ไม่เชื่อพระพุทธเจ้านี้จมตลอด
วันที่ 9 กันยายน 2548 เวลา 8:10 น. ความยาว 33.14 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

ไม่เชื่อพระพุทธเจ้านี้จมตลอด

ก่อนจังหัน

พระให้เร่งความเพียรนะ เราพยายามอยู่ตลอดมาเรื่องการงานความยุ่งเหยิงต่อการภาวนาไม่ให้มี ถ้าจำเป็นก็ให้ทำเสียนิดๆ  แต่งานเป็นหลักเป็นเกณฑ์ของพระคืองานภาวนา เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา นี่คืองานของพระ สำรวมระวังตัวเองให้ติดแนบกับศีลกับธรรมอย่าให้ด่างพร้อย นี่คืองานของพระชีวิตของพระ พระอยู่ด้วยศีลด้วยธรรม ไม่มีศีลมีธรรมเรียกว่าพระปลอม เราอยากเป็นพระปลอมหรือพระจริง ถ้าอยากเป็นพระจริงให้ติดแนบกับธรรมวินัย อย่าห่างเหิน ด้วยความสำรวมระวังตลอดเวลา นี้คือองค์ศาสดาอยู่กับธรรมวินัยนะ

ถ้ารักศาสดาให้รักธรรมวินัย ปฏิบัติหลักธรรมวินัยอย่าให้มีการต้องติได้ อันนี้ละชีวิตของพระ เคลื่อนไหวไปมาที่ไหน ชีวิตของพระสติกับปัญญาติดแนบกับตัวเอง ระมัดระวังสิ่งที่จะเป็นข้าศึกต่อชีวิตของพระ เอาให้ดีนะ การภาวนาเป็นสำคัญมาก โลกจะมีความร่มเย็นได้จากเรื่องศาสนา พุทธศาสนานี้ให้ความร่มเย็นแก่โลกได้ทั้งสามโลกธาตุ กามโลก รูปโลก อรูปโลก มนุษย์เราอยู่ในโลกไหนจึงจะรับคำสอนพระพุทธเจ้าไว้ไม่ได้ ต้องรับได้ เราเป็นลูกชาวพุทธ ให้พากันสำรวมระวังตัวเองให้ดี

เวลานี้ทั้งชาติทั้งศาสนาทั้งพระมหากษัตริย์หวั่นไหวไปตามๆ กัน เพราะโจรเพราะมารมันแทรกมันซ้อน ซ้อนทุกแบบนะ เวลานี้กำลังมีวิชาซ้อน ซ้อนเพื่อทำลาย สังฆราชซ้อน แล้วก็มาปรากฏว่าคุณหญิงจารุวรรณก็ซ้อน ต่อไปนี้หมาจะซ้อนเข้ามาเป็นพระเจ้าแผ่นดินครอบครองเมืองไทยเรานะ มันซ้อนเข้ามาอย่างนี้ให้ระวัง เวลานี้ก็หวั่นละ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงท้อพระทัยกับเรื่องสกปรกโสมมของไพร่ฟ้าประชาชนทั้งหลาย

เฉพาะอย่างยิ่งคือผู้ที่จะนำชาติ มันจะนำชาติหรือจะทำชาติให้จมก็ไม่รู้ มันแทรกมันซ้อนในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์และจะเป็นโทษโดยถ่ายเดียวเท่านั้น เรื่องแทรกซ้อนเหล่านี้ไม่เป็นประโยชน์เลย มีแต่เป็นมหาภัย ดังที่กล่าวมาเหล่านี้ เบื้องต้นสังฆราชซ้อน นี้คุณหญิงจารุวรรณก็ซ้อน ต่อไปนี้หมาจะซ้อนเข้าไปนั่งบัลลังก์นะ เพราะพวกนี้พวกเรียนวิชาซ้อน ซ้อนเพื่อทำลาย ไม่ได้ซ้อนเพื่อให้มีความเจริญรุ่งเรืองแน่นหนามั่นคงนะ มันน่าสลดสังเวช นี้เอาธรรมจับนะ เราไม่ได้ยกโทษยกกรณ์แก่ผู้ใด เราเอาธรรมออกจับ สิ่งไหนขัดสายตาของธรรม นั้นละคือภัยของประชาชนผู้เป็นลูกชาวพุทธด้วยกัน สำคัญมากตรงนี้

ทีนี้ย่นเข้ามาหาตัวของเรา ให้มีวิชาธรรมติดอยู่กับตัวเสมอ วิชาแทรกซ้อนเข้ามาที่จะทำลายตัวของเราคือวิชากิเลส ให้ระมัดระวังทุกคน ซ้อนข้างนอก ซ้อนข้างใน ซ้อนในหัวใจของเรา ไม่เช่นนั้นฉิบหายได้นะพระเรา ตั้งใจปฏิบัติให้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างจะทำอะไรให้มองดูศาสดาคือธรรมและวินัย พระธรรมและพระวินัยนั้นแลคือองค์ศาสดา ใครติดแนบอยู่กับนี้ด้วยความสำรวมระวัง นั้นละคือเป็นผู้ตามเสด็จพระพุทธเจ้าตลอดเวลาในการเคลื่อนไหวทุกแง่ทุกมุม ถ้าห่างเหินจากนี้ความประพฤติปฏิบัติเหลวแหลกแหวกแนว นั้นละเป็นผู้ไม่มีศาสนา ถ้าว่าลูกก็ลูกกำพร้า กัดกันเหมือนหมาลูกกำพร้า เข้าใจไหม นี้เมืองไทยเราก็เหมือนกัน ลองไม่มีกษัตริย์ดูซิกัดกันเหมือนหมานั่นแหละ ตั้งแต่มีอยู่ขณะนี้มันยังแย่งนั้นแย่งนี้ แทรกนั้นซ้อนนี้ให้เห็นอยู่อย่างนี้แหละ เราอดสลดสังเวชไม่ได้นะ

เอาธรรมมาจับ เอาธรรมมาสอนโลก นี้เอาธรรมสอนโลกนะเรามาสอน เราสอนเราเต็มกำลังความสามารถมาแล้ว หาที่ต้องติไม่ได้ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้นำธรรมที่เกิดจากการประพฤติปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจังของเรา เป็นผลให้นำมาสั่งสอนโลก เราช่วยโลกมาได้ ๗ ปีนี้แล้ว ช่วยบรรดาพี่น้องทั้งหลาย เราไม่หวังอะไรเรายังอุตส่าห์พยายามช่วย บาทหนึ่งเราไม่เคยแตะ ช่วยบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ไม่ว่าทองคำ ดอลลาร์ เงินสด ออกทั่วประเทศชาติไทยของเรานั่นแหละ เราอุตส่าห์พยายาม

การแนะนำสั่งสอนเราจะสอนด้วยความถูกต้องแม่นยำ ไม่ปีนเกลียวกันกับธรรม ใครผิดบอกว่าผิด ใครถูกบอกว่าถูก ดังที่พูดตะกี้นี้ ที่มันซ้อนๆ เข้ามานี่มันซ้อนเพื่อจะทำลาย ไม่ใช่ซ้อนเพื่อการบำรุงส่งเสริมนะ พี่น้องทั้งหลายฟังให้ดีนะเรื่องเหล่านี้ วิชาซ้อนเหล่านี้มีแต่วิชาของยักษ์ของมารที่จะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรา ให้ต่างคนต่างระมัดระวังต่างคนต่างรักษา เห็นผิดหูผิดตาที่ไหนทักกันได้ ใครจะมาทำลายสมบัติของชาติเรา ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นธรรมชาติที่เลิศเลอ เราอยู่ในกรอบอันนี้ให้พากันระมัดระวังสมบัติอันล้นค่าของตน อย่าให้ใครมาอาจเอื้อมหรือยื้อแย่งแข่งไปกินเสียหมดไม่มีเหลือ ตับปอดไม่มีเหลือ ให้พากันระมัดระวัง ช่วยกันระวัง

เราเอาธรรมมาสอนโลก ผิดเราบอกว่าผิด ถูกเราบอกว่าถูก เราสอนเราก็อย่างนั้นเรื่อยมาตั้งแต่วันบวชจนกระทั่งปัจจุบันนี้ เราสอนเราตามอรรถตามธรรมของศาสดา เท่ากับตามเสด็จพระพุทธเจ้าตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ หาที่ต้องติไม่ได้แล้ว ผลที่ได้รับบรรจุอยู่ในหัวใจ นี้นำผลอันนี้ออกมาสอนพี่น้องทั้งหลายจะผิดไปไหนล่ะ ให้พากันฟังนะ อย่างที่เรานำพี่น้องทั้งหลาย มีความบกพร่องที่ตรงไหน ทำลายพี่น้องทั้งหลายที่ตรงไหนจากการนำของเรา

ถ้าพูดถึงวัตถุก็ขนเข้าคลังหลวงทั้งหมด เฉลี่ยเผื่อแผ่ทั่วประเทศไทยเราให้สม่ำเสมอกัน นี่ทางด้านวัตถุ ถ้าว่าด้านธรรมะก็เริ่มสอนตั้งแต่ออกเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย แนะนำสั่งสอนที่นั่นที่นี่ เขานิมนต์ไปรับผ้าป่าเพื่อชาติไทยของเราทางด้านวัตถุ ธรรมะก็แทรกไปด้วยๆ ตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้วิทยุออกทั่วประเทศไทย ก็คือธรรมของเรา ธรรมที่ออกไปเหล่านี้เราไม่มีสงสัย แม่นยำๆ ออกจากหัวใจที่แม่นยำภาคภูมิใจเต็มที่แล้ว เราไม่หาอะไรอีกแล้ว หาบุญหาบาปที่ไหนเราไม่หา พอ อันนี้เหนือบุญเหนือบาปทุกอย่าง เต็มอยู่ในหัวใจจากการปฏิบัติด้วยความตั้งอกตั้งใจของเรา ให้พี่น้องทั้งหลายนำไปปฏิบัตินะ

นี่ละใจของเราเมื่อปฏิบัติให้เต็มที่แล้วหาที่ต้องติไม่ได้ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตัณหาพังแหลก เหล่านี้ละตัวเสนียดจัญไร ตัวเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้หัวใจโลก หาความสุขความเจริญไม่ได้ คือสองสามตัวนี้ละ พังอันนี้ลงไปแล้วเรียบวุธ นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี ก็สงบสงัดจากอันนี้ละ ตัวนี้ตัวเป็นฟืนเป็นไฟ ลบลายหัวใจอยู่ตลอดเวลา ฟาดนี้ขาดสะบั้นลงไปแล้วไม่มีอะไรกวนใจ แสนสบาย นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ หาที่ไหน หาที่ดวงใจ เอากิเลสที่เป็นฟืนเป็นไฟออกหมดไม่มีเหลือแล้ว ก็นั่นละ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ เกิดขึ้นมานี้

เพราะฉะนั้นการสอนโลกเราจึงสอน ถ้าว่าแบบภาษาของโลกเรียกว่าอาจหาญชาญชัย แต่เราไม่เคยมีคำว่าอาจหาญชาญชัยหรือขี้ขลาดหวาดกลัว เราไม่มีในหัวใจ เหนือหมดแล้ว สอนโลกด้วยความสัตย์ความจริงทุกอย่าง ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก ธรรมสอนโลกเป็นอย่างนั้น เราไม่ได้ไปเกี่ยวกับว่าเรื่องการบ้านการเมืองเหล่านั้น ความสกปรกพวกส้วมพวกถานไปเกี่ยวกับมันหาอะไร ธรรมที่สะอาดมีอยู่ภายในใจ เอาออกชะล้างกันซิ นี่ละที่เราสอนทุกวันนี้ สอนสิ่งสกปรกทั้งหลาย ชะล้างสิ่งสกปรกทั้งหลาย แล้วบรรดาพี่น้องทั้งหลายให้เอาไปปฏิบัตินะ อย่าอยู่เฉยๆ กินเฉยๆ นอนเฉยๆ ตายเฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์

พระก็เหมือนกันให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติ อยู่ที่ไหนไปที่ไหนให้มีสติติดตัวเอง ถ้าสติติดกับตัวแล้วกิเลสจะไม่เกิด กิเลสรากฐานของมันอันดับที่สองก็คือเกิดขึ้นจากสังขาร สังขารคิดปรุงนี้มันอยากคิดอยากปรุง สัญญาอารมณ์ติดตามกันไปจากอวิชชาดันออกมา ถ้าสติมีแล้วสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิด กิเลสก็ไม่เกิด ความวุ่นวายก็ไม่มี ตั้งให้ดีนะ เอาละให้พร

หลังจังหัน

(เครือข่ายสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน จังหวัดนราธิวาส ได้เริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๘ แล้วครับ) เรื่องศาสนาเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร โลกที่ไม่มีศาสนาละมันจึงมีแต่ฟืนแต่ไฟ ฟืนไฟเป็นเรื่องของกิเลส ความชุ่มเย็นนี้คือเรื่องของอรรถของธรรม ให้นำไปปฏิบัติกัน เราสอนธรรมทุกขั้นทุกภูมิเราไม่ได้สงสัย ถอดออกมาจากนี้เลย ควรที่จะนำไปพินิจพิจารณา ไม่ต้องแยกต้องแยะว่าท่านเทศน์ผิดอย่างนั้นถูกอย่างนี้ละ ถูกต้องไปโดยลำดับแล้ว กลั่นกรองมาจากจิตดวงนี้เอง จึงสอนได้ถูกต้องแม่นยำไม่สงสัยในธรรม ไม่ว่าธรรมขั้นใดสอนลงไปแล้วเรียกว่าแม่นยำๆ ไปเลยทีเดียว เพราะสมบูรณ์แบบทุกอย่างแล้วอยู่ในหัวใจ ที่สมบูรณ์ด้วยธรรมทั้งหลายแล้ว เพราะฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายควรจะสนใจในธรรม

เวลานี้สนใจแต่เรื่องกิเลสบ้านเมืองถึงเดือดร้อน เดือดร้อนตลอดเวลาจะเดือดร้อนเพราะอะไร ก็เพราะกิเลส เรื่องธรรมไม่ได้เดือดร้อนนะ ธรรมเป็นน้ำดับไฟ เรื่องกิเลสนี้เป็นไฟเผาโลก ถ้าไม่มีธรรมแล้วก็หมดละ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในเมืองไทยของเราไม่มีเหลือ กิเลสมันโหมตัวเข้ามากินไม่รู้จักอิ่มจักพอ กินแบบหน้าดื้อหน้าด้านอยู่กับกิเลสทั้งหมด ธรรมะท่านมีหิริโอตตัปปะ อะไรควรไม่ควรท่านจะพิจารณาเสียก่อนเรื่องธรรม ทำลงไปแล้วถูกต้องๆ ส่วนกิเลสนี้ฟาดมันไปเลย ถ้าเป็นไก่ก็กินหมดทั้งตัว สัตว์ตัวใดกินหมดทั้งตัว ทั้งขี้ทั้งตดกินหมดเลย กิเลสกินไม่ถอย

เรื่องธรรมคัดเลือก แม้แต่อยู่ในถ้วยในจาน อะไรเป็นกระดูกอะไรเป็นก้างคัดออกๆ เรื่องธรรมเป็นอย่างนั้น ถ้ากิเลสฟาดหมดเลย มันผิดกันนะกิเลสกินไม่เลือก เพราะฉะนั้นมันจึงน่าเกลียดสำหรับท่านผู้มีธรรมทั้งหลาย ดูโลกที่สกปรกโสมมตะกละตะกลาม มูมมามๆ มีแต่ความโลภซึ่งเป็นของน่าเกลียดนั่นละ ถ้าไม่ได้อย่างใจโกรธเคียดแค้นฆ่ากันตีกัน มีแต่เรื่องสกปรกทั้งนั้นที่แสดงออกมาของกิเลส เรื่องธรรมก็คอยชะล้างไปๆ เพราะฉะนั้นจึงให้เอาธรรมนี้ไปชะล้างเรา เมื่ออารมณ์อย่างที่ว่านี้มันเกิดขึ้นให้มันพอดี ไม่ใช่คนตายมันอยากเหมือนกัน อยากข้าว อยากน้ำ อยากได้นั้นได้นี้ แต่ให้รู้จักประมาณ

อย่าอยากแบบทะเยอทะยาน ทะเยอทะยานนี้จมทั้งนั้นละ คนไม่ได้สำเร็จความสุขความเจริญมรรคผลนิพพานด้วยความทะเยอทะยานตามกิเลสนะ ถ้าดิ้นไปตามธรรมนี้ขาดสะบั้นไปเลยกิเลส จึงว่านิพพานอยู่ชั่วเอื้อมๆ นั่นฟังซิ เวลาอ่านหนังสือก็อ่านไปๆ ส่วนใหญ่เชื่อนิพพานมี แต่ส่วนย่อยกิเลสมันแอบแฝงกิน ขอกินอยู่ในนั้น นิพพานมีหรือไม่มีนา มีหรือไม่มีนา มันแทรกเข้าไป นั่นละส่วนใหญ่เป็นแน่นอน ส่วนย่อยแบ่งกินๆ นี่ละกิเลสถ้ามีอยู่ที่ไหนมันแบ่งไปเรื่อยๆ

ทีนี้เวลาปฏิบัติธรรมเข้า ธรรมกับหัวใจกลมกลืนเป็นอันเดียวกันเป็นลำดับลำดาแล้ว ทีนี้มีแต่บึกแต่บึนไปท่าเดียว เลยกลายเป็นว่านิพพานอยู่ชั่วเอื้อมๆ แต่ก่อนว่านิพพานมีหรือไม่มีนา ครั้นเวลาปฏิบัติเข้าไปนิพพานอยู่ชั่วเอื้อมๆ เข้าไปแล้ว คว้าผิดคว้าถูกอยู่นั้น ต่อไปก็ใส่ผางเข้าไปเลย นิพพานอยู่ที่ไหนมีหรือไม่มีไม่ถามเลย พระพุทธเจ้าพระอรหันต์ท่านไม่ถามถึงนิพพาน นั่นละนิพพานเป็นอย่างนั้น อยู่ในหัวใจนี่นะไม่อยู่ที่ไหน กิเลสอยู่ในหัวใจ นิพพานมีหรือไม่มีนา พอตีกิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้ว นิพพานมีหรือไม่มีไม่ถามเลย กิเลสพังแล้ว กิเลสนั่นละตัวขวางทางไม่ให้เชื่อมรรคผลนิพพาน ไม่ให้ก้าวเดินในทางที่ถูกที่ดี ให้พากันจำเอา

วันไหนก็เราก็เทศน์ทุกวันๆ เหนื่อยนะ เทศน์นี้ออกทั่วประเทศไทยนะ ออกทั่วประเทศไทยเรา เทศน์เพื่อให้เป็นคติแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายในฐานะว่าเราเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ทำงานแทนพระองค์ท่าน นำธรรมนี้เข้ามาสอน ธรรมก็เต็มภูมิของเราอีกเหมือนกัน ไม่ใช่จะไปหาหยิบยืมมาจากที่ไหนถอดออกจากหัวใจนี้เลย ที่เป็นผลแห่งการปฏิบัติของเราได้มากน้อยตามนิสัยวาสนาของตน ก็นำมาแสดงแก่พี่น้องทั้งหลาย จะปฏิบัติก็ให้ปฏิบัตินะ เราไม่ได้แบ่งสันปันส่วนเอาคุณงามความดีจากพี่ทั้งหลาย เราพอทุกอย่างแล้ว สอนด้วยความเมตตาล้วนๆ ใครจะเอาก็เอา ไม่เอาก็เป็นกรรมของสัตว์ จมอยู่ในนั้นตลอดไป ถ้าไม่เชื่อพระพุทธเจ้านี้จมตลอด ถ้าเชื่อแล้วฟื้นขึ้นมาๆ ผ่านไปได้

ถ้าไม่เชื่อพระพุทธเจ้านี้จมตลอด กิเลสนี่ละพวกประเภทจมตลอด แต่หลอกลวงคนให้จมไปตลอดนี้ไม่มีถอยนะ หลอกตลอดเวลา วันนี้ไม่พูดอะไร ตอนเช้าก่อนจังหันก็ได้พูดหนหนึ่งแล้ว ก็มากพอสมควร นี่ก็เทศน์ซ้ำเข้าอีก เป็นวรรคเป็นตอน นี่ออกทางวิทยุทั้งนั้นแหละที่เราเทศน์นี่ เราเทศน์เราพูดจริงๆ เราสงสารโลกนะ ตัวเท่าอึ่งนี้มันเป็นยังไงมันสงสารโลก หัวใจมันไม่เป็นอึ่งละซิ ที่มันสงสารน่ะมันครอบโลกธาตุนี่ สว่างจ้าอยู่งั้นจะให้ว่าไง หรือว่าคุยหรือนี่น่ะ พระพุทธเจ้าท่านเอาธรรมอะไรมาสอนโลก เกิดในพระทัยพระองค์ที่ทรงบำเพ็ญได้ผลเต็มที่แล้วสอนโลก ไม่ต้องไปถามใคร เต็มภูมิแล้วในธรรมทั้งหลาย

พระสาวกทั้งหลายก็เต็มภูมิตามนิสัยวาสนาของท่าน ท่านไม่ไปหาหยิบยืมจากพระพุทธเจ้าหรือจากผู้ใดมาสอนโลก ท่านสอนเต็มภูมิของท่านที่มีอยู่ ธรรมมีอยู่ภายในใจของท่าน นี่เราก็สอนเต็มกำลังความสามารถของเราด้วยความเมตตา ใครจะปฏิบัติให้ปฏิบัติ ให้ตื่นเนื้อตื่นตัว กิเลสมันกล่อมโลกเวลานี้จนจะไม่มีโลกเหลืออยู่แล้ว ความสงบร่มเย็นพอจะซุกหัวนอนได้จะไม่มี มีแต่ไฟ นอนก็ไฟเผาอยู่ที่นอน นั่งเผาอยู่ที่นั่ง ยืนเดินไฟเผาอยู่ตลอดเวลาในหัวอกนี่นะ ถ้าระงับดับลงไปแล้วอิริยาบถทั้งสี่จะสงบร่มเย็น สะดวกสบายๆ กิเลสขาดสะบั้นไปหมดจ้าไปหมด ไม่มีอะไรเป็นภัย ชี้นิ้วได้เลยว่ากิเลสเท่านั้นเป็นภัยต่อโลก เป็นภัยต่อหัวใจสัตว์ พอกิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้วไม่มีอะไรเป็นภัย

เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ท่านจึงไม่มีทุกข์ทางใจ ทางใจไม่มีทุกข์สำหรับพระอรหันต์ หมดโดยสิ้นเชิง แต่เรื่องธาตุเรื่องขันธ์ที่เจ็บปวดแสบร้อนในสกลกาย เจ็บท้องปวดศีรษะมีได้ด้วยกันเหมือนโลกทั่วๆ ไป เพราะเป็นสมมุติด้วยกัน อันนี้ท่านไม่ปฏิเสธ แต่ที่ต่างกันก็คือว่าไม่สามารถซึมซาบเข้าไปถึงจิตใจที่ท่านบริสุทธิ์แล้ว จิตใจที่บริสุทธิ์นั้นเป็นวิมุตติ เหล่านี้เป็นสมมุติ ทุกข์ขนาดไหนเป็นสมมุติทั้งนั้นในธาตุในขันธ์ ธรรมชาตินั้นเป็นวิมุตติแล้วเข้ากันไม่ได้ เป็นคนละฝั่งละฝาแล้ว ท่านก็ครองธาตุครองขันธ์ไปอย่างนั้นแหละ

นั่นละจิตที่บริสุทธิ์แล้วเป็นอย่างนั้น ไม่มีทุกข์ในใจเลย หมดโดยสิ้นเชิง ใครจะเป็นฟืนเป็นไฟขนาดทั่วโลกดินแดน หัวใจดวงนั้นจะไม่มีกับใครเลย จ้าอยู่ตลอดเวลา จะว่า สุญฺญโต โลกํ ก็ไม่ผิด โลกนี้ว่างไปหมดเลย ความทุกข์สมมุติอะไรไม่มีในใจ เรียกว่าว่างไปหมด ท่านว่า สุญฺญโต โลกํ ทำจิตให้ว่างดูซิ ถ้าจิตว่างอะไรจะยุ่งไม่ยุ่งนะจิต สบายตลอด พากันจำเอานะ เอาละเท่านั้น วันนี้เทศน์เท่านั้น

(ทองคำวันนี้ได้ ๒ บาท ๗๔ สตางค์ครับผม) เอ้อนั่นเห็นไหมได้ทุกวันๆ เมื่อวานนี้ก็ได้วันนี้ก็ได้ ต่อไปทุกวัน มันจะค่อยหนุนขึ้นๆ ทองคำในคลังหลวงของเราซึ่งเวลานี้บกพร่องมากอยู่นะ เราจึงต้องพยายามขวนขวายรบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายมาเข้าสู่คลังหลวงของเรา ซึ่งเป็นชีวิตจิตใจของชาติไทยเรา จึงพยายามตลอด เวลาอยู่ในฐานะที่จะพอเป็นไปก็พาพี่น้องทั้งหลายบึกบึนๆ เวลาตายแล้วไม่ได้นะ การเป็นผู้นำก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย หนึ่งไม่สามารถที่จะออก ไม่กล้าที่จะออก เรากล้าหรือไม่กล้าก็ไม่รู้ ดูเอาก็แล้วกัน เวลาเป็นผู้นำเขาเดินตามหรือไม่เดินตาม ดีไม่ดีเขาแซงหน้าเข้าใจไหม อย่างนั้นก็ได้ แน่ะมันลำบากนะความเป็นผู้นำ

ถ้าไม่ยอมรับกันเสียเท่านั้นไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย ความยอมรับนี้เป็นประโยชน์ทั้งนั้นๆ นั่นละสำคัญ พอพูดอย่างนี้แล้ว ก็อย่างพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่าง เราเคยพูดหลายหนแล้ว พระพุทธเจ้าเสด็จไป พระกัสสปะเป็นสาวกของพระองค์เดินตามเสด็จมา พอดีแม่ค้าเขามาขายของ เขาหามสินค้าทั้งหลายเต็มเอี๊ยดๆ มา พระพุทธเจ้าเสด็จไปนี้เขาเฉยเขาไม่สนใจนะ เขาผ่านไปนั้น พอผ่านเข้าไปนิดหนึ่งก็แวะเข้าไป พักนี่ละอานนท์ คอยฉันอาหารกับพระกัสสปะ พวกหลั่งไหลไปนี้ลูกศิษย์พระกัสสปะนะ นั่นเห็นไหม

ท่านเล็งญาณดูแล้ว ลูกศิษย์พระกัสสปะ ไปนี้มีเท่าไรเขาจะเทลงนั้นหมดละ แล้วพระกัสสปะจะพาเขามาเทที่นี่ เราคอยกินที่นี่ละภาษาของเรา สักเดี๋ยวพระกัสสปะก็พามาจริงๆ แม่ค้าเหล่านั้นทุ่มลงนั้นหมดเลย พระพุทธเจ้าก็ได้อาศัยพระกัสสปะ ท่านว่าเราอาศัยพระกัสสปะ นั่นน่ะเป็นตามนิสัยวาสนา ถ้าไม่เกี่ยวข้องกันแล้วเดินผ่านหน้ากันไปก็ไม่สนใจกัน ถ้าเกี่ยวข้องกันแล้วพันกันเลยๆ อันนี้เรื่องเกี่ยวก็เหมือนกัน บุพเพนิวาสชาติปางก่อนเราจะเคยเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นญาติ เป็นมิตร เป็นเจ้า เป็นนาย เป็นครู เป็นอาจารย์ของกันและกันเกี่ยวพันกันมา พอพูดอะไรกันมันก็รู้เรื่องๆ ถ้าไม่เกี่ยวกันยังไงก็ไม่รู้เรื่อง เข้าใจแล้วเหรอ

ไปละทีนี้จะสั่งเสีย ฟังทุกคนเราจะสั่งเสีย เป็นคำดิบคำดี นี่ได้เวลาแล้วเรามีธุระมาก เราจะไปละ ใครไม่ไปจะนอนตายอยู่นี้ก็แล้วแต่ ก็ให้ความสะดวกแล้วนอนตายอยู่นี้ก็ได้เราไม่ว่าเข้าใจไหม แต่เราไม่มากุสลาเท่านั้นเอง ไปละ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก