ดอกเตอร์ทางธรรม
วันที่ 29 สิงหาคม 2548 เวลา 8:20 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมคณะครูและนักเรียนโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล

ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

ดอกเตอร์ทางธรรม

ผู้กำกับ รายงานพิเศษ หน้า 7 สัมภาษณ์พิเศษ “หลวงตาพระมหาบัว” เรื่อง พิษภัยจากน้ำเมา

ปัญหาเกี่ยวกับกิจการน้ำเมาที่ส่งผลกระทบต่อตัวผู้เสพ กระทบต่อครอบครัว ต่อคนรอบข้าง ต่อสังคมโดยรวม และต่อประเทศชาติ ซึ่งกำลังเป็นกรณีโต้แย้งอยู่ในปัจจุบัน ปัญหานี้จะสามารถแก้ไขหรือป้องกันได้อย่างไร คณะผู้สื่อข่าวได้เข้านมัสการกราบขอสัมภาษณ์เป็นกรณีพิเศษต่อ “พระธรรมวิสุทธิมงคล” หรือหลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน ณ กุฏิหลวงตา วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี เมื่อช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2548 นี้ว่า....

หลวงตาบัวนี้ตัวเท่าอึ่ง จะไปอวดต่อธรรมของพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ธรรมนี้เป็นธรรมสำหรับชำระความชั่วของสัตว์โลก ไม่ใช่เพิ่งจะมีเมื่อหลวงตาบัวเกิดขึ้นมาเมื่อไร ธรรมของพระพุทธเจ้าเลิศเลอมาแต่ไหนแล้ว พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์สอนเรื่องสุราทั้งนั้น เพราะสุราเป็นโทษร้ายแรงมากกระจัดกระจายไปหมด ถ้าลงได้เมาสุรานี้จะทำความเสียหายได้มากอย่างไม่มีประมาณ ถ้ามนุษย์เราหวังสารประโยชน์แก่ตนและส่วนรวมอยู่แล้ว ก็ไม่ควรที่จะนำสิ่งนี้มาทำลายสารประโยชน์ทั้งหลายที่มนุษย์เราจะได้จากการละเว้นสุรานะ

การดื่มสุรามันไม่มีอะไรที่จะดีเลย ดังที่ท่านเคยบอกไว้แล้วว่า

1.เสียทรัพย์ 2. ก่อการทะเลาะวิวาท 3. เกิดโรค  4. ถูกตำหนิติเตียน  5. ไม่รู้จักอาย  6.ทอนกำลังปัญญา ท่านบอกไว้อย่างชัดเจนแล้วโทษมันเป็นอย่างนี้

การเสียทรัพย์ ทรัพย์ที่ได้มานี้ควรจะมาเป็นสาระ แต่สุรามันเอาไปถลุงหมดไม่มีเหลือ ได้มาก็ได้มาเพื่อทำลายตัวเองและส่วนรวมนั้นแหละ แล้วเวลาเมาแล้วก็ก่อการทะเลาะวิวาทยุ่งไปหมด ไม่มีสูงไม่มีต่ำก็คือคนเมาสุรา อะไรๆ ก็ทำได้ แม้แต่ข่มขืนลูกตัวเอง มันควรอะไรแล้วเหรอพิจารณาซิ  อย่างนี้มันก็ทำได้ คือความเมามันไม่มีความคิดปัญญาอะไรเลย ทำตามความอยากความทะเยอทะยาน สติมันก็มีแต่ในทางที่เสีย ไม่มีในทางหักห้ามนะ

ก่อการทะเลาะวิวาท  ทะเลาะได้หมด ใครมาพูดผ่านหน้าผ่านตาไม่ได้ต้องเป็นอันธพาลขึ้นทันที คนเมาสุราคือคนหาเรื่องอยู่ตลอด คนอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้ ไอ้นี่ชอบอาละวาด ต้องทำลายไปทุกแบบทุกฉบับไม่มีที่สิ้นสุดเลย

การเกิดโรค ดื่มสุราเข้าไปมากๆ แล้วเป็นอย่างไงใครก็ทราบ ถ้าหลวงตาบัวพูดก็เหมือนกับเอาอ้อยไปขายในสวนอ้อย โทษแห่งการดื่มสุรานี้เป็นอย่างไรเกี่ยวกับโรค แล้วก็ยังถูกตำหนิติเตียน ไปที่ไหนไม่มีใครเขายกยอเลย  คนแบบนี้พอเมาสุราแล้วเขาทำได้ทุกแบบทุกฉบับ โลกทั้งหลายเขาทำไม่ได้แต่คนเมาสุรานี้ทำได้ เขาจะยกยอกันที่ไหนมีแต่เขาตำหนิกันทั้งโลกทั้งสงสาร ไอ้คนเมาสุรานี่มันเลยบ้าไปแล้วตั้งแต่มันยังไม่ดื่มสุรา พอกินสุราแล้วก็เตลิดไปลงนรกหลุมไหนก็ไม่ทราบแหละ คนดื่มสุราจะถูกตำหนิติเตียน โลกไม่มีใครเขาสรรเสริญ ก็มีแต่พวกดื่มสุราพวกสัตว์นรกทั้งเปรตที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมนั่นแหละที่มันชมเชย คนที่มีสารประโยชน์เขาจะไม่ชมเชย เขาตำหนิทั้งนั้นๆ เลยนะ

ความไม่รู้จักอาย คนเมาสุรานี้หาความอายไม่ได้ ยางอายไม่มี หน้าด้านยิ่งกว่าส้นเท้า ส้นเท้าที่ว่าด้านแล้วยังไม่ได้เท่ากับคนเมาสุรา มันด้านยิ่งกว่านั้นอีก ส้นเท้าไม่ได้เสียหายอะไร แต่คนหน้าด้านมันเสียหายอย่างมากมาย เนี่ย..มันเป็นของเล็กน้อยเมื่อไร

แล้วก็ทอนกำลังปัญญา ถ้าคนพอมีสติปัญญาอยู่บ้างเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุรา เพราะเป็นเรื่องพินาศฉิบหายไม่มีฝ่ายดีอะไรเลย ดังนั้นธรรมของท่านจึงอนุโลมให้แก่เฉพาะโรคภัยไข้เจ็บ เป็นไข้ ให้เอาสุรามาผสมกับยาก็ได้ แต่ไม่ถึงกับมีกลิ่นและรสปรากฏ ท่านอนุโลมให้เพียงแค่นั้น ไม่ให้มีรสปรากฏเด่นชัดพอเป็นธรรมดาได้นิดหน่อย ท่านอนุโลมให้ตามพระวินัยก็มี ใครจะฉลาดเกินพระพุทธเจ้าวะ ท่านเป็นหนึ่งในโลก อันใดที่จะเป็นประโยชน์ท่านก็ให้นำมาเป็นประโยชน์ ถ้าเอามาผสมยาก็ผสมเพียงเล็กน้อยได้ ไม่เคยมีพระพุทธเจ้าองค์ใดจะมาอุตริจะมาบัญญัติให้โลกทั้งหลายเป็นบ้าทั้งโลกทั้งสงสาร ให้ดื่มสุรากันทั้งหมด

ลูกเกิดมาจากพ่อจากแม่ พอตกคลอดออกมาแล้วเอาสุรากรอกเลย ไม่ต้องเอาขนมนมเนยมากรอกอย่างนี้ไม่เคยมี  พอโตขึ้นมาแล้วมาเหยียบหัวพ่อหัวแม่ หัวพ่อหัวแม่นั้นเป็นไง เลี้ยงลูกไม่ได้เอาสุรามาเลี้ยง หาแต่ของดิบของดีมาเลี้ยง พอเลี้ยงมาโตแล้วมันขึ้นไปเหยียบหัวพ่อหัวแม่ เอาสุรารดหัวพ่อหัวแม่อย่างนี้พวกนี้เลวที่สุด

ต่อกรณีที่หลวงตามหาบัวให้ความเมตตาสงสารแก่ประชาชนแก่ชาวโลก ด้วยการช่วยเหลือสร้างเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือผ่าตัด เครื่องมือในห้องไอซียู แก่โรงพยาบาลต่างๆ นับ 200 – 300 โรงพยาบาล แต่คนที่เมาสุราก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ ทำร้ายกัน ฆ่ากัน ซึ่งจากสถิติจากการวิจัยพบว่า ต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่าถึง 33,652 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรจะต้องมาสูญเสียเลย... หลวงตามหาบัว ได้กล่าวให้ความเห็นว่า  โอ้ย...ก็รู้อยู่แล้วว่าเหล้านี้มันเป็นภัยต่อโลก ก็อย่าไปกินเหล้าซี แม้แต่หมามันก็ยังไม่กินเหล้านี่นา ไอ้คนนี่มันไปสะแตกเหล้าก็เลวยิ่งกว่าหมาจะให้ว่าอย่างไร

การสร้างเครื่องมือให้แก่โรงพยาบาลนี่เราก็เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ยกตัวอย่างขึ้นอะไรนี่มันมีน้ำหนักมาก เช่น โรคตา เราได้พยายามอย่างที่สุดแล้วโรคตา เฉพาะอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลศูนย์อุดร เราให้ครอบไปหมดเลยเชียว ไม่ทราบว่ากี่สิบล้านนะ มีแต่เครื่องมือที่สั่งมาจากนอกๆ เราเป็นคนตกลงให้สั่งเข้ามาเอง แล้วเวลานี้เราก็กำลังให้ไปติดต่อตั้งศูนย์ตาขึ้นมาอีกในเขตภาคอีสานของเรานี้ จะเอาจังหวัดไหนก็ให้ปรึกษากัน ดูที่ว่าเหมาะสมแล้วหลวงตาจะตั้งศูนย์ตาตรงนั้นให้ คือเราจะหาเครื่องมือตานี้ให้ครบเลย และจากนี้เราก็จะไปตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เราต้องเอาแค่นี้เสียก่อน แล้วค่อยลุกลามไปเรื่อยๆ นี่เราก็พยายาม

เราขอยกตัวอย่างในสกลกายของเรานี้ ตานี่เป็นของสำคัญมาก เราจะเสียอวัยวะเสียแข้งเสียขา เราก็ยังเดินคืบคลานไปอะไร ก็ยังๆได้ แต่ว่าถ้าเสียดวงตาจะไม่มีความหมายอะไรเลย  เศรษฐีก็เป็นเศรษฐีอยู่เต็มตัว พอตาบอดเสียอย่างเดียว เศรษฐีก็ไม่มีความหมาย พอตาบอดเท่านั้นเศรษฐีที่มีชื่อเสียงอะไรก็ตามลดลงฮวบ หมดความหมายสำหรับคนๆ นั้นทันทีเลย เป็นคนไร้คุณค่าทันที เพราะอำนาจของสายตานี่แหละ เราช่วยโลกเราก็มีเหตุผลกลไกของเรานะ เครื่องมือผ่าตัดสมงสมอง เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เครื่องอัลตร้าซาวด์นี้เราก็ให้ตั้ง 2 เครื่องดีๆ ทั้งนั้น และยังให้ปลีกให้ย่อยอีกนับไม่ได้นะ

เกี่ยวกับการโฆษณาเชิญชวนให้เกิดความอยากดื่มสุราและเบียร์ ซึ่งยังมีการปล่อยให้โฆษณาตามสื่อต่างๆ ได้ค่อนข้างเสรี ขณะที่การโฆษณาบุหรี่กลับถูกกวดขันอย่างเข้มงวด แม้แต่ซองบุหรี่ก็ยังบังคับให้ติดภาพที่น่ากลัว หลวงตามหาบัว กล่าวให้ความเห็นว่า

เรื่องนี้เป็นกลอุบายวิธีขายซึ่งเขาต้องการหารายได้ ถ้าเรารู้ถึงพิษภัยของเหล่านี้แล้วเราไม่กินเสียอย่างเดียว มันก็ไม่มารบราฆ่าฟันเราละ คนไหนเห็นว่าเป็นภัยๆ เสียอย่างเดียว เขาจะประกาศขนาดไหนก็ตาม เราไม่กินของเขาเสียอย่างเดียวก็พอ ไม่จำเป็นจะต้องไปบีบบังคับเขาใช่ไหมล่ะ ขอให้ธรรมเข้าถึงๆ ใจเถอะน่ะ มันจะมีกี่เหล้ากี่โรงมันไม่แตะทั้งนั้นแหละ ตายก็ให้ตายไปเลยเราไม่แตะเราพูดจริงๆ พูดออกจากหัวใจเลยนะ นี่แหละธรรมถึงใจ “ตายก็ให้ตายไปเลยเราต้องไม่กิน” เมื่อธรรมถึงใจแล้วตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเรียบร้อยแล้วเราก็ไม่กิน มันจะเป็นอะไร ตั้งแต่เกิดมาพ่อแม่เราไม่ได้เอาเหล้ามากรอกปากเรานี่นะ มีแต่ของดิบของดีมากรอกปากเรา แล้วเราจะมาเก่งกว่าพ่อกว่าแม่จะเอาสุรามาเหยียบหัวพ่อหัวแม่เราได้อย่างไร

เพียงเท่านี้ก็เลิกกันได้แล้วนะ ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ขายต้องกระทบกระเทือนนะ ห้ามอย่างนั้นห้ามอย่างนี้ จะมาบังคับกันไม่สมควร ผู้ที่เห็นภัยไม่กินเสียอย่างเดียวเขาจะมาว่าอะไรได้ ไม่มีใครมาว่าอะไรกันได้แล้ว..นะ

เรื่องเหล้านี้จอมปราชญ์ทั้งหลาย และพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงสอนไว้ทั้งนั้นเราจึงอย่าอวดอุตริรู้ดียิ่งกว่าจอมปราชญ์ทั้งหลาย จะเป็นความเสียหายโดยลำดับลำดา ถ้าบอกแล้วเมื่อมันไม่ฟัง ผลมันก็จะรู้เองของมัน การที่สอนนี้นะมันเป็นเรื่องที่เสียหายทั้งนั้น สุรานี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากเมื่อไม่ฟังแล้วจะให้ว่าอย่างไร เรื่องสอนธรรมจะให้ดุเด็ดเผ็ดร้อนขนาดไหนก็เป็นเรื่องของคนๆ นั้น ไม่มีการบีบบังคับธรรม ธรรมต้องเป็นกลางๆ อย่างนี้ สอนอย่างนี้ ถ้าใครเชื่อศีลเชื่อธรรมแล้วผู้นั้นก็เป็นผลดีแก่ตัวเอง ที่เขาโฆษณาอะไรๆ ก็เป็นเรื่องของเขา อะไรดี อะไรไม่ดี อะไรที่เสียหายหรือไม่เสียหายเราก็รู้ด้วยตัวของเรา อะไรที่มันจะเสียหายให้ปัดออกๆ ไม่ทำเสียอย่างเดียว ฉะนั้นใครจะโฆษณาก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ถ้าเราไม่ทำตาม ถ้าคนทั้งโลกเขารู้สึกอย่างนี้แล้วเรื่องสุราก็ไม่ต้องบอก มันต้องล้มไปเอง

เวลานี้เรื่องสุรามันเหมือนกับดอกเห็ดเพราะอะไร ก็เพราะมีแต่พวกบ้าสุราเสริมกันๆ ความดีมันไม่เสริม แต่ความชั่วมันชอบเสริม ความดีมันทำลาย ความชั่วมันส่งเสริมกัน โลกจึงมีแต่ความเดือดร้อนเต็มไปหมด เต็มบ้านเต็มเมือง เมื่อมีผู้แนะนำสั่งสอนแล้วมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระไม่เป็นประโยชน์ มันมีประโยชน์แต่พวกอันธพาลที่ชอบทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จากตัวของมันเอง ก็จะได้แก่ตัวของมันเอง เข้าใจแล้วเหรอ...

การที่พระสงฆ์มาแสดงออกถึงการคัดค้านนี้ ถ้าจะให้ดีกว่านั้นตัวของเราเองต้องเป็นตัวอย่างก่อน พระพุทธเจ้า พระอรหันต์เป็นตัวอย่างของโลก เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม ท่านจึงเอาธรรมขึ้นมาสอนโลกเพื่อให้โลกได้ดัดแปลงแก้ไขตาม นอกจากโลกตาบอดหูหนวกอย่างนี้ช่วยไม่ได้นะ ถ้าคนดีทั้งหลาย พระพุทธเจ้าทรงเป็นตัวอย่าง พระสาวกทั่งหลายเป็นตัวอย่าง นี้เลิศในการเป็นตัวอย่างตามแบบของพระพุทธเจ้าผู้เลิศเลอ ถ้าท่านจะมาเดินขบวนแบบไหนหรือไม่มาก็ตาม ธรรมต้องนับเป็นขบวนอันใหญ่หลวงแก่โลกทั้งสามนะ

ที่มาเดินกันอย่างที่ว่านี้เราก็ไม่ว่า แต่ต้องทำตัวของตัวให้ดีให้เป็นแบบอย่าง ออกเดินหรือไม่ออกเดินไม่เป็นไรนะ ออกเดินเฉยๆ แต่ทำตัวเหลวแหลกใครจะเชื่อถือได้ หมามันก็ไม่เชื่อ อย่าว่าแต่คนไม่เชื่อเลย เข้าใจเหรอ..ก็มีเท่านั้นแหละ

. หนูแก้ว

หลวงตา นี่ก็ชัดเจนไปหมดแล้ว เขามาสัมภาษณ์เราวันนั้น วันเสาร์หรืออะไร (วันเสาร์ครับ) เราก็ได้ตอบรับกันอย่างนี้ละ เขาออกทางวิทยุทั่วประเทศไทย ถ้าประเทศไทยมีพ่อมีแม่จริงๆ แล้วก็ควรจะฟังเสียงพ่อเสียงแม่ พวกนั่งอยู่บนศาลาเต็มนี้มีพ่อมีแม่ด้วยกันทั้งนั้น ใครไม่ฟังเสียงพ่อเสียงแม่พวกนี้ล่มจมทั้งเป็น มีแต่ลมหายใจฝอดๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร ต้องฟังเสียงพ่อเสียงแม่ อันนี้ก็ฟังเสียงพระพุทธเจ้าที่เป็นพ่อแม่อันเลิศเลอของเรา เราจะเอาขวดเหล้าไปอวดพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้เหรอ พิจารณาซิ

พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ไม่มีพระองค์ใดที่จะชมเชยสุราว่าเป็นของดิบของดี แต่พวกเราทำไมจึงอวดเก่ง เอาสุราไปอวดพระพุทธเจ้าอีก มันเลวขนาดไหนพวกเราชาวพุทธนี่น่ะ ลูกมีพ่อมีแม่มันไม่ฟังเสียงพ่อเสียงแม่เลย เป็นลูกอันธพาล ลูกโกโรโกโส ลูกไร้ค่าราคาทั้งหมด เป็นยังไงดีไหมล่ะ ลูกไม่มีพ่อมีแม่ผู้ปกครอง ปฏิบัติตัวแบบเหลวแหลกแหวกแนวใช้ไม่ได้นะ ลูกหลานจำเอาเหล่านี้ มามีพ่อมีแม่ทุกคน ให้ฟังเสียงพ่อเสียงแม่ แล้วศาสนาประจำหัวใจเรา มีพ่อมีแม่ทุกคน เอาศาสนาเป็นเครื่องพร่ำสอนตนเอง อะไรจะผิดจะพลาดประการใดให้ฟังเสียงธรรม เอาธรรมเป็นเกณฑ์ อย่าเอากิเลสตัณหาพวกมูตรพวกคูถพวกฟืนพวกไฟมาเป็นกฎเป็นเกณฑ์ มันจะเผาไหม้แหลกกันทั้งโลกนี้แหละ

ถ้าเอาธรรมเข้ามานี้เท่ากับน้ำดับไฟ เปลวมันจะลดลงๆ นี่ละน้ำดับไฟเป็นอย่างนั้น เอาธรรมมาดับ ไฟก็ ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา ไฟคือกิเลสตัณหา ความโกรธก็ไฟ โมหะก็ไฟ ให้เอามาดับตัวนี้ ตัวนี้ตัวมันรุนแรง ทำโลกให้เดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ตัวใด ธรรมพระพุทธเจ้าไม่ว่าธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์ใดมาสอนโลก ไม่ทำโลกให้ฉิบหายวายปวงเป็นเถ้าเป็นถ่านเหมือนกิเลสสอนโลก กิเลสสอนโลกมันเอาให้แหลกไปเลย พอตกคลอดออกมานี้พ่อแม่ก็เป็นฟืนเป็นไฟ เอาฟืนเอาไฟยัดใส่ลูก ลูกก็เป็นฟืนเป็นไฟเผากัน พ่อแม่เผากัน ครอบครัวเผากัน บ้านเมืองเผากัน ทั่วโลกดินแดนเผากันด้วยไฟกิเลสตัณหาเหล่านี้

พระพุทธเจ้าท่านเอาน้ำดับไฟๆ นั้นคือธรรม เราไม่ฟังเสียงน้ำดับไฟจะฟังเสียงอะไร ให้พากันฟังทุกคนนะ อะไรจะมีฤทธิ์มีเดชยิ่งกว่าธรรม ขอให้นำมาใช้เถอะ ถ้าไม่นำมาใช้ก็อย่างที่เขามีเครื่องศาสตราอาวุธ ไม่เอาไปใช้เพื่อสังหารมันก็เป็นอาวุธอยู่อย่างนั้นแหละ นิวเคลียร์นิวตรอนนิวแตรนอะไร ตั้งแต่เกิดมาโคตรพ่อโคตรแม่หลวงตาบัวไม่เคยเห็นนิวเคลียร์นิวตรอน เห็นแต่กล้วยหอมกล้วยไข่ กินได้เร็วอันนี้ เปลือกนี้ปอกฟาดเข้าป่าเลย เอาแต่เนื้อๆ มากิน อันนี้ฉลาดมากเพราะพ่อแม่สอน อย่างนั้นไม่สอน

สิ่งเหล่านี้ที่เป็นภัย เราเก็บเอาไว้ไม่ให้เป็นภัยมันก็ไม่เป็นภัย สิ่งที่เป็นคุณ เราไม่ได้เอาออกปฏิบัติเพื่อเป็นคุณแก่ตนเองก็มีแต่คุณๆ อย่างธรรมของพระพุทธเจ้านี่เป็นคุณทั่วโลก แต่โลกไม่นำมาปฏิบัติก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร นำแต่ฟืนแต่ไฟมาเผาตน ไปที่ไหนมีแต่ความเดือดร้อนเต็มโลกเต็มสงสาร ยังอวดดิบอวดดีเอาไปท้าทายธรรมพระพุทธเจ้าอยู่หรือกิเลสเหล่านี้น่ะ กิเลสที่เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กัน

ไปดูซิโลกไหนในสากลโลกเรานี้ มีโลกไหนที่ปฏิบัติตามวิ่งตามกิเลสตัณหาแล้วมีความสุขความเจริญเด่นดวง แล้วเอาเรื่องของกิเลสตัณหาไปประกาศว่าเป็นคุณมหาคุณสอนโลก มีที่ไหนกัน ก็มีแต่ฟืนแต่ไฟ ส่วนธรรมของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนโลกให้สงบร่มเย็นตั้งแต่ท้าวมหาพรหมลงมา เทวโลก พรหมโลก เหล่านี้เป็นลูกศิษย์ตถาคตทั้งนั้น ผู้ที่ได้ดิบได้ดีไปเป็นเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม ล้วนแล้วตั้งแต่ผู้ได้รับการอบรมจากคำสอนพระพุทธเจ้าทั้งนั้น

พวกที่ไปลงนรกจกเปรตอยู่ในอเวจงอเวจีเต็มอยู่นั้น นี้คือพวกหน้าด้านไม่ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม ฟังแต่เสียงกิเลสตัณหา มันก็ลากลงไปๆ จมอยู่ในนรกอเวจี แล้วขึ้นเมื่อไรไม่ขึ้นเมื่อไรก็แล้วแต่กรรมของมันที่ทำดัดสันดานตัวเอง หนักเบามากน้อย จะยืดยาวขนาดไหน มันก็จมอยู่ในนั้น จนกว่าจะค่อยสิ้นไป กรรมค่อยหมดไปๆ ตัวก็ค่อยฟื้นขึ้นมา ให้เข้าใจอย่างนี้นะ เรื่องธรรมกับเรื่องกิเลสเป็นข้าศึกต่อกันตลอดมา กิเลสเป็นข้าศึกล้วนๆ เราไม่อยากบอกว่าเป็นคุณนะ คุณก็คุณ นี่เป็นเหยื่อล่อต่างหาก ล่อให้คนจม อย่างเขาตกเบ็ดเขาเอาเหยื่อล่อปลายเบ็ด แล้วปลาตัวโง่มันก็ไปกินเบ็ด เขาตวัดทีเดียวเลือดสาดเห็นไหมล่ะ นี่ละปลาตัวโง่

เราอย่าเป็นคนโง่นักหนา เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าควรจะมีความฉลาด เอาธรรมเข้ามาติดแนบกับตัวเอง อะไรไม่ดีอย่าทำ ความอยากเป็นเรื่องของกิเลสตัณหาเสียมากต่อมาก ที่อยากเป็นธรรมมีน้อยมาก อยากที่เป็นกิเลสตัณหาเป็นฟืนเป็นไฟจะทำตัวให้เสียหายนี้มีมาก จึงต้องเอาธรรมมาหักห้าม เบรกห้ามล้อห้ามเอาไว้ มันจะอยากขนาดไหนเราไม่พามันไปทำมันทำไม่ได้แหละ หัวใจเรามีธรรม หัวใจเป็นผู้บังคับเครื่องทั้งหลาย กายวาจาจะเคลื่อนไหวไปไหนออกจากใจของเรา เมื่อไม่ดีเราไม่ทำจะเป็นอะไรไป พากันจำเอานะ

โลกนี้จะมีแต่ฟืนแต่ไฟนะเวลานี้ ไม่ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม มิหนำซ้ำยังมาคัดค้านต้านทานธรรมะของพระพุทธเจ้าอีกให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งด้วยความหน้าด้าน เวลานี้วิทยุกำลังออกทั่วประเทศไทย เป็นธรรมของศาสดาทุกๆ พระองค์ เป็นธรรมแบบเดียวกันนี้หมดมาสอน ก็ถูกคัดค้านต้านทานด้วยนรกอเวจีของคนทั้งเป็นนี้แหละ คัดค้านทางนั้น ต้านทานทางนี้ อยู่อย่างนี้ เห็นไหมล่ะ นี่ละความชั่วมันออกที่ไหนขวางโลกไปนั่นแหละ ธรรมะเป็นธรรมที่รื่นรมย์สงบร่มเย็น แต่กิเลสนี้เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ไปได้หมด ให้พากันต้านทาน ไฟก็อยู่ในตัวเอง อันธพาลอยู่ในตัวของเราเอง บัณฑิตนักปราชญ์ฉลาดแหลมคมแก้ความชั่วก็อยู่ในตัวของเราเอง ให้พากันนำไปปฏิบัตินะ

การไปเรียนเรียนที่ไหนก็เรียนได้ ชั้นไหนๆ จนกระทั่งเขายกยอกันว่าดอกเตอร์ดอกแต้อะไรเหล่านี้เต็มบ้านเต็มเมือง แต่อันธพาลมันปลดดอกเตอร์ออกเสีย อันธพาลอยู่ในดอกเตอร์มันปลดดอกเตอร์ออกเสีย อันธพาลมันไปเที่ยวสนุกสนาน พวกที่มีความรู้มากๆ นี้แหละพวกกินบ้านกินเมืองขายบ้านขายเมือง ตับปอดประชาชนแทบไม่มีเพราะพวกดอกเตอร์ดอกแต้ที่มีแต่ความชั่วเต็มหัวใจ ถ้ามีธรรมเต็มหัวใจดอกเตอร์นี้เป็นที่หนึ่งสำหรับที่จะทำความสงบร่มเย็นให้แก่โลกได้ ไม่มีใครเกินคนฉลาด ถึงขั้นได้ดอกเตอร์แล้วมีความฉลาดมาก เช่น พระพุทธเจ้า สาวกทั้งหลาย ดอกเตอร์ในทางธรรมท่านเป็นอย่างนั้น

ไม่ใช่ดอกเตอร์ไปเรียนมาแบบโก้ๆ เฉยๆ นะ ดอกเตอร์ที่เป็นธรรมไปที่ไหนเย็นหมด พระพุทธเจ้าเสด็จไปไหนเย็นหมด พระสาวกทั้งหลายเย็นหมด กิริยาอาการทุกอย่างเคลื่อนไหวออกมาจากพระพุทธเจ้า เป็นอาการที่เป็นมหาคุณทั้งนั้นต่อโลกทั้งหลาย ใครได้เห็นได้ยินได้ฟังจะเป็นมหามงคลแก่ตน นี่ละพระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายจึงไม่เป็นภัยต่อใคร กิริยาอาการเช่นอย่างร่างกายนี้นำออกไปใช้ แต่ร่างกายของบุคคลที่สิ้นกิเลส บริสุทธิ์ในใจแล้วเป็นร่างกายที่บริสุทธิ์ ทำงานทำการอะไรแสดงอะไรออกเป็นอรรถเป็นธรรมทั้งนั้น ไม่เป็นความสกปรกโสมมเหมือนกิเลสครอบงำอยู่ ให้ไปปฏิบัตินะทุกคน

ตอนหนึ่งก็พูดแล้ว ทางหนังสือพิมพ์ก็ออก อันที่สองก็ย้ำเข้าอีก เป็นกัณฑ์ที่สองแล้วนะ อย่าให้เทศน์มากเกินไปเถอะ หลวงตาหมดภูมิแล้วแหละ นี่หลวงตา ป.๓ พวกนี้มันกี่มัธยมล่ะ พวกนี้น่ะเป็นแถว มันมัธยมไหนๆ นี่หลวงตา ป.๓ ทำไมมาให้หลวงตาสอนมันเข้ากันได้ไหมล่ะพิจารณาซิ ป.๓ จริงๆ ไม่ใช่พูดเล่นนะ คือแต่ก่อนไม่มี ป.๔ มีแค่ ป.๓ ตั้งแต่เริ่มเรียนหนังสือทีแรก เขามาตั้งโรงเรียนที่บ้านตาด มี ป.๓ ครูมาสอน จบ ป.๓ แล้วออกเลยอายุครบไม่ครบก็ตาม เขากำหนดให้ ๑๕ ปีแล้วให้ออก ถ้าเรียนจบ ป.๓ แล้ว อายุครบไม่ครบออกได้ทั้งนั้น เราก็ออกตั้งแต่ยังไม่ครบ(อายุ) ครูหมดภูมิ เราเรียนจนกระทั่งครูหมดปัญญา เราก็ออกโรงเรียนไปได้สบาย จบ ป.๓ แล้วมาสอนลูกหลานมันกี่มัธยมมัธเยม ไม่ใช่เข้าขั้นดอกเตอร์ดอกแต้หรือพวกนี้น่ะ ดอกเตอร์ขี้หมูขี้หมาอะไรมีแต่ความชั่วเต็มตัวใช้ไม่ได้นะ เอาละพอเท่านี้ พากันจำเอานะลูกหลาน

หลวงตาเทศน์ทั่วโลกแล้วเดี๋ยวนี้ พูดอยู่นี้ออกทั่วประเทศไทยอย่างน้อย มากกว่านั้นออกทั่วโลกเป็นประจำทุกวันๆ หลวงตา ป.๓ นี่ละ ออกพิลึกนะเกินเนื้อเกินตัว หลวงตา ป.๓ เวลาออกออกทั่วโลก พวกดอกเตอร์ดอกแต้อะไรเขาก็ไม่ได้มาออกอย่างนี้ แล้วอีตาบัว ป.๓ ทำไมเก่งนัก มันก็เข้าท่าดีนะ เรามีแต่สามกับสามแปลกอยู่ ถ้าว่าประถมก็ประถมสาม (นักธรรม)ตรี โท เอก ก็สาม เปรียญก็สาม สามสามเก้า เราอยากได้โลกุตรธรรมเก้า แต่จะได้หรือไม่ได้เราก็ไม่ยุ่งแหละ เป็นสามสามเก้าไปเลย เอาละที่นี่ให้พร

เป็นลูกหรือนี่ เหอ มันทำไมมันดุ๊กดิ๊กๆ นัก ไปอบรมกันนะ มันดุ๊กดิ๊กๆ ไม่หยุดไม่ถอยสักที แม้แต่กราบ เอ้า เราดูตลอดว่าไง มันไม่ได้เหมือนใครนะเด็กคนนี้ ไปอบรมให้ดี ให้ใช้กิริยาอาการจากจิตใจให้สงบเสงี่ยมดีงามหน่อย นี้ใจคึกใจคะนองมันดีดมันดิ้น แม้เป็นเด็กถ้าดีดดิ้นเลยเถิดก็ไม่น่าดู เด็กดีดดิ้นเลยขอบเขตของเด็กไม่น่าดู นั่นเป็นขั้นๆ พวกนี้กระดุกกระดิกไปทางไหน เด็กไปทางหนึ่งแล้วผู้ใหญ่ไปทางไหน ผู้ใหญ่ตัวแสบไปว่าให้แต่เด็กเฉยๆ

เรามาบ้านตาด สวนป้าฝ้ายอยู่ข้างๆ มายังเห็นแต่พื้นที่ เขาเปลี่ยนแปลงหมดแล้วแหละ สวนที่เราไปขโมยอ้อย รถเราเลี้ยวมานี่ สวนอยู่นั่น นั่นสวนอ้อยที่เราไปขโมยอ้อยเขากิน เราว่าอย่างนั้น คือมันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว สิ่งเพาะปลูกทั้งหลายเขาเปลี่ยนไปหมดแล้ว แต่ที่ยังอยู่ตรงนั้น เราจึงได้บอกพวกที่นั่งรถไปด้วยกัน นั่นๆ สวนอ้อยที่หลวงตาบัวไปขโมยอ้อยเขามากิน มีอันหนึ่งที่น่าชม มันแปลกๆ อยู่นะล่ะ คือเราจำได้ทุกสิ่ง ในเวลาเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นจำได้หมดเลย เดินผ่านออกไปน้ำบ่ออยู่ตรงนั้น จากนั้นไปทุ่งนา เดินผ่านไปผ่านมา อ้อยมันอยู่ข้างๆ ทางติดทางนี่ อ้อยก็ลำใหญ่เสียด้วยน่าหิว

ผ่านไปผ่านมามันอดได้ยังไงเด็ก ก็เลยชวนพี่ชายขโมยอ้อยเขาไปกินเถอะ ลำมันสวยงามเหลือเกิน พี่ชายก็เหมือน.. ภาษาภาคอีสานเขาเรียกไอ้โกก คือลิง มันก็ไปทำด้วยเรา เราเลยไม่ลืม มันแปลกที่อุบายมันแก้ตัว นี่เวลามันเป็นอันธพาลเป็นนักเลงโตเป็นขโมยมันก็แก้ของมันเก่งเหมือนกันนะ ชวนพี่ชายเข้าไป(ขโมย) รั้วเขาก็กั้นไว้เรียบร้อยแต่เด็กมันลอดได้ ลอดเข้าไปนั้นได้ไปตัดอ้อยออกมา ไปทีแรกก็ขโมย เสียงไม่มีละ พอไปเห็นอ้อยลำใหญ่ๆ แล้ว ลำนั้นก็ดี ลำนี้ก็ดี ไปใหญ่เลย เลยไม่รู้ว่าตัวขโมยหรือไม่ขโมย ตัดอ้อยออกมาได้คนละลำ ลากอ้อยออกมา

ป้าฝ้ายเป็นญาติกัน ศักดิ์เขาเป็นพี่ เราเรียกป้า แกเป็นคนสวยงามมากป้าฝ้าย กิริยานิ่มนวลเสียด้วย มาเจอกับเด็กอย่างเรานี้อีกด้วย เด็กตัวขโมยนี่น่ะ พอลากอ้อยออกมา แกเดินมานี้มายืนตรงนี้กึ๊กแล้วว่า เด็กเหล่านี้สูทำไมขโมยอ้อยกูล่ะ พูดแล้วยิ้มนะ เพราะเกินจะไปถือสีถือสา ทางนี้ก็ตอบเราไม่ลืม ผมไม่ได้ขโมยนะป้า ผมเดินผ่านไปผ่านมา ผมเห็นอ้อยผมอยาก(หิว) อ้อยมาก เลยชวนพี่ชายเข้าไปตัดอ้อย ตัดแล้วจะแบกไปบอกป้าแล้วจึงไปบ้าน ถ้าอย่างนั้นป้าก็เอาเสีย จำได้หมดนะ โอ๊ย กูไม่เอาละ สูตัดมาแล้วสูก็เอาไปเสีย โอ๊ย ยิ้มแต้มเลย ป้าก็ลงไปนู้น ไม่ถือถือสาประสาเด็ก

พอกลับไปก็ไปอวดพ่อตาละซิว่าขโมยยังไง พ่อตาเปิดเผยหมด แต่พูดกับป้าฝ้ายว่าไม่ได้ขโมย ไปพูดกับตาว่าขโมยทั้งคู่ ตาก็ด้อมไปหาเขาซิวันหลัง เราไม่ลืมนะ ที่ว่าไม่ได้ขโมย มันแปลกอยู่นะ ผมไม่ได้ขโมยนะป้า ผมหิวมาก พอผ่านไปผ่านมาผมทนไม่ไหวเลยไปตัดอ้อย แล้วจะแบกอ้อยไปหาป้า ไปบอกป้าแล้วจะไปบ้าน ถ้างั้นป้าก็เอาเสีย โอ๊ย กูไม่เอาละ สูเอาไปเสีย ยิ้มตลอดนะป้าฝ้าย เรายังชมกิริยาของแกกับเด็ก ไม่มีหน้าบึ้งหน้าเบี้ยวนะ พูดนิ่มนวลเสียด้วย ไพเราะด้วย เด็กเหล่านี้สูทำไมขโมยอ้อยกูล่ะ พูดแล้วยิ้มนะ ทางนี้ก็แก้ปุ๊บว่าไม่ได้ขโมย นู่นน่ะเห็นไหมมันเก่งขนาดไหน ตั้งแต่เป็นเด็กมันก็เก่งทางปัญญาขโมยนะ เราไม่ลืม

ที่ตาไปบ้านเขาก็เพราะกลัวหลานของตัวจะเสีย ถ้าชมเชยมันไปขโมยแล้วเดี๋ยวมันจะเป็นขโมย เพราะฉะนั้นจึงไปบอกเขา มันขโมยสูนะ คือทางนั้นเขาก็บอกตามเราที่โกหกเขา ว่าผมไม่ได้ขโมยนะป้า ทีนี้เขาก็เชื่อเราละซิ เวลาตาของเราไปบ้านเขาไปเล่าเรื่อง เด็กเหล่านั้นไปขโมยอ้อยสูเมื่อวานสูรู้ไหม รู้ เขาไม่ได้ขโมยนะน้า เขาบอกว่าเขาหิวอ้อยมาก เขาตัดอ้อยแล้วเขาจะเอามาบ้านนี่แล้วเขาถึงจะไปบ้านเขา ตัวมันขโมยละสู มันพูดกับกูชัดเจนแล้ว มันโกหกสู ทางนั้นก็ไม่ถือสานะ โอ๋ย ช่างหัวมันเถอะประสาเด็ก ทางนี้เอาเรื่องนั้นแหละมาขู่ เราไม่ลืมนะ บอกให้ไปหาพวกเครื่องอาหารการบริโภคให้เด็กสองตัวนี่ มันจะไปติดคุก เดี๋ยวตำรวจเขาจะมามัดมันไป มันไปขโมยอ้อยเขามา ตามาขู่ เราเลยไม่ลืม

โอ๋ย วิ่งร้องไห้ โดดขึ้นไปบ้านเข้าไปในห้อง นั้นละเขายิ่งจะเอาได้ง่าย อู๊ย ฟาดลงทุ่งนาเลย นั่นเห็นไหมผู้ใหญ่ดัดเด็กกลัวเด็กจะเสีย ถ้าไปส่งเสริมแล้วเด็กเสียใช่ไหม บังคับไว้อย่างนั้น แต่ธรรมดาเรานิสัยอย่างนี้ไม่มี มีตอนหิวอ้อยเท่านั้นแหละ ธรรมดาไม่มี มันหิวอ้อยเท่านั้นพาให้เป็น แล้วโกหกเขาเก่งด้วยนะ บอกว่าไม่ได้ขโมย

(พี่ชายไม่ได้ห้ามหลวงตาอะไรหรือครับที่ไปขโมยอ้อย) ไม่ได้พูดอะไรมันโง่จะตายไอ้นั่น มันทำตามน้อง น้องทำอะไรทำตาม มันโง่จะตาย คิดดูซิ นั่งอยู่ในโรงเรียนคนละด้าน เราเรียนสูงกว่ามันนะ เราขึ้นประถมแล้วมันยังไม่ขึ้น เวลาครูเขาถามละซิมันขายหน้าจริงๆ ครูเป็นคนถาม ค้างคาวแปลว่าอะไร เอ้า คำไพตอบ ไอ้นั่นก็ลุกขึ้นมองนั้นมองนี้ มันตอบไม่เป็น เรารู้แล้วเรานั่งอยู่ ค้างคาวแปลว่าอะไร คนหนึ่งกระซิบบอกมา ค้างคาวแปลว่าเจีย มันได้ยินเสียงเขาบอกค้างคาวแปลว่าเจีย มันก็บอกค้างคาวแปลว่าเจีย ทีนี้ครูถามอีก ย้อนเข้ามาอีก เจียแปลว่าอะไร เอาอีกแหละ เราเข้าใจแล้วนะนั่น พลิกปั๊บเท่านั้นยากอะไร เขากระซิบบอกว่า เจียแปลว่าดังวีก คือจมูกมันบิ่น ทางนี้ก็ตอบเจียแปลว่าดังวีก อู๊ย บักห่ามันขายกูแท้ๆ มันโมโห อ้าวมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันโง่จะตาย

มันไปเข้าโรงเรียนวันแรก อายุ ๑๐ ปีเขาถึงเข้าบัญชีโรงเรียน แต่ก่อนอายุ ๑๐ ปีถึงจะให้เข้าโรงเรียน ถ้ายังไม่ถึงนั้นไปเขาก็ไม่เข้าบัญชีให้ ทีนี้พอถึงวันเราก็ตามไปเรายังเป็นเด็ก เขายืนเป็นแถว..นักเรียน คนที่หนึ่ง ที่สอง จนกระทั่งสุดท้ายของนักเรียนที่ยืนเป็นแถว ครูบอกให้นักเรียนนับ คนที่หนึ่งก็ว่าหนึ่ง คนที่สองว่าสอง คนที่สามว่าสาม ที่สี่ว่าสี่ ใครก็นับตัวของใครเอง คนที่ห้าเขาก็บอกว่าห้า ว่าหก ว่าไปถึงพี่ชายของเรานี้สิบผ่านไปแล้ว พอไปถึงมันมันพูดไม่ออก อ้าปาก เรายืนอยู่ข้างๆ สิบเอ็ดซี ว่าอย่างนี้ละเรา เราโมโหนะ มันจึงค่อยว่า สิบเอ็ด โอ๊ย บักห่าเอ๊ย สิบเอ็ด มันโง่ขนาดนั้นนะ เราเป็นเด็กเรายังไปบอก มันเป็นพี่ชายไปเข้าโรงเรียนยังไม่ได้เรื่อง เราต้องบอก ตัวมันเองเป็นคนที่สิบเอ็ด เขานับหนึ่ง สอง เราก็รู้แล้ว พอไปถึงมัน อ้าปาก เราต้องบอกว่าสิบเอ็ดซี มันจึงว่าสิบเอ็ด โอ๊ย บักห่ามึงขายกูแล้วน้อ เอาละไปละ




รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก