรม เรื่องธรรมเรื่องเป็นเรื่องตายเสมอตัว ไม่มีอะไรมีน้ำหนักต่างกัน จิตใจไม่มีหวั่นต่อเรื่องความเป็นความตาย เสมอตลอดเวลา เรื่องธาตุเรื่องขันธ์มันแปรสภาพ ตั้งแต่มีชีวิตอยู่ธรรมดามันก็แปร เวลาจะตายมันจะไม่แปรได้ยังไง แปรถึงขั้นตาย ก็ไม่เคยมีอะไรกัน เพราะพิจารณาเรียบร้อยแล้วๆ ไม่นอกเหนือจากตาข่ายคือธรรมนี้เลย ธรรมนี้เป็นตาข่ายครอบไว้ด้วยความถูกต้อง เราจึงไม่หวั่น เราพูดจริงๆ ไม่ได้อวด ให้มันจ้าเข้าในหัวใจมันก็รู้เองทุกคนๆ ไม่ไปหวังพึ่งอะไรทั้งนั้น ดูกันอยู่ รู้กันอยู่ตลอดเวลา ควรแก้ไขได้ขนาดไหน ดัดแปลงได้ขนาดไหน ซ่อมแซมได้ขนาดไหนก็ซ่อมกันไป เมื่อมันจะไม่ไหวแล้วหรือก็ปัดทีเดียวเลย ไม่ต้องไปห่วงไปใยยุ่งเหยิงวุ่นวาย

นี่ละธรรมทำความสบายให้ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งสุดขีดความสบาย ตั้งแต่มีชีวิตอยู่เบื้องต้นฟาดจนกระทั่งถึงวันตาย ธรรมมีอยู่ในใจแล้วไม่หวั่นๆ ทั้งนั้น ตายไปแล้วก็ไม่หวั่นอีก แน่นอน นี่ละธรรมเครื่องคุ้มครองรักษาเราผู้ปฏิบัติธรรม ธรรมท่านแสดงไว้ว่า ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม นั่นท่านบอกไว้ ผู้ปฏิบัติธรรม ธรรมย่อมรักษา อันนี้เราปฏิบัติเต็มเหนี่ยวภายในหัวใจแล้ว ธรรมก็รักษาเต็มเหนี่ยว จึงไม่หวั่นกับอะไร ความเป็นความตาย ความได้ความเสีย เราไม่เคยหวั่น

เรื่องราวอย่างชุลมุนวุ่นวายอยู่ในโลกเวลานี้ บรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายที่มีเจตนาหวังดีห่วงใยเรา กลัวเป็นกลัวตายด้วยเรื่องต่างๆ อย่ามายุ่ง นั่นเราพูดเท่านั้น เรื่องเป็นเรื่องตายเราเรียนมาจบแล้ว เรื่องเป็นเรื่องตายก็เป็นเรื่องสมมุติที่เป็นตายกันอยู่ทั่วโลก ไปตื่นหาอะไร ธรรมชาตินั้นคืออะไร ใครเห็น นั่น ธรรมชาตินั้นเหนือหมดแล้ว แล้วจะมามัวกลัวอยู่กับของสกปรกนี้อะไร เรื่องเกิดแก่เจ็บตายเรื่องสกปรกของวัฏฏะ ธรรมชาตินั้นไม่มีคำว่าเกิด ไม่มีคำว่าตาย แล้วเลิศเลอขนาดไหน จะมายุ่งอะไรกับของสกปรกเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่มี เป็นตายอะไรเราไม่มี ใครเป็นห่วงเป็นใยเรา อย่ามายุ่ง เราว่าเท่านั้นพอ เรื่องสกปรกว่างั้นเลย เป็นกับตายมันก็เรียนจบแล้ว ลมหายใจหมดเมื่อไรมันตายได้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ

ขอให้ทำใจให้แน่นหนามั่นคง ท่านทั้งหลายจะทราบอย่างที่พูดมานี้ จะไม่มีสองเลย ธรรมพระพุทธเจ้าว่า สนฺทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัติจะต้องรู้เองเห็นเองประจักษ์ตัวเอง ไม่ต้องถามใคร ก็เมื่อประจักษ์ในหัวใจนี่แล้วไปทูลถามพระพุทธเจ้าหาอะไร ท่านว่า สนฺทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัตินั้นแลจะเป็นผู้รู้ด้วยตัวเองไม่ต้องไปถามใคร เวลามันเจอเข้าอย่างนั้นมันหยุดทันที จะไปทูลถามพระพุทธเจ้าที่ไหนไม่มี เพราะธรรมชาตินี้เข้ากันเป็นอันเดียวกันแล้ว นี่ละการปฏิบัติธรรมมีคุณค่าสูงส่ง จนกระทั่งถึงตายใจได้ ทั้งเป็นทั้งตายมีน้ำหนักเท่ากัน ไม่มีคำว่าจะไปหวั่นกับอะไร ความเป็นอยู่ อยากเป็นอยู่ก็ไม่มี อยากตายเสียก็ไม่มี กลัวตายก็ไม่เคยมี เพราะธรรมชาติอันนี้เหนือหมดแล้ว อันนี้เป็นสมมุติ เรื่องตายเป็นสมมุติ ธรรมชาตินั้นเหนือหมดแล้วจะมาหากลัวตายอะไรกับมูตรกับคูถอย่างนี้ นี่ละธรรมพระพุทธเจ้าประกาศป้างๆ อยู่ในหัวใจของทุกคนจากการปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติแบกคัมภีร์หลังหักก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ขอให้นำมาปฏิบัติ ผลจะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติ

เรายิ่งจวนตายเท่าไรก็ยิ่งเป็นห่วงบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ห่วงข้างนอกห่วงข้างใน ห่วงไปทุกอย่าง คิดดูซิอย่างทองคำนี้ได้มามากขนาดไหนแล้ว ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ ก็ลูกหลานไทยเรามีจำนวนเท่าไร เวลานี้ก็ตั้ง ๖๒-๖๓ ล้านคน หัวใจสูดลมหายใจอยู่กับทองคำทั้งนั้น เมื่อไม่มีอันนี้แล้วเป็นประโยชน์อะไร ประเทศไทยทั้งประเทศไม่มีที่เกาะที่ยึด ไม่มีหลักเกณฑ์เป็นยังไง เมื่อมีอันนี้เข้าไปแล้วก็มีหลักมีเกณฑ์ นี่ละที่เราได้อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกาย ส่วนใหญ่ส่วนย่อยลงมาจนกระทั่งถึงประเภทซึมซาบ พยายามให้ได้เพื่อลูกหลานเรานั้นแหละ ไม่ได้เพื่อเรา ทุกอย่างเราพอ เราไม่สนใจกับอะไรแหละ

ที่ดีดดิ้นอยู่นี้ก็เพื่อลูกเพื่อหลาน เพราะฉะนั้นจึงพากันคิดคาดอดีตอนาคตให้เรียบร้อยนะจะไม่เดือดร้อน ถ้ามีแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมโดยถ่ายเดียวแล้ว ถึงเวลาจนตรอกมันเป็นด้วยกันทุกคนนั่นแหละ วันนี้พูดเพียงเท่านี้  พอฉันเสร็จแล้วนี้คิดว่าจะไปวัดอโศการาม ไปดูเจดีย์ เจดีย์นี้ตั้ง ๔๐ กว่าล้าน มีครูบาอาจารย์ทั้งหลายประเภทเพชรน้ำหนึ่งๆ เข้าบรรจุที่นั่น เราก็ต้องเทิดทูนเคารพบูชาท่าน ด้วยการขวนขวายช่วยเหลือ เราลั่นคำลงไปแล้วเราก็พยายามช่วยเต็มกำลัง ช่วยเจดีย์วัดอโศการาม ดูว่าเป็น ๔๐ กว่าล้านนะ ไม่ใช่เล่นๆ

มีแต่ครูบาอาจารย์องค์สำคัญนะ ที่จะเข้ามาบรรจุให้เป็นขวัญใจของบรรดาพี่น้องลูกหลานทั้งหลายในกาลต่อไป เมื่อสร้างไว้แล้วนี้ใครมาได้กราบไหว้เป็นมหามงคลๆ จากพระธาตุทั้งหลายที่ได้มาบรรจุไว้ ของครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่เลิศเลอๆ ทั้งนั้น เจดีย์นี้จะมีแต่องค์สำคัญๆ เข้ามาบรรจุไว้ที่นั่น เราจึงต้องได้พยายามเทิดทูนขวนขวายทุกด้านทุกทาง วันนี้ออกจากนี้ไปก็จะไปดูเสียก่อน เสร็จแล้วถึงจะย้อนมาเทศน์ที่โรงเรียนอะไร วันนี้มันก็ไม่ว่างอย่างนี้แหละ ไปวัดอโศฯ กลับมาก็มาเทศน์ เทศน์แล้วถึงได้กลับมาตอนเย็น แล้ววันหลังก็ไปศิริราช ทีแรกว่าจะไม่เทศน์ ก็มีคนป่วย ต้องไปเยี่ยมคนป่วยแล้วถึงจะเข้าศิริราช ยิ่งจวนเข้ามาทุกวัน

(ทองคำหนึ่งบาทครับ) เออ พอใจๆ ทองคำตั้งแต่เช้ามาถึงปัจจุบันนี้ได้ ๑ กิโล ๓๐ บาท ๔๖ สตางค์ (ถวายหนึ่งแสนเจ้าค่ะ) เออๆ พอใจๆ นี่ละที่กระจายออกทั่วประเทศไทยเรา ออกทั่วเลยเทียว เข้าบัญชีหลวงตาปุ๊บ หลวงตาก็เอาออกปุ๊บช่วยโลกอยู่อย่างนั้นตลอด (ถวายทองคำอีก ๑ บาทครับ) เป็น ๑ กิโลกับ ๓๒ บาทแล้ว สำหรับวันนี้ได้มากนะ เป็นห่วงชาติไทยของเราจะทำยังไง เราก็บึกบึนเวลามีชีวิตพอตะเกียกตะกายได้ เราก็อุตส่าห์พยายามช่วยเต็มกำลัง เอาละทีนี้จะให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก