อยู่ด้วยกันต้องอาศัยกัน
วันที่ 14 กันยายน 2548 เวลา 8:20 น. ความยาว 30.37 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

อยู่ด้วยกันต้องอาศัยกัน

ก่อนจังหัน

เราเขียนติดป้ายไว้ข้างหน้า ๓ แผ่น ผ้าขาวติดไว้ข้างหน้า ๓ แผ่น เราเป็นคนสั่งเองคำพูดของเรา ที่นี่เป็นวัด เป็นสถานที่ภาวนาเพื่อความสงบใจ ไม่มีกิจจำเป็นไม่ควรมาเที่ยวเพ่นพ่าน เราได้ขนาบเรื่อยนะ ตัวหนังสือใหญ่ออกไปพอดี เขียนไว้เขาไม่ได้อ่าน พอเราออกไปทีไรตัวหนังสือใหญ่นี้ไล่ขนาบออกเลยเทียว จนจะค่ำจะมืดมันยังไหลเข้ามาๆ มาเที่ยวเพ่นพ่านๆ บอก ได้อ่านไหมนี่ ไปอ่านเดี๋ยวนี้เราว่า เขาจะอ่านหรือไม่อ่านก็ช่างเพราะเราไล่เดี๋ยวนั้นเลย แตกอึกทึกออกนอกวัด มันเพ่นพ่านๆ มันมาดูเฉยๆ ตื่นข่าวกัน ไม่มาดูหัวใจเจ้าของ ดูเพ่นพ่านๆ เพลินนั้นเพลินนี้

เอาธรรมจับดูจนจะดูไม่ได้ ท่านทั้งหลายจะว่ายังไง เราไม่ได้พูดดูถูกเหยียดหยาม พูดโดยธรรม เอาธรรมมาส่องดูโลกที่สกปรกรกรุงรัง เต็มไปด้วยฟืนด้วยไฟ มันยังเพลินบ้ากันอยู่โลกอันนี้น่ะ ไม่รู้ตัวหรือเวลานี้พุทธศาสนาประกาศกังวานมา ๒๕๐๐ ปีแล้วนี่ เราได้ระลึกบ้างหรือเปล่าพระพุทธเจ้า หรือระลึกหาตั้งแต่ส้วมแต่ถานนั่นเหรอ มอมแมมๆ เต็มไปด้วยส้วมด้วยถานคือความสกปรกโสมมของกิเลสนั่นแหละ มันเต็มหัวใจทุกคนๆ ดีดออกตรงไหนๆ ดูไม่ได้ๆ นะ ธรรมจนแทบไม่มี ทั้งๆ ที่ว่าเมืองไทยเราเป็นชาวพุทธ มันชาวพุทธหรือชาวอะไรเราก็ไม่รู้

เป็นผู้ใหญ่เท่าไรยิ่งเลว ใหญ่ว่าจะใหญ่ศีลใหญ่ธรรม ใหญ่อำนาจปกครองบ้านเมืองให้สงบร่มเย็นด้วยความมีศีลมีธรรม นี่เป็นความถูกต้องของผู้ใหญ่ที่ปกครองผู้น้อย ตั้งแต่วงราชการถึงรัฐบาล นี่ผู้ใหญ่ เหล่านี้ควรจะมีธรรมประจำๆ ในหน่วยงานต่างๆ หัวหน้าๆ เป็นสำคัญ นี้ไม่มีเลย มีแต่มูตรแต่คูถเต็มสถานที่ทำงานหน่วยราชการต่างๆ ใหญ่เท่าไรยิ่งมูตรคูถกองใหญ่       นี่ละเมืองไทยเราที่ว่าเป็นเมืองพุทธมันกลายเป็นเมืองมูตรเมืองคูถไปหมดแล้วนะเวลานี้

ท่านทั้งหลายยังเห็นพระพุทธเจ้าเป็นตุ๊กตาอยู่เหรอ เห็นพวกมูตรพวกคูถนี้ว่าเป็นทองคำทั้งแท่งอยู่เหรอ จะจมกันนะ บอกตรงๆ อย่างนี้เลย นี่ได้คุ้ยเขี่ยขุดค้นการปฏิบัติมาของเราเป็นเวลา ๙ ปีเต็ม ได้คุ้ยเขี่ยขุดค้นหาเรื่องราวทั้งดีทั้งชั่ว ก็ไปเจอกันที่หัวใจที่เรียกว่ามหาภัยหรือมหาเหตุ มาเจอกันที่ตรงนั้น จึงได้นำออกมาชี้แจงให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ให้ทราบเสียนะ เดี๋ยวจะตายทิ้งเปล่าๆ มันเกิดประโยชน์อะไร วันหนึ่งๆ ก็มีแต่มืดกับแจ้ง มันไม่ได้ไปตกนรกขึ้นสวรรค์ชั้นพรหมนะ ตัวคนเรานี้ละตัวคึกตัวคะนองมันจะลงไปจมนรก ให้พากันจดจำเอาไว้นำไปปฏิบัติ

ความยากลำบากในการที่จะถอนตัวออกจากฟืนจากไฟ ยากลำบากบ้าง เอ้า ทนเอา ดีกว่าจะไปสะดวกเพื่อจมๆ อันนี้มีมากนะ นี้เราจวนจะตายเท่าไรยิ่งวิตกวิจารณ์กับบรรดาพี่น้องทั้งหลายมากเข้าทุกวันๆ แทนที่จะมาวิตกวิจารณ์กับเรา เราบอกตรงๆ เราไม่มี หมดโดยสิ้นเชิง กิเลสหมดจากหัวใจเสียอย่างเดียวทุกข์ไม่มีเลย มีแต่บรมสุขเต็มหัวใจ นั่นคือธรรมทั้งแท่งกับใจเป็นอันเดียวกันแล้ว นี่ศาสนาของพระพุทธเจ้า ครองความสุขความเจริญจนกระทั่งถึงบรมสุข นี่คือธรรม

เรื่องกิเลสเป็นเรื่องนรกอเวจี เผาทั้งเป็นเผาทั้งแห้งทั้งสด เผาไปหมด ให้พากันคิดกันอ่านนะพี่น้องทั้งหลายลูกหลาน อย่าอยู่เฉยๆ มีแต่ความเพลิดความเพลินวันหนึ่งๆ หมดไป มืดแจ้งมันไม่ได้หมด มันมีมานี้ตั้งกัปตั้งกัลป์ ไอ้เรานั่นซิจะหมดจากผลจากประโยชน์ที่ควรจะได้ในเวลามีชีวิตอยู่นี้น่ะ ตายแล้วไม่ได้เรื่องอะไร ให้พากันคิดกันอ่าน อย่าพากันเพลิดกันเพลิน

นั่นติดป้ายไว้นั่น เพราะมันเหลือทน มองดูเพ่นพ่านๆ มาหาสาระอะไรก็ไม่เห็นมี ตื่นข่าวกันมาๆ  แต่ถ้าไปเจอกับเราแล้วพอดี รายไหนเจอกับเรา มันอดหัวเราะไม่ได้นะ รายไหนเจอกับเรา คึกคักใส่นะ คึกคักขึงขังๆ มายังไงนี่ แต่หัวใจไม่มี หัวใจมีแต่ความเมตตา มีแต่กิริยาท่าทางขู่เฉยๆ มายังไงต่อยังไงนี่ อ่านไหมนี่น่ะ จากนั้นไปเดี๋ยวนี้ ไล่เลย แตกฮือๆ กลับ ถ้าตัวหนังสือใหญ่ออกมาเป็นอย่างนั้น ตัวหนังสืออันนั้น ๓ แผ่นเขาไม่อ่าน ตัวนี้อ่านหรือไม่อ่านเขาก็ฟังอยู่ ไล่เผ่น อย่างนั้นละ จำเอานะพี่น้องทั้งหลาย เอาละให้พร

หลังจังหัน

(หมอจากโรงพยาบาลหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ มาขอความเมตตาอาหารแห้งให้เด็กที่ทางศาลเยาวชนดูแลอยู่) โอ๋ย ไม่สะดวกแหละ คือเรานี้เป็นพื้นอยู่แล้วที่โรงพยาบาล ของมาเต็มโกดังตลอด บกบางไม่ได้ จากนั้นใครมาขอที่ไหนให้ไปๆ ส่วนโรงพยาบาลนี้เรียกว่าสมบูรณ์ตลอดไม่ให้บกพร่อง ทีนี้ทางโน้นมาขอทางนี้มาขอ เราจึงให้บ้างไม่ให้บ้าง เพราะทางนี้เราก็หนักของเราพอ (ขอเฉพาะครั้งนี้ครับ) ถ้าเราบอกว่าเราเคยให้มามากแล้ว เราจะไม่ให้เฉพาะครั้งนี้จะว่าไงล่ะ เอา ตอบกันมาซิน่ะ ครั้งอื่นนั้นเราอาจให้ แต่ครั้งนี้เราไม่ให้ก็ได้ เอา พิจารณากันนะ มีอะไรก็ให้จัดกันไป เพราะความทุกข์ความจนมันก็ต้องหาที่พึ่ง เราวิ่งเข้าไปหาบ้านนี้ เรากำลังหิวข้าวจะตาย ไปขอข้าวเขาไม่ให้กิน โหย อยากเอาไฟเผาบ้าน อันนี้ก็เหมือนกันนั่นแหละ เทียบกันอย่างนั้นซิ

เราช่วยโรงพยาบาลหล่มสักนี้ไม่น้อยนะ โถ ตึกยาวเหยียดสองชั้น ชั้นสามเป็นชั้นอะไร เขาจะปลูกต้นม้งต้นไม้อะไรชั้นสาม ชั้นหนึ่ง ชั้นสอง เต็มที่เลย ยาวถึงโน้นทางเข้าครัว ที่ปลูกตึกนั้นก็เป็นสระใหญ่ด้วย มีแต่อย่างนั้น สระใหญ่ ฟาดดินมาจากภูเขาทั้งลูกเลยใส่ลงนั้น นี่เราหมดเลยนะ ดินมาเท่าไรถมลงจนกระทั่งเต็มสระ เท่าไรเราจ่ายหมด จากนั้นก็สร้างตึกขึ้นมาสามชั้น สามชั้นกลายๆ ชั้นที่สาม

ที่เราช่วยทางด่านน้ำหนาว คือเรานั่งรถผ่านไปผ่านมาดูตลอด เห็นเขาขายของอยู่ตามด่านต่างๆ ดูแล้วดูเล่า พอดูแล้วเราก็ให้คนรถเราซื้อ ซื้อก็เอานิดหน่อย เอาเงินให้เขามากๆ ผ่านไปผ่านมาเพราะสร้างตึกหลังนี้ ตึกมันหลังใหญ่ จากนั้นมาเลยส่งให้เลยเป็นประจำทุกเดือนจนกระทั่งป่านนี้ น่าจะไม่ต่ำกว่า ๘ ปีละมั้งที่สร้างตึกโรงพยาบาลหล่มสัก นั่นละที่เริ่มช่วยพวกด่านมาจนกระทั่งป่านนี้ ช่วยทุกเดือนๆ  ด่านมันมีสองครอบครัว ด่านนี้ ด่านโน้น เราไปให้ทั้งสองด่านเลย เดือนละครั้งๆ ตั้งแต่บัดนั้นมาจนกระทั่งป่านนี้ นานอยู่นะ หลายปีอยู่ อย่างนี้แล้วไปที่ไหนเราช่วยตลอด ช่วยเต็มกำลังความสามารถ

นี่ก็ไม่ได้ไปหล่มสักนานแล้ว หลังจากตึกเสร็จเรียบร้อยแล้วดูเหมือนได้ไปหนเดียว จากนั้นมาไม่ได้ไปอีกเลย ตึกโรงพยาบาลหล่มสัก (ทางโรงพยาบาลหล่มสักอยากกราบนิมนต์หลวงตาไปเยี่ยมสักครั้งหนึ่งครับ) ก็นั่นแล้ว แต่ไม่ได้ไปซิ วันหนึ่งๆ ยุ่งมาก ไม่ค่อยว่างนะวันหนึ่ง เรื่องโรงพยาบาลนี่ละที่ว่าเป็นอันดับหนึ่ง การช่วยโลกรู้สึกโรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่ง มากจริงๆ หลายร้อยโรง แล้วโรงพยาบาลมันหลายชิ้นหลายอันหลายอย่าง ไม่ใช่อย่างหนึ่งอย่างเดียว ช่วยพวกเครื่องมือแพทย์ พวกรถพวกรา พวกตึก สถานที่ไม่พอขยายออกไปเราก็ซื้อที่ให้ๆ เครื่องไม้เครื่องมือไม่พอเขาจำเป็นมาขอ พวกรถพวกราพวกตึกเหล่านี้ มีหลายอย่างในโรงพยาบาลแต่ละโรงๆ  ช่วยมาตลอดอย่างนี้ละ

ทางหล่มสักนี้ตั้งแต่สร้างตึกแล้วเราก็ไม่ได้ไปอีก เพราะงานเรามากมาย ไม่ค่อยได้ไป ไปก็ไปแค่ด่านสุดท้าย ด่านน้ำหนาว ด่านหล่มสัก ไป เอาของไปส่งให้ทั้งสองด่าน ทุกๆ เดือนนะ ให้ทุกเดือน ของเต็มรถพอดีพวกข้าวสารพวกอะไร จากนั้นเราก็ให้เงินสดไม่มาก ให้ครอบครัวละ ๖๐๐ มีกี่ครอบครัวๆ ละหกร้อยๆ ส่วนเด็กมีเท่าไรให้คนละร้อยๆ  เวลาเขาไม่ไปโรงเรียน เด็กมีเท่าไรให้คนละร้อยๆ ส่วนครอบครัวๆ ละหกร้อย อย่างนี้เป็นประจำ

วันนี้มามีอะไรบ้าง (หัวหน้าศาลเยาวชน จ.เพชรบูรณ์ อยากมากราบหลวงตาครับ ท่านผู้พิพากษาหัวหน้าศาลที่เป็นผู้ดูแลบ้านสำหรับรักษาเด็กติดยา) นั่นละพอว่าหัวหน้าศาลเข้ามาเกี่ยวข้องกับวัดกับวา เราพอใจทันทีนะ คือนี้เป็นจุดศูนย์กลางที่จะตัดสินชี้ขาดทุกอย่างๆ เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม ถ้าผู้ตัดสินเป็นธรรมแล้วชุ่มเย็น ถึงจะแพ้ก็ยอมรับตามความเป็นธรรม ชนะก็ดี แพ้ก็ดี ยอมรับด้วยความเป็นธรรม เพราะผู้ตัดสินตัดสินเป็นธรรม ถ้าไม่มีธรรมเสียอย่างเดียวเท่านั้น โอ๋ย เป็นได้ง่ายๆ นะ ฝ่ายไหนเงินก้อนเงินใหญ่แล้วไปฝ่ายนั้น กองเงินโตไปฝ่ายนั้น ให้ฝ่ายนั้นชนะ ให้ฝ่ายนี้แพ้ เป็นได้ไม่สงสัย นี่ละธรรมพิจารณาละเอียดลออมาก

ศาลหนึ่ง ตำรวจหนึ่ง หมอหนึ่ง ที่สำคัญมาก หมอจะเอาเท่าไรก็ได้ เพราะคนที่เข้าไปหาหมอมีแต่คนจนตรอกจนมุม ถ้าหมอไม่มีธรรมแล้วคนไข้บอบช้ำ บอบช้ำทางด้านจิตใจและสมบัติ ตำรวจก็เหมือนกัน จับสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วเรียกค่าไถ่ในนั้นแหละ หมอนี่จะเอาเท่าไรก็ได้ ทางนั้นก็ต้องจ่ายๆ มันบังคับกันในตัว ทางผู้พิพากษาก็เหมือนกันตัดสินลงไป ถ้าเป็นธรรมแล้วตัดสินด้วยความเป็นธรรม เย็นทั้งสองฝ่าย ยอมรับด้วยความเป็นธรรม ไม่เดือดร้อน ไม่เคียดแค้น ธรรมจึงเป็นของสำคัญมาก ลงจุดไหนตายใจได้จุดนั้นๆ ก็ดีละ เราอยากให้วงราชการเราสนใจในอรรถในธรรมมากๆ โลกเราจะได้ชุ่มเย็นเป็นสุข ถ้าขาดธรรมแล้วก็เป็นฟืนเป็นไฟไป มีธรรมอยู่ที่ไหนเย็นๆ ไปเลย

เมื่อสองสามวันนี้ทางภูเขียวก็มา แล้วโคราชมา มาขออาหาร เป็นกลุ่มๆ มีจำนวนเท่านั้นๆ แล้วก็มาขออาหารจากเรา (พวกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ครับ) เออ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ไหนบ้าง เราก็แยกให้ เขาก็เอารถใหญ่แหละมาแต่ของเราไม่พอ เพราะแจกอยู่ตลอด โรงพยาบาลแต่ละวันๆ วันละสามสี่โรงๆ เป็นประจำ สูงสุดเท่าที่ได้มาเกี่ยวข้องกับโกดังเรานี้ ๙ โรง ไม่เคยเลยนั้น อย่างสูงสุด ๙ โรง สามสี่โรงเป็นธรรมดาทุกวันๆ เวลามาแล้ว นั่นปั๊มน้ำมันเรา เราสั่งน้ำมันมาเต็มอยู่ในปั๊ม พอออกไปนี้เราเติมน้ำมันให้เต็มถังๆ ทุกคันรถ ไม่ว่ามาใกล้มาไกลเวลาออกไปก็เติมน้ำมันให้ อย่างนี้เป็นประจำ

เรียกว่าเต็มกำลังความสามารถของเราที่ช่วยโลก ช่วยมาโดยลำดับลำดา เราช่วยอย่างไม่มีแบ่งได้แบ่งเสียเลย แบ่งก็เพื่ออันนั้น แบ่งเพื่ออันนี้เท่านั้น อย่างอื่นไม่มี ช่วยอย่างนี้ตลอด นี่ละถ้ามีธรรมในใจแล้วเป็นอย่างนั้นนะ ถ้าได้ทำอะไรถึงไหนถึงกันๆ จิตนี้มันโล่งเลย ถ้าไม่ได้ทำมันมีเหมือนอะไรขัดๆ ข้องๆ ภายในใจ มีลักษณะแปลกๆ ถ้าได้ทำอย่างนั้นแล้วโล่งไปหมด ๆ เลย นี่ละอำนาจของธรรม มีเมตตาธรรมเป็นสำคัญ ไปที่ไหนโล่งไปหมดๆ

เราจึงสอนบรรดาพี่น้องทั้งหลายว่าอย่าคับแคบตีบตัน เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์ขี้ขลาดอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องหาเพื่อนหาฝูง ไม่มีอะไรเลยก็เอาไอ้ตูบมาเป็นเพื่อน อยู่ในบ้านมีไอ้ตูบจนได้นั่นละ เมื่อเป็นอย่างนั้นให้เห็นใจกัน ต่างคนต่างหวังพึ่งกัน เศรษฐีก็พึ่งคนใช้คนงาน คนงานก็พึ่งเศรษฐี ต่างคนต่างพึ่งกัน จะอยู่โดดเดี่ยวโดยลำพังไม่ได้นะมนุษย์เรา ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเฉลี่ยน้ำใจให้ทั่วถึงกัน วางรากฐานไว้คือจิตใจกว้างขวางต่อกันและกัน สมกับเราเป็นพวกขี้ขลาดอยู่คนเดียวไม่ได้ เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วต้องอาศัยกัน คนนั้นได้อันนี้คนนี้พึ่งอันนั้น พึ่งกันไปๆ เย็น ไม่เหือดแห้ง คนเต็มบ้านเต็มเมืองหาสิ่งที่จะสงเคราะห์กันไม่ได้ มีแต่เหือดแห้งเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันใช้ไม่ได้เลย ไม่มีความหมาย มนุษย์มีมากมีน้อยเท่าไรไม่มีความหมาย

มนุษย์ที่มีธรรมในใจมีเฉลี่ยเผื่อแผ่ต่อกันและกันนี้ ไปที่ไหนร่มเย็น ไม่อดตายละ เป็นอย่างนั้น  อันนี้เราก็ยังได้พูดแล้ว มาจากเชียงใหม่ โอ๋ย ได้ร่มมา เหตุที่เราจะพูดนี้ก็คือว่า ผัวกับเมียที่เขาไปทำงานภาคกลางเป็นไข้มา ผ้าห่มก็ไม่มี ร่มกันฝนก็ไม่มี เข้าไปหาเราที่วัดป่าจักราช เราขึ้นมาจากกรุงเทพฯมาจำพรรษาที่นั่นที่ออกปฏิบัตินะ เราก็ได้ร่มคันนั้นละมาสวยงามมาก ราคาหลายบาทอยู่ แต่ก่อนเงินมีราคา มาเขาก็มาขอผ้า โอ๊ย ผ้าก็มีแต่ผ้าเหลืองมันก็ห่มไม่ได้ซิจะทำไง พระมีแต่ผ้าเหลือง ผ้าอย่างห่มกันมานี้มันไม่มีทำไง ก็มีร่มคันเดียวนี่ เลยเอาร่มคันใหม่ๆ มาให้ เรายังไม่ได้ใช้นั่นน่ะ เอามายังไม่ได้ใช้เลย มีร่มคันเดียวนี่เอาเสีย

เขาเห็น โอ๊ย ร่มคันนี้ทำไมจึงสวยงามนักจะเอาไปได้ยังไง มันสวยงามเกินฐานะเขาว่า นี่เป็นคนทุกข์คนจนกับร่มสวยๆ งามๆ นี้มันเข้ากันไม่ได้ เข้าได้ทำไมเข้าไม่ได้ เราให้เข้านี่นะ เราเป็นคนให้ทำไมจะไม่ได้ เอาให้เขายังไม่อยากเอานะ เราจึงไม่ลืม คือร่มได้สวยงามจริงๆ ราคาแพง เราก็ยังไม่เคยได้ใช้เลย ได้มาจากเชียงใหม่ นั่นละตอนจากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพฯแล้วก็ออกปฏิบัติเลย ได้ร่มนั้นติดตัวมา เราจึงไม่ลืมที่เอาให้เขาเขาไม่อยากเอานะ ยื่นให้เท่าไรเขายิ่งถอยๆ ทั้งผัวทั้งเมียเป็นธรรมทั้งคู่ เราก็บอก เอา เราให้แล้วด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไปให้ได้รับความร่มเย็นจากร่มนี่ละ แล้วเขาก็เอาไปแล้วมองๆ มองเราแล้วก็มองร่ม มองแล้วมองเล่า

เอาไปเราก็ว่า เขาจะไม่เอา มันก็เลยติดใจเรา คือเขาไม่ยอมเอาทีแรก เราเอาให้จนได้ เลยไป ผัวเมียสองคนเป็นไข้มา นี่พูดถึงว่าเราไม่มีอะไรสงเคราะห์เขา เขามาขอผ้าห่มก็มีแต่ผ้าเหลืองพระมันให้ไม่ได้ซิ ก็มีแต่ร่มเท่านั้นละให้เขาไป นี่เรื่องเมตตาสงสาร มีอะไรมีเถอะ แต่มันก็หากเป็นนิสัยอันหนึ่งเหมือนกันนะ ตั้งแต่บวชอยู่ เวลาเรียนหนังสือคณะของเรานี้จะมากที่สุด ไปที่ไหนเรามักเป็นหัวหน้าเสมอ ผู้ใหญ่ไว้วางใจ ไปที่ไหนเราเป็นหัวหน้าคณะๆ คณะของเรานี้พระเณรเต็มไปหมดเลย ได้อะไรมาเป็นอันเดียวกันเลย นั่นเป็นของท่านนี่เป็นของเราไม่มีสำหรับเรา คณะอื่นมี ของท่านของเรามี สำหรับคณะเราไม่มี

เพราะฉะนั้นพระเณรเราจึงเหมือนพ่อแม่กับลูก พอเราไปไหนมาได้อะไรมา อู๋ย รุมกันแย่งกันลูกเต้าแย่ง พ่อแม่ได้อะไรมา ลูกเต้ามันแย่งพรึบเลย เป็นอย่างนั้นละเรา ตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ก็เป็นอย่างนั้น ไปอยู่ที่ไหนคับแคบตีบตันครูบาอาจารย์ตระหนี่ถี่เหนียว โอ๋ย อยู่ไม่ได้นะคับหัวอก หาอุบายออกจนได้นั่นแหละเรา เรามันเล็กก็ตามแต่หัวใจมันไม่เล็กมันเป็นอยู่ภายใน เรื่องความเสียสละเรียกว่าไม่มีอะไรติดตัวแต่ไหน เรียนหนังสือก็เหมือนกันไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวตลอดมา จนกระทั่งออกปฏิบัติก็สละตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้

ก็คงจะเป็นนิสัยวาสนาเหมือนกัน มันหากเป็นเอง ไปอยู่ที่ไหนพวกพระพวกเณรนี้รุมเราๆ ไปวัดไหนๆ เป็นหัวหน้าคณะๆ ส่วนมากมีแต่เป็นหัวหน้านั่นละ เพราะผู้ใหญ่ไว้วางใจให้เป็นหัวหน้า พระเณรจึงยั้วเยี้ยๆ ได้อะไรมาถึงกันหมดเลย ถึงกันหมด ไม่มีของท่านของเรา สำหรับเราเป็นอย่างนั้น ที่อื่นเป็นอย่างของท่านนั่นละ แต่เราเป็นเรื่องของเรามาตลอด เช่นอย่างมาอยู่ในวัดนี้ก็เหมือนกัน ไม่ว่าวัดไหนที่เราเป็นหัวหน้ามาเป็นแบบเดียวกันหมดตลอด ไม่มีของใครของเรา ต้องการอะไรให้มาเอา อย่ามาขอ

เอาไปใช้ให้ถูกต้องตามหลักธรรมหลักวินัยเอาไปเถอะ แต่เอาไปสุรุ่ยสุร่าย เอาไปโกโรโกโสไม่ได้นะ แน่ะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเอาไปเพื่อเป็นผลเป็นประโยชน์เอาไป ไม่ต้องมาขอให้เสียเวล่ำเวลา นั่น เปิดเผยเป็นของด้วยกันทุกคน เราปกครองกันด้วยเรียกว่าเลือดเนื้ออันเดียวกันเลย มีอะไรถึงกันหมดไม่ว่าของท่านของเรา สำหรับวัดเราปฏิบัติอย่างนั้นมา ยิ่งมาอยู่วัดป่าบ้านตาดนี้ด้วยแล้วเปิดโล่งตลอดเลย เพราะมันเคยเปิดโล่งมาแล้วตามนิสัย ทุกวันจนไม่มีอะไรติดละในวัด มีเท่าไรออกหมดๆ เราไม่เคยเก็บไม่เคยสั่งสม ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้รับไป สิ่งที่ให้ไปนี้เป็นประโยชน์แก่ผู้รับ ให้ไปเรื่อยๆ ไปอย่างนั้น ก็มีเท่านั้นละ

วันนี้พูดเรื่องการเสียสละ การอยู่ร่วมกันมนุษย์เราเป็นสัตว์ขี้ขลาด อยู่คนเดียวไม่ได้ เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วให้เห็นอกเห็นใจกัน ผู้ใหญ่ผู้น้อยหวังพึ่งกันทั้งนั้นแหละ อยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ ต้องหวังพึ่งกัน พระพุทธเจ้าถึงย้ำลงไป อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ พึ่งตนบ้างซิ จะหาพึ่งตั้งแต่คนอื่น มันลืมตัวนั่นท่านว่า ให้พึ่งตัวเองบ้างซิ จะไปหาพึ่งตั้งแต่คนอื่น ทำให้ลืมตัว พึ่งแต่เขาๆ ไม่สนใจพึ่งตัวเอง นั่นท่านสอนเอาบ้าง นิสัยมนุษย์เราเป็นอย่างนั้น หวังพึ่งแต่คนอื่น ไม่หวังฟิตตัวเองให้เป็นคนดิบคนดี ให้คนอื่นได้พึ่งบ้าง นอกจากเราเป็นที่พึ่งของเราแล้วคนอื่นก็ได้พึ่งบ้าง ท่านก็สอนอย่างนี้ก็ดี วันนี้เท่านั้นละ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก