ความหลอกลวงของจิตใจ
วันที่ 24 สิงหาคม 2548 เวลา 8:20 น. ความยาว 49.07 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

ความหลอกลวงของจิตใจ

ผู้กำกับ จากหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย คอลัมน์วิจารณธรรม ประจำวันพุธ หัวข้อเรื่องว่า เสียงธรรมให้แต่ความชุ่มเย็น

ที่ศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2548 คณะศิษย์สายวัดป่าได้จัดงานบุญอายุวัฒนะครบ 93 ปี ถวายแด่หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งก็หมายความว่าหลวงตาท่านเจริญอายุวัฒนะย่างเข้า 93 ปีแล้ว ถ้าจะนับไปถึงการออกเทศนาว่าการอบรมสั่งสอนขัดเกลาให้ประชาชนพลเมืองทั้งหลายเป็นคนดี ให้ดำรงชีวิตอยู่ในหลักธรรมของพระพุทธศาสนาก็จะนับได้เกินกว่า 50 ปีเข้าไปแล้ว

ช่วงเวลาแห่งการอบรมสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชนกว่า 50 ปี นับว่ามากที่สุดและนานที่สุด ซึ่งยากนักที่จะมีพระคุณเจ้าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปใดจะสามารถปฏิบัติได้เสมอเหมือนกับองค์หลวงตา และเมื่อมาถึงยุคแห่งความเจริญด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร เสียงเทศน์เสียงธรรมของหลวงตาก็แพร่กระจายออกทางสถานีวิทยุชุมชนครอบคลุมไปเกือบทุกหลังคาเรือนทั่วประเทศ

เสียงธรรมสดๆ ที่หลวงตาท่านเทศน์ทุกๆ เช้าโดยไม่มีวันหยุด นอกจากจะเผยแพร่ออกทางสถานีวิทยุ “เสียงธรรมเพื่อประชาชน” แล้ว ยังแพร่ขยายออกทางอินเตอร์เน็ตให้ผู้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ได้สดับรับฟังธรรมกันอย่างทั่วถึง

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมลูกศิษย์สายธรรมของหลวงตาจึงมีทั้งชาวอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงค์โปร์ ลาว และประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศทั่วโลก

หลวงตาท่านเทศน์สอนโดยธรรมอย่างตรงไปตรงมา สอนให้รู้จักการฝึกฝนปฏิบัติตนด้วยการเจริญสมาธิภาวนา เมื่อผู้ได้ฟังธรรมมีความเคารพเลื่อมใสในองค์หลวงตาแล้ว ทุกคนก็จะหมั่นรักษาศีล ไม่กล้ากระทำบาป ไม่กล้าที่จะเบียดเบียนข่มเหงรังแกผู้อื่น ยังส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในสังคมเดียวกับลูกศิษย์ของหลวงตาประสบแต่ความร่มเย็นเป็นสุข และไม่เพียงแค่นั้น แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยสดับรับฟังธรรมของหลวงตาเลยอีกจำนวนหลายล้านคน ก็ยังพลอยได้รับอานิสงส์จากคณะศิษย์ของหลวงตาไปด้วยอย่างถ้วนหน้า

เนื่องจากคณะศิษย์ผู้ได้ฟังธรรมของหลวงตา มักจะขอถวายปัจจัยบูชาธรรมกันทุกวัน ในบางรายจะถวายเป็นหมื่นเป็นแสนบาท ปัจจัยบูชาธรรมเหล่านี้หลวงตาท่านจะนำไปช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือตรวจตา เครื่องมือผ่าตัด เครื่องเอกซเรย์ รถพยาบาล เตียงคนไข้ และสร้างตึกสร้างอาคารให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ถ้าจะนับทั้งหมดแล้วก็ไม่น้อยกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ นี้คืออานิสงส์ที่ประชาชนคนไทยได้รับจากการแสดงธรรมของหลวงตา

มีใครบ้างที่ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล ??

แต่ก็เป็นที่น่าเสียใจยิ่งที่คนในฟากรัฐบาลบางคน กลับมองเห็นการแสดงธรรมของหลวงตาเป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม มองว่าการถ่ายทอดเสียงธรรมออกทางสถานีวิทยุชุมชนเป็นการรบกวนคลื่นวิทยุการบิน กวนคลื่นสถานีหลัก รบกวนทีวี ถึงกับทำหนังสือราชการข่มขู่หลวงตาหลายครั้งว่าจะต้องจัดการอย่างเฉียบขาด

เพื่อให้เป็นที่เข้าใจในการใช้ความถี่คลื่นวิทยุ “พล...วีรวุธ ลวะเปารยะ” อดีตนักบินรบแห่งกองทัพอากาศไทย ท่านได้ให้ข้อมูลแก่ “ณ. หนูแก้ว” ว่า คลื่นวิทยุที่นักบินเขาใช้ติดต่อกับภาคพื้นดินหรือท่าอากาศยานต่างๆ จะอยู่ในคลื่นความถี่ระหว่าง 118.1 ถึง 120.0 เมกะเฮิรตซ์ขึ้นไป ส่วนคลื่นความถี่ของสถานีวิทยุชุมชนจะอยู่ในช่วงความถี่ระหว่าง 78.5 – 108.0 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเรียกว่าเป็นคลื่นความถี่ต่ำ ทั้งสองคลื่นนี้จะไม่สามารถส่งคลื่นรบกวนกันได้เลย จะเกิดสัญญาณคลื่นสั่นบ้างก็ในขณะที่เครื่องบินกำลังจะขึ้นลง แต่ก็ไม่ถึงกับจะเกิดอันตรายอะไร เพราะถึงอย่างไร“สหพันธ์การบินสากล” หรือ ICAO.หรือ FAA. จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยทุกสนามบินทั่วโลกอยู่แล้ว

สถานีวิทยุชุมชนบางสถานีส่งคลื่นกำลังแรงขนาด 5 – 10 กิโลวัตต์ แต่สถานีวิทยุของรัฐบาลก็มีหลายสถานีที่มีกำลังส่งแรงถึง 20 – 30 กิโลวัตต์ มากกว่าวิทยุชุมชนหลายเท่าตัว

แล้วไอ้คลื่นวิทยุที่ว่ารบกวนวิทยุการบินนั้น มันเป็นคลื่นกำลังส่งของรัฐบาลเองหรือเป็นคลื่นของวิทยุชุมชน ??

. หนูแก้ว

หลวงตา ที่เขาออกหนังสือพิมพ์นี้ก็เป็นธรรม ที่ออกมาเป็นแง่เป็นทางต่างๆ ส่วนมากจิตใจของคนที่เห็นว่าที่ใดเป็นภัยอย่างนี้นะ ผิดถูกชั่วดีก็จะเหมาพวกนั้นเป็นภัยๆ เลยก็มี เช่นอย่างที่ว่าเกี่ยวกับรัฐบาลห้ามวิทยุว่าไปรบกวนวิทยุการบิน มันก็ไม่เป็นความจริงอย่างเดียว พวกที่คอยส่งเสริมให้ทั้งทางชาติทางศาสนาแตกแยกกันนี้มี เป็นความผิดสำหรับพวกนี้ แหย่เข้าไปๆ เวลาสืบสาวเข้าไปจริงๆ ทางรัฐบาลไม่รู้เรื่องนั้นมีนะ เพราะเราพูดอะไรเราพูดด้วยความเป็นธรรมจริงๆ ไม่ใช่พูดว่าพวกนั้นเป็นภัย พวกนี้เป็นคุณ เราไม่ได้เอาอย่างนั้นนะ ใครผิดใครถูกว่าไปตามหลักเกณฑ์ อย่างที่กล่าวมาเกี่ยวกับเรื่องวิทยุนี้ สอบเข้าไปหาทางรัฐบาลไม่มีก็มี มันเสกสรรปั้นขึ้นมาให้คนแตกแยกกันก็มี

เพราะฉะนั้นเราจึงยังไม่ตำหนิทีเดียวว่าจะผิดไปตามคำออกมาที่เขาโฆษณาเหมือนว่าโจมตีกัน เป็นอย่างนั้นละ เพราะเราฟังเป็นธรรมจริงๆ เราไม่ได้มีเอนมีเอียงอะไรทั้งนั้น นี่เป็นความผิดพลาดของประชาชนผู้ใดก็ตามที่ไม่หวังดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มันไปยุแหย่ให้แตกจากกันก็มี โดยอาศัยเหตุการณ์เล็กน้อยเท่านั้น มันไปทำให้แตกก็มี เราจึงไม่ควรจะเชื่อเสียทีเดียว ให้พิจารณาเหตุผลต้นปลายให้ดีทุกอย่างๆ สำหรับหลวงตานี้เรียกว่าเต็มหัวใจนี้เป็นธรรมอยู่แล้ว ไม่มีอะไรกับใครเลย ถึงจะว่าขนาดไหนหนักเบามากน้อย ก็มีแต่ชะแต่ล้างทั้งนั้นไม่มีทำลาย กรุณาทราบเอาไว้

เรื่องธรรมนี้เรายอมรับว่ากระจายออกไปมากเวลานี้ กระจายออกไปเยอะจนกระทั่งเมืองนอกก็มี ก็เสียงธรรมแหละออกไป ธรรมออกที่ไหนชุ่มเย็นๆ เพราะฉะนั้นธรรมจึงควรได้รับการบำรุง ทางศาสนาก็บำรุงขึ้นไป ทางชาติก็บำรุง นี่ถูกต้องดีงาม อย่าทำลาย ศาสนาทำลายตัวเองก็มี ชาติทำลายก็มี มันสองอย่าง การทำลายนี้ถือว่าเป็นข้าศึก ผู้ทำลายศาสนาอยู่ในวงศาสนานั้นก็คือเทวทัตในวงศาสนา ทางโลกก็ตามถ้าใครไปทำลายศาสนาแล้ว เรียกว่าผู้นั้นเป็นผู้ทำลาย

แล้วก็ย่นเข้ามาหาตัวของเราทั้งหลายที่นั่งฟังเทศน์อยู่เวลานี้ มันทำลายศาสนาหรือส่งเสริมศาสนาก็ไม่รู้ แล้วศาสนาอยู่กับใครมันก็ไม่รู้อีกนะ ศาสนาก็อยู่กับทุกคนๆ ความคิดการพูดการกระทำทุกอย่าง ถ้าเป็นความผิดจากหลักธรรมของพระพุทธเจ้า เรียกว่าทำลายศาสนา ผู้ใดทำผู้นั้นเป็นผู้ทำลาย คิดไม่ดีอยู่ภายในใจก็เป็นการทำลายศาสนาคือตัวเองอยู่ในใจ พูดออกมาก็เป็นการทำลายศาสนาด้วยวาจา กระทำลงไปก็เป็นการทำลายศาสนาด้วยการกระทำ มันออกจากบุคคลๆ แต่ละคนๆ พวกเรานี้ทำลายศาสนาหรือส่งเสริมศาสนาก็ดูเอาอีกทีนะ ว่ากว้างๆ ว่าทำลายศาสนาหรือส่งเสริมศาสนาตั้งแต่ภายนอกอย่างเดียว ให้มาดูตัวของบุคคลแต่ละคนๆ เรานี้แหละรวมแล้วเป็นศาสนา รวมแล้วเป็นโลก ให้ดู

ตัวของเราเองถ้าคิดไม่ดี ให้พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงทางคิดไม่ดีนั้นออกเสีย เอาความดีเข้ามา พูดไม่ดีก็อย่าพูด การกระทำอะไรที่เป็นภัยต่อตนและส่วนรวมแล้วอย่าทำ นี้เป็นผู้รักษาศาสนา เข้าใจเหรอ ว่ามาวัด มารักษาศาสนาหรือมาทำลายศาสนาก็ไม่ทราบนะ อยู่ในวัดนี้ก็เหมือนกัน ถ้าว่าไม่มีการทำลายศาสนา ครูอาจารย์ดุด่าว่ากล่าวอยู่ทุกวันๆ บางทีไล่ออกจากวัดก็มี ไม่มาทำลายท่านจะไล่ออกทำไม นี่ก็ยังมีพวกทำลายศาสนา อยู่ในวัดนี้ก็มี ให้แยกเข้ามาละเอียดเข้าไปถึงตัวเองซิ

ศาสนานี้เรียกว่าสุดยอดแล้วนะพี่น้องทั้งหลาย เราประกาศออกเลยทีเดียว พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เลิศเลอสุดยอดแล้วหาที่ค้านไม่ได้เลย เราปฏิบัติพุทธศาสนาตั้งแต่วันออก ก้าวขึ้นเวทีนี้เอาจริงเอาจัง ปฏิบัติกรรมฐาน เวลาเรียนก็เป็นธรรมดา ตำรับตำราท่านก็พูดไว้โดยถูกต้องทุกอย่างนั่นแหละ แต่หัวใจของเรามันสกปรก มันไปทำตำราให้เลอะๆ เทอะๆ เอาแง่สงสัยต่างๆ เข้าไปตีตำราๆ ว่าบาปมี นี่ตำราท่านบอก บุญมี ตำราท่านบอกไว้โดยถูกต้องแล้ว ศาสดาองค์เอกเป็นผู้แสดงออกมาว่า บาปมีบุญมี นรกมีสวรรค์มี พรหมโลกมี นิพพานมี เปรตผีประเภทต่างๆ ทั่วแดนโลกธาตุนี้มี นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงรู้แจ้งแทงทะลุ เรียกว่า โลกวิทู ตลอดทั่วถึง รู้แจ้งแทงทะลุตลอดทั่วถึง แสดงไว้โดยถูกต้อง

แต่พวกเราที่อ่านเข้าไปนี้ มันเอามูตรเอาคูถไปโปะไปทาไปหมด บาปมีหรือไม่มีน้า นี่อันหนึ่ง หนักกว่านั้นก็ว่าบาปไม่มี บุญมีหรือไม่มีน้า หนักกว่านั้นก็ว่าบุญไม่มี สุดท้ายก็ลบไปหมดที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ด้วยความถูกต้อง มันเอาความสกปรกรกรุงรังที่เป็นของปลอมไปกลบๆ ไว้หมด เอาตั้งแต่ของปลอมออกมาใช้ให้เป็นทองคำทั้งแท่ง มันจะเป็นได้ยังไง กองมูตรกองคูถเป็นทองคำมีอย่างเหรอ ทองคำต้องเป็นทองคำ นี่ละความสกปรกโสมมในหัวใจของสัตว์โลก แม้อ่านหนังสือธรรมะก็ไปค้านธรรมะ อ่านอะไรเรื่องอะไรเป็นความจริง มันไปหาคัดค้านต้านทานลบล้างไปหมด นี่คือความหลอกลวงของจิตใจแต่ละคนๆ

นี่เวลาเรียนไปมันก็มีแบบนั้น อ่านไปๆ ส่วนเชื่อนี่เชื่อสำหรับเราเองคือหลวงตาบัวหรืออีตาบัว พูดให้ชัดๆ อย่างนี้ละ อ่านไปๆ ความเชื่อนั้นมีมาก แต่ความไม่เชื่อมันแอบกินอยู่นั้นแหละ ก็ต้องลากคอมันออกมาซิความไม่เชื่อ คือเชื่อว่าบุญมีอย่างนี้ หลักใหญ่เชื่อว่าบุญมี หลักเล็กๆ น้อยๆ มันว่ามีเหรอ นั่นเห็นไหม บาปมีนี่หลักใหญ่เชื่อแล้วว่าบาปมี เหอ บาปมีจริงๆ เหรอ นี่แอบกินนะ ตลอดถึงนรกสวรรค์ นิพพาน มีจริงๆ เหรอ มีจริงๆ เหรอ ในส่วนใหญ่ของเราเชื่อนะ แต่ส่วนย่อยมันแบ่งกินๆ อยู่ในนั้น เราอ่านหัวใจเราเองนะมาให้พี่น้องทั้งหลายทราบ

เราเป็นผู้มุ่งอรรถมุ่งธรรม ปฏิบัติธรรม แล้วมันไปแบ่งกิน จนกระทั่งถึงนิพพาน หัวใจมุ่งต่อนิพพานอย่างหนักหน่วง แล้วนิพพานมีจริงๆ เหรอ ฟังซิน่ะ เอ้า ถ้าหากว่านิพพานมีจริงๆ แล้วเราจะเอาให้เต็มความสามารถ เอา คอขาดไปเลย ว่างั้นนะ ขอให้เป็นที่แน่ใจว่านิพพานมีจริง อย่างไรก็ไม่ถอย จะเอานิพพานให้ได้ มองไปก็ไปเห็นหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นนี่ชื่อเสียงท่านโด่งดังมาตั้งแต่เราเป็นเด็ก กระเทือนโลกมานาน ทีนี้เราจะไปตัดสินใจเรากับหลวงปู่มั่น ว่างั้นนะ ในตำรับตำราอ่านมาเอาตัดสินใจไม่ได้นะ เห็นไหมล่ะ จะเอาท่านหลวงปู่มั่นมาตัดสิน นี่เป็นองคพยานปัจจุบันเห็นต่อหน้าต่อตา ไปท่านก็ใส่เปรี้ยงๆ เลยจริงๆ สมเจตนาที่เรามุ่ง เหมือนว่าท่านกางเรดาร์ไว้เรียบร้อยแล้ว

พอเข้าไปท่านก็เปรี้ยง หือ ท่านมาหาอะไร ท่านมาหาบุญหามรรคผลนิพพานที่ไหน ไล่เข้าไปๆ ท่านก็กว้านออกมาหมด ปัดหมดเลย ไม่มีอยู่ที่ไหนโดยประการทั้งปวง มีอยู่ที่ใจ กิเลสมีอยู่ที่ใจ ธรรมมีอยู่ที่ใจ ให้ท่านขุดค้นลงที่นี่ด้วยจิตตภาวนา พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยจิตตภาวนา สาวกทั้งหลายตรัสรู้ด้วยจิตตภาวนา ท่านไม่ได้ตรัสรู้ไม่ได้บรรลุด้วยไขว่คว้าลมๆ แล้งๆ นะ เอาลงตรงนี้ นี่ท่านสอนนะ เอาลงจิตตภาวนานี่ละ จะเบิกออกให้เห็น บาปก็เห็น บุญก็เห็น กิเลสประเภทต่างๆ ตลอดถึงธรรมที่สูงสุดวิมุตติพระนิพพาน จะเห็นที่ตรงนี้ เอาให้ดี

เราฟังทุกอนุกระเบียดไม่ให้ขาดไปได้เลย ฟังทุกกิทุกกีๆ หายสงสัย นี่ละเรียกว่าสมแล้วที่ว่า เราจะไปปลงความสงสัยนี้ให้หมดกับหลวงปู่มั่น ไปก็ปลงจริงๆ ท่านก็ใส่เปรี้ยงๆ พอออกมาแล้วเดินไปยังไม่ถึงกุฏิ คือฟังธรรมะนี่อย่างถึงใจแล้วนะ ท่านพูดอย่างถึงใจๆ เหมือนว่าท่านเอาเรดาร์กางไว้เลย เราเข้าเรดาร์ท่าน ท่านก็ใส่เปรี้ยงๆ สับยำเป็นลาบออกมา เดินไปถึงกุฏิ ฟังเรียกว่าตัวพองหมดเลย ฟังอย่างถึงใจหายสงสัยทุกอย่างแล้ว เรื่องบาป บุญ นรก สวรรค์ ย่อยๆ เหล่านี้หายสงสัย นิพพานที่เป็นจุดใหญ่มีความสงสัยแทรกอยู่นั้น หายสงสัย

พอออกมา เอาละวันนี้ได้ฟังเทศน์ถึงใจแล้ว สมใจที่เรามาหาหลวงปู่มั่นเราแล้วคราวนี้ ทีนี้เราจะจริงไหม ถามเจ้าของนะ ออกทันทีเลย ต้องจริง คือเราจะจริงไหม ที่ท่านพูดนี้หายสงสัยทุกอย่างแล้ว ทีนี้เราจะจริงไหม บอกว่าต้องจริง ไม่จริงต้องตายเท่านั้น นั่นฟังซิน่ะ คำว่าตายเท่านั้นนี่ละมันสละทุกอย่าง เรื่องความพากความเพียรเราไม่อยากจะพูด เฉียดสลบๆ แต่ไม่เคยสลบเราก็บอกไม่เคยสลบ ฟัดกับกิเลสนะ เมื่อความเชื่อมรรคผลนิพพานถึงใจแล้ว จะทุกข์จะยากลำบากลำบนอะไรไม่เห็นเป็นอุปสรรคนะ จิตนี้มันดิ่งใส่นิพพาน พุ่งๆ อะไรทุกข์ยากลำบากไม่เห็นเป็นอุปสรรค เหยียบไปได้ๆ จนพุ่งลงไปทะลุ

ที่ว่ามรรคผลนิพพานมีหรือไม่มีน้า พอไปฟังพ่อแม่ครูจารย์มั่นตีตราปึ๋งแล้วมี นั่น เราก็ปฏิบัติตัวเองเข้าไปอีก ซัดเข้าไปๆ มันก็เห็นจริงๆ สุดท้ายโลกธาตุนี้หวั่นไหวเลย กระจ่างแจ้งขึ้นมา นิพพานมีหรือไม่มีที่นี่ นั่น มันลงถึงขนาดที่ว่า หือ พระพุทธเจ้าตรัสรู้-ตรัสรู้อย่างนี้ละหรือๆ เห็นไหม เวลามรรคผลนิพพานได้ปรากฏเต็มหัวใจแล้ว สงสัยหรือไม่สงสัยก็ฟังเอาซิ พระพุทธเจ้าตรัสรู้-ตรัสรู้อย่างนี้ละหรือๆ มันประจักษ์อยู่ในหัวใจของเราในขณะที่ฟ้าดินถล่ม คือกิเลสขาดสะบั้นลงไปจากใจโดยสิ้นเชิง ธรรมแท้เป็นอย่างนี้แหละหรือ พระสงฆ์แท้เป็นอย่างนี้แหละหรือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ยังไง นี่เป็นแล้วในหัวใจ ไปถามใครที่ไหน

ทีนี้คำว่ามรรคผลนิพพานมีหรือไม่มี หายสงสัยหมดเลย นี่ปฏิบัติเข้าถึงจริงจังแล้ว ธรรมเหล่านี้ละออกมาสอนพี่น้องทั้งหลาย ออกมาจากแบบนี้เอง ตั้งแต่แบบที่ว่า นิพพานมีหรือไม่มีน้า เรื่อยมาๆ โดยลำดับ จนกระทั่งถึงฟ้าดินถล่ม คำว่าฟ้าดินถล่มนั้น กิเลสกับจิตกับธรรมฟัดกันบนเวทีคือหัวใจ ขาดสะบั้นลงไปในเวลานั้นเป็นฟ้าดินถล่ม ความจริงฟ้าดินเขาก็อยู่ของเขา แต่ระหว่างขันธ์กับจิต ธาตุขันธ์ไหวทีเดียวนะ ธาตุขันธ์ของเรานี้ไหว ผึงเลยทีเดียวธาตุขันธ์ นั่นอำนาจของกิเลสกับธรรมขาดสะบั้นจากกัน

นั่นละคำว่าฟ้าดินถล่ม คือระหว่างกายกับจิตนี้มันกระเทือนมากที่สุดเลย ผึงทันที จึงบอกว่าฟ้าดินถล่มก็ไม่ผิดนะ ตั้งแต่นั้นมาแล้วพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างไร นี่มันเป็นแล้ว เราเคยรู้เมื่อไรแต่ก่อนว่า พระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร ตั้งแต่รู้จักเดียงสาภาวะมา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ติดหัวใจมา จนกระทั่งถึงขณะนั้นละ ขณะที่ว่า เหอ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ตรัสรู้อย่างนี้แหละเหรอ ๆ ถึงขนะนั้นละ พุทโธ ธัมโม สังโฆ หายเงียบ เข้ามาเป็นอันเดียวกันหมด ธรรมทั้งแท่งเลย เป็นธรรมธาตุ

เหอ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้อย่างนี้แหละเหรอ อย่างที่มันเป็นอยู่ในหัวใจเดี๋ยวนี้ นั่น พระธรรมแท้เป็นอย่างนี้แหละเหรอ เป็นอยู่ในหัวใจนี้ นั่น พระสงฆ์แท้เป็นอย่างนี้แหละหรือ เป็นอันเดียวกันแล้วนั่น พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างไร เป็นแล้วนั่น พุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นอันเดียวกันแล้ว เป็นธรรมแท่งเดียวแล้ว แล้วไปถามใคร เราพูดจริงๆ เริ่มมาตั้งแต่ออกปฏิบัติเอาพ่อแม่ครูจารย์มั่นเป็นตัวประกันทีเดียวละ จากนั้นมาก็ฟัด ทีนี้ธรรมชาตินี้เป็นตัวประกันเลย ในหัวใจนี้เป็นตัวประกัน สามแดนโลกธาตุนี้จ้าไปหมดแล้ว หายสงสัยจากธรรมพระพุทธเจ้า นี่แหละเรียกว่าธรรมแท้เป็นอยู่ที่ใจ ไม่ต้องไปถามใคร ไม่เอาใครมาเป็นพยาน

พระพุทธเจ้าตรัสรู้เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นสอนโลกได้สามแดนโลกธาตุ นี้ผึงขึ้นมาในหัวใจนี้ไม่ต้องไปทูลถามพระพุทธเจ้า การแนะนำสั่งสอนประชาชนพลเมืองที่ไหนก็ไม่ต้องไปทูลถามท่าน เต็มภูมิอยู่ในหัวใจตามวาสนาของแต่ละท่านๆ ที่จะสอนโลกนะ นั่นเห็นไหมล่ะ ขอให้ธรรมเกิดขึ้นที่ใจเถอะ เวลานี้มันมีแต่มูตรแต่คูถ ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง ครอบอยู่ในหัวใจ ธรรมแท้เกิดไม่ได้ ไม่มี มีแต่สิ่งเหล่านี้ออกหน้าออกตา ความโลภจะเอาให้โลกนี้พินาศฉิบหายด้วยความโลภ ได้เท่าไรไม่พอๆ จนกระทั่งเจ้าของตาย ความไม่พอก็มีอยู่ในหัวใจ ความโกรธ ความเคียดแค้น ราคะตัณหามีแต่ความไม่พอๆ ทั้งนั้น นี่คือฟืนคือไฟ นี่ตัวมูตรตัวคูถ ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้ราคะตัณหา อยู่ในหัวใจ เปิดเหล่านี้ออกหมดแล้วจ้าขึ้นมาแล้วเป็นอย่างไรที่นี่ทองคำทั้งแท่ง นั่นละพระพุทธเจ้าท่านเลิศ พระสงฆ์สาวกท่านเลิศอย่างนั้น

ศาสนาของพระพุทธเจ้านี้เป็นศาสนาที่ยืนยันมาตั้งกัปตั้งกัลป์แล้ว ยืนยันความจริง ความเลิศเลออยู่ที่นี่หมด ขอให้ท่านทั้งหลายได้นำไปปฏิบัตินะ อย่าให้กิเลสมันหลอกมันหลอนอันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดี มันจะตายทิ้งเปล่าๆ นะ ให้เอาธรรมที่เป็นของจริงมาปฏิบัติ ดีไม่ดีท่านสอนอย่างไร เราเป็นคนหูหนวกตาบอด ท่านเป็นคนหูดีตาดีฟังเสียงท่าน ท่านดึงไปเอาไป อย่าฝืนท่าน เจอแน่ๆ ไม่สงสัยเรื่องความจริง ไม่มีอะไรที่จะเลิศยิ่งกว่าพุทธศาสนา เราที่มาพูดนี้ออกมาจากเวที ขึ้นเวทีฟัดกับกิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้วไม่มีอะไรสงสัย ความที่จะทำให้สงสัย หรือเป็นอุปสรรคขัดข้องต่างๆ มีแต่กิเลสทั้งนั้น เมื่อกิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้วว่างไปหมด โลกธาตุนี้ สุญฺญโต โลกํ ว่างไปหมด สูญไปหมด ไม่มีอะไรเข้ามาผ่านจิตเลย นั่นเรียกว่าจิตตวิมุตติ พากันจำเอานะ วันนี้พูดเพียงเท่านี้ละ วันละเล็กละน้อยไม่มาก จำเอา

ผู้กำกับ มีปัญหาธรรมะจากอินเตอร์เน็ตครับ

หลังจากลูกได้นั่งสมาธิเสร็จ ลูกยังกำหนดดูลมหายใจเข้าออกทำความรู้สึกตามลมหายใจตลอด ซึ่งทั้งคืนลูกรู้สึกตัวตลอดในลมหายใจเข้าออก ลูกอยากกราบเรียนถามหลวงตาเจ้าค่ะว่า ลูกกำหนดมากไปหรือเปล่า เพราะบางทีที่ลูกกำหนดอยู่นั้น ลูกจะปล่อยวางให้ลมหายใจว่าง เพื่อจะได้พักหลับบ้างแต่เมื่อจะปล่อยวาง สติจะจ่อที่ลมหายใจตลอด จนลูกจะไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน ลูกควรปฏิบัติเช่นไรเจ้าค่ะ จากหลานที่รักและเคารพองค์หลวงตาอย่างสูงสุด (จาก ปาวิดา)

หลวงตา ไม่ได้นอนเพราะดูลมหายใจ ไม่มากไป เวลามันจะตายมันจะบอกตัวเอง เข้าใจไหม เราบอกว่าอย่างนี้บอกว่าไม่มากไป ถ้ามันจะตายจริงๆ ไม่มีใครจะรู้ตัวเองได้ยิ่งกว่าเรา ถ้าว่ามากไปมันจะนอนวันยังค่ำ อันนี้ไม่มากไปนะนี่ นอนวันยังค่ำคืนยังรุ่ง ไม่กินข้าวก็ได้ อันนี้ไม่มากไป ถ้าว่ามากไปหน่อยมันจะลงจุดนี้ เอาฟาดลงไป เข้าใจไหม ความตายอยู่กับเรา เขากำหนดอะไร เรายังไม่ได้ย้ำอีก เราติดใจอยู่กับคนนี้นะ เอาอ่าน

ผู้กำกับ หลังจากลูกได้นั่งสมาธิเสร็จ ลูกยังกำหนดดูลมหายใจเข้าออกทำความรู้สึกตามลมหายใจตลอด ซึ่งทั้งคืนลูกรู้สึกตัวตลอดในลมหายใจเข้าออก ลูกอยากกราบเรียนถามหลวงตาเจ้าค่ะว่า ลูกกำหนดมากไปหรือเปล่า เพราะบางทีที่ลูกกำหนดอยู่นั้น ลูกจะปล่อยวางให้ลมหายใจว่าง เพื่อจะได้พักหลับบ้างแต่เมื่อจะปล่อยวาง สติจะจ่อที่ลมหายใจตลอด จนลูกจะไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน ลูกควรปฏิบัติเช่นไรเจ้าค่ะ จากหลานที่รักและเคารพองค์หลวงตาอย่างสูงสุด

หลวงตา ลมหายใจถึงจะกำหนดรู้กันอยู่ ระยะที่ขันธ์มันจะพักตัวมันก็เปลี่ยนของมันปั๊บในขณะนั้นหลับได้อยู่นะ เหล่านี้เราผ่านมาทั้งนั้นแล้วนี่นะ เอาเสียจนกระทั่งกลางคืนทั้งคืนนอนไม่หลับเหมือนกัน กลางวันมันยังจะไม่หลับอีก หมุนติ้วๆ เวลาธรรมทำงานโดยอัตโนมัติ แก้กิเลสโดยอัตโนมัติ มันจะไม่หลับไม่นอน จนกระทั่งไปหาพ่อแม่ครูจารย์ คือทีแรกเราติดสมาธิ นิ่งทั้งวัน แน่ว ไม่มีอะไรในโลกนี้ เหลือแต่ความรู้ที่เด่น นี่เรียกว่าติดสมาธิแล้ว เล่าให้ท่านฟัง นี่ท่านไล่ออกจากสมาธิ ออกมาทางด้านปัญญา

เวลาออกทางด้านปัญญาแล้วหมุนติ้ว เลยไม่หลับไม่นอน กลางคืนตลอดรุ่งไม่หลับเลย กลางวี่กลางวันยังจะไม่หลับอีก มันจะตายแล้ว ขึ้นไปหาท่าน ท่านบอกว่านั่นมันเลยเถิด แล้วทำไงที่นี่ ให้พักผ่อนบ้าง ไม่พักผ่อนไม่ได้ เราจึงได้มากำหนดที่อื่นที่ใดไม่เอา ปัญญาที่มันหมุนติ้วๆ เป็นธรรมจักร หดย่นเข้ามา ลากเข้ามาๆ อยู่กับพุทโธคำเดียว เอาๆ ทีนี้ให้อยู่กับพุทโธคำเดียว สุดท้ายเอาพุทโธบังคับให้อยู่ เรื่องสติปัญญามันจะหมุนของมันตลอด เลยให้มันยับยั้งกันด้วยพุทโธ มันจะคิดเรื่องอะไรก็ตาม จะเอาพุทโธเป็นหลักจิตยึดรู้อยู่นี้ พุทโธๆ หลับได้

อันนี้ก็ควรจะยึดอะไรเป็นหลักให้หลับได้ก็ได้ มันไม่หลับตลอดคืนเหรอ (เขาบอกอย่างนั้นละครับ) เอาจะเปลี่ยนจากลมหายใจเข้ามาหาพุทโธก็ได้ เพื่อจะเห็นวรรคตอนของมันที่พักที่อยู่ที่หลับ แยกอย่างนี้ลองดู ของเราเรื่องปัญญามันหมุนตลอด แล้วยับยั้งกันด้วยพุทโธ ไม่ให้เอาอะไร เอาพุทโธเพื่อให้หลับนอนได้ มาอยู่นี้หลับได้ ถ้าเอาปัญญาหมุนตลอดฆ่ากิเลสๆ สุดท้ายก็จะฆ่าตัวด้วย ด้วยความไม่รู้จักประมาณ นี่เอาอย่างนั้นนะ ให้อยู่กับพุทโธๆ โดยเฉพาะนี่ก็ได้ เอาลองดูนะ

วิธีนี้เป็นวิธีหนึ่ง เราก็ไม่เคยทำอย่างนี้ แต่มันก็คล้ายคลึงกัน เปลี่ยนแปลงจากทางด้านปัญญาที่หมุนติ้วตลอดเวลาให้มาอยู่กับพุทโธแล้วไม่หมุน หลับได้ แน่ะ ถ้าอยู่กับอันนั้นไม่หลับ หมุนเข้ามาอยู่กับพุทโธ ให้อยู่จุดเดียวหลับได้ นี่กำหนดอานาปานสติอาจจะมีความพิสดารแยบคายอยู่ในลมหายใจก็ได้ มันจึงทำให้เพลินอยู่ในนั้น ไม่หลับ อันนี้ย่นเข้ามาหาพุทโธนะ แล้วหลับ เอาละผ่านไปได้ที่นี่ คือมันจุดเดียวพุทโธ ไม่เคลื่อนไม่ย้ายไปไหน พุทโธ ๆ หลับได้ คนนี้น่าฟัง เข้าแก๊ปของนักภาวนา เข้าใจไหมแก๊บ พวกนี้ไม่รู้จักแก๊ปจักกั๊บอะไรเลย มันเซ่อจะตาย

ผู้กำกับ (ผู้กำกับการกองบิน ๒๓ มากราบนมัสการขอความเมตตาอนุเคราะห์รถพยาบาลจากหลวงตาจำนวน ๑ คัน เพื่อใช้ในกองบิน ๒๓ ซึ่งหลวงตาท่านเมตตาให้)

ผู้กำกับการกองบิน ๒๓ เรื่องความถี่วิทยุครับ ผมควบคุมกำกับดูแลอยู่ครับ ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้นครับ เป็นพวกไม่หวังดีต่อประเทศชาติที่ท่านได้เทศน์ให้ญาติโยมฟัง เป็นพวกที่สร้างความแตกแยกขึ้นมาครับ

หลวงตา พวกเราเป็นพวกที่รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และบำรุงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อะไรมันขัดข้องปรึกษาหารือกันได้ ว่าอย่างนั้นเถอะเรา ขัดข้องตรงไหนก็มาบอกกันปรึกษาหารือกันได้ เพื่ออุ้มชูชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราเท่านั้นเอง พอใจๆ มันมีอยู่เรื่อย เดี๋ยวเอานั้นมาอ้างเอานี้มาอ้าง แหม เราสลดสังเวชนะ คือเราสอนโลกนี้ เอาธรรมพระพุทธเจ้าที่รื้อขนสัตว์โลกให้พ้นจากทุกข์เป็นจำนวนมากมายขนาดไหนมาสอนโลก ทำไมเข้ามาปัจจุบันนี้ เฉพาะอย่างยิ่งในเมืองไทยของเราซึ่งเป็นเมืองพุทธ แล้วทำไมจึงกลายมาเป็นข้าศึกต่อศาสนา แล้วศาสนาเลยจะกลายเป็นผู้ต้องหาเข้าไปนี้เราก็ไม่เคยได้ยิน พึ่งมาได้ยินนี่ สลดสังเวชนะเรา มันหนามากอยู่นะกิเลส มันจะไม่ยอมเลยของดี มันจะยินดีตั้งแต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด ทำลายกันตลอด เออ เอาละพอใจๆ นะ

วิทยุเรานี้ก็ โอ้โห ครอบไปเยอะนะ วิทยุต่างๆ กว้างขวางมากนะ เป็นประโยชน์แก่คนทั้งประเทศ เวลานี้วิทยุนี้ออกกระจายอย่างรวดเร็วทีเดียว ธรรมะนี่นะ ออกๆ แล้วฟังว่าอุปสรรคก็อย่างนี้ มันขัดตรงนั้นมันขวางตรงนี้ เราก็คอยฟังไปๆ เพราะธรรมนี้เป็นกลางๆ คอยฟังผิดถูกชั่วดี ไม่ได้ว่าพวกนั้นพวกนี้ ธรรมต้องฟังกลางๆ ไม่มีอะไรขัดข้องนะทางวิทยุ (ไม่มีครับ) เออ เอาละพอใจ

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz



** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก