หมดสภาพแล้วสอนไม่ได้
วันที่ 19 กันยายน 2548 เวลา 8:20 น. ความยาว 43.34 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

หมดสภาพแล้วสอนไม่ได้

         ทองคำประเภทน้ำไหลซึมตั้งแต่วันมอบเรียบร้อยแล้วได้ทีหลังนี้ จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๘ กันยา ๒๕๔๘ ที่หลอมแล้วและไม่ได้หลอมเป็นจำนวน ๑๖๘ กิโล ๒๘ บาท ๒๕ สตางค์ รวมกับ ๓๗ กิโลครึ่ง คือ ๓๗ กิโลครึ่งเรามอบไปแล้วพร้อมกับทองคำน้ำหนัก ๑๑ ตัน เลยแยกจาก ๑๑ ตันนั้นมาว่าเป็นจำนวนเท่าไร ทั้งประเภททองคำที่ซึมซาบและประเภท ๓๗ กิโลครึ่งที่มอบแล้วนั้นรวมกันเป็น ๒๐๕ กิโล ๖๑ บาท ๔๔ สตางค์ นี่ละจาก ๑๑ ตันมา ทองคำเราที่มอบแล้วนั้นเป็น ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง ทีนี้เอาเศษคือ ๓๗ กิโลครึ่งนี้มาบวกกันกับทองคำประเภทน้ำไหลซึม ประเภทซึมซาบ ได้ ๒๐๕ กิโล ๖๑ บาท  ๔๔ สตางค์ เวลานี้ เพิ่มจาก ๑๑ ตันไปเป็น ๒๐๕ กิโลแล้วเวลานี้

เราจะพยายามให้ได้ทองคำเข้าสู่คลังหลวง ซึ่งเป็นลมหายใจของคนทั้งชาติให้มากขึ้นๆ จนกว่าจะพอหายใจได้ครึ่งปอดก็เอา หายใจไม่เต็มปอดเอาครึ่งปอดก็ยังดี เราจึงได้พาพี่น้องทั้งหลายดิ้นอยู่ตลอดเวลามา เราดิ้นเพื่อชาติ เพื่อศาสนา เพื่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นจอมหัวใจของประเทศไทยเรา เราพยายามอุ้มทั้งสามพระองค์นี้ เรียกว่าเต็มเม็ดเต็มหน่วย เจตนาของเราออกไปในแง่ใดๆ มีแต่แง่อุ้มทั้งนั้นๆ แง่ทำลายเราไม่เคยปรากฏในหัวใจของเรา มีแต่แง่ที่จะอุ้มชูขึ้นไปเต็มกำลังความสามารถของเรา อันใดไม่ดีที่จะมาแตะต้องหรือมาทำลายส่วนใหญ่ๆ เราจะปัดๆ

คำว่าปัดนี่ละเขาจะแยกออกไปเป็นแง่ว่าวิพากษ์วิจารณ์อย่างนั้นอย่างนี้ เช่นอย่างนายสมัคร สุนทรเวช ว่าหลวงตาบัวนี้ขาดจากความเป็นพระแล้ว เพราะไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ฟังซิน่ะ รัฐบาลมันวิเศษวิโสมาจากไหนจึงต้องได้มาเหยียบหัวหลวงตาบัว แล้วจะเข้าไปส้วมนั้นแหละ มาเหยียบหัวหลวงตาบัวแล้วก็เพื่อจะยกยอพวกเดียวกัน มีช่องทางที่จะเข้าส้วมเข้าถาน เวลาเข้าส้วมเข้าถานแล้วจับหางดึงก็ไม่ออกพวกนี้ กินไม่อิ่มไม่พอ ไม่มีทางใดแล้วก็มาเหยียบหัวหลวงตาบัวเพื่อจะเข้าส้วมเข้าถาน อันเป็นที่ใหญ่โตรโหฐาน ที่ชอบที่สุด ที่เลิศเลอที่สุด คือส้วมคือถานของนายนี้ละ

ไม่อย่างนั้นคนทั้งโลกใครเขาจะมาเหยียบหัวหลวงตาบัว ว่าไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รัฐบาลเป็นจุดใหญ่ของเขา เป็นเจ้าอำนาจที่จะลากคอเขาเข้าส้วมเข้าถาน เข้าใจไหม ถ้าไม่ประจบประแจงรัฐบาลด้วยเหยียบหัวพระลงไปแล้วมันจะไม่สำเร็จ นี่อุบายวิธีการแห่งความสกปรกโสโครกของโลก คิดว่าจะปกครองโลกมันปกครองยังไง เหยียบหัวพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ไปได้อย่างสบายๆ เพื่อเข้าส้วมเข้าถาน เอาไปพิจารณาซิพี่น้องทั้งหลายน่ะ

เราสะเทือนใจอยู่นะ เราไม่ได้สะเทือนใจเพราะเขาว่าเรา เรามีส่วนได้ส่วนเสียกับเขา เราไม่มีอย่างนั้น เราสะเทือนใจว่าเป็นผู้ใหญ่ถึงขนาดเคยเป็นผู้ว่ากทม.มาแล้ว ยังมาแสดงกิริยาอย่างนี้ได้อย่างหยาบโลน ดูซิพี่น้องทั้งหลาย คนประเภทนี้หรือคนที่จะยังชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเราให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไป เป็นคนประเภทนี้หรือ นอกจากมันเหยียบไปหมด เหยียบหัวหลวงตาบัวคือศาสนา เหยียบชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มันเหยียบไปในตัวของมันเสร็จ เข้าห้องส้วม เข้าส้วมเข้าถานนั่นละ

พูดแล้วเราสลดสังเวชนะ เราไม่มีที่จะมีเจตนาผิดแม้เม็ดหินเม็ดทรายในหัวใจของเรา มีแต่ที่จะอุ้มชูชาติไทย ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้แน่นหนามั่นคงเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปโดยถ่ายเดียวเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเราจึงวิ่งเต้นขวนขวาย อะไรไม่ดีเราก็ตำหนิตามธรรม การตำหนินี้ไม่เอากิเลสมาตำหนิ เอาธรรมมาตำหนิ เอาธรรมมาชม เราพูดอย่างตรงไปตรงมา ที่ว่าไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รัฐบาลวิเศษวิโสมาจากไหนนักหนา ถึงเรื่องธรรมเรื่องศาสนาเข้าไปตำหนิไม่ได้ หรือไปวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ มันเลิศเลอมาจากไหนรัฐบาลนี้

เฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้เลิศเลอนักหรือ พิจารณาซิ มันถึงได้สมัครตัวเข้าไปประจบประแจงพวกนี้ เพื่อจะเหยียบหัวเราไปนี้เพื่อไปประจบประแจงพวกนี้ แล้วจะได้เข้าส้วมเข้าถานด้วยกัน แล้วกินอิ่มหมีพีหมาอยู่นั้นน่ะ อยู่ในส้วมนั่น นี่เราสลดสังเวชนะ เพราะเราไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโลกนี่ ทั้งหมดเราไม่มี มีแต่ความเมตตาสงสารสั่งสอนโลก อันใดไม่ดีไม่งามก็เตือนเข้าไปๆ เพื่อให้แก้ไขดัดแปลงให้ดีงามขึ้นไปเท่านั้นเรื่องของเรา ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์เพื่อทำลาย เราวิพากษ์วิจารณ์สิ่งใดที่บกพร่องก็เตือนเข้าไปๆ เพื่อให้แก้ไขดัดแปลงให้ดีขึ้นๆ ให้สมนามกับว่าวงรัฐบาลเป็นผู้รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในนั้นด้วย

แล้วจะกลับตรงกันข้ามเป็นผู้ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่ในนั้นด้วย แล้วจะอดได้หรือมนุษย์ด้วยกัน หัวใจมี ผิดถูกชั่วดีรู้อยู่ด้วยกัน ทำไมจะวิพากษ์วิจารณ์กันไม่ได้ วิเศษวิโสนักเหรอรัฐบาลน่ะ จึงมีใครไปตำหนิติเตียนหรืออะไรไม่ได้ ต้องการให้แต่ชมอย่างเดียว ชมมันอยู่ในถานอย่างเดียว พวกนี้เขาเก่งนะ เขากินส้วมกินถานอยู่ในนั้นไม่มีวันออก คนนี้เขาเก่ง จับหางดึงออกก็ไม่ยอมออก หางขาดเขาก็ไม่ออกเพราะท้องเขาไม่ป่อง พวกนี้หรือพวกวิเศษวิโส ถึงธรรมะจะตำหนิไม่ได้

ธรรมะนี่เป็นธรรมสอนโลก สอนโลกมาตั้งกัปตั้งกัลป์ เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมสอนได้หมด พระพุทธเจ้าท่านสอนได้หมด ทำไมมาสอนในวงชาติไทยของเรา แนะนำทั้งทางถูกทั้งทางผิดให้รู้จักวิธีปฏิบัติ ก็ว่าไปวิจารณ์ไปทำลายเขา เขาสมบูรณ์แบบแล้วอย่างนั้นหรือ รัฐบาลนี้สมบูรณ์แบบแล้วเหรอธรรมจึงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ พิจารณาซิพี่น้องทั้งหลาย เราวิพากษ์วิจารณ์ก็วิพากษ์วิจารณ์เพื่อแก้ไขดัดแปลงต่างหาก เราไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์เพื่อทำลาย แล้วทำไมจึงต้องมาเหยียบหัวเข้าไป แล้วจะโดดเข้าไปในถาน ไปประจบประแจงเขา คนนี้เขาดีนะ เขาเหยียบหัวหลวงตาบัวก็ได้ เขาโดดเข้ามาในส้วมในถานนี้เขาดีนะ พี่น้องชาวไทยเราชมเชยไหมอย่างนี้ หรือจะให้สักกี่คนมาเหยียบหัวหลวงตาบัวซึ่งในนามของธรรมเหยียบสบายๆ พิจารณาซิ

เรามาพิจารณาหมดนะเรื่องเหล่านี้ เรื่องกิเลสมันหยาบๆ ธรรมะจับเข้าไปตรงไหนมันรู้ตรงนั้นๆ จะไม่ให้พูดได้ยังไงผิดถูกดีชั่วรู้อยู่ด้วยกัน โลกนี้พิจารณาโดยธรรมนะ เราไม่พิจารณาแบบโลกๆ ให้ได้อย่างใจอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มี อย่างนี้เราไม่มี มีแต่แนะนำสั่งสอน แล้วเราไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโลกสมมุตินี้ทั้งหมดด้วย พูดให้มันเต็มสัดเต็มส่วน ผ่านไปแล้วทั้งหมด ถ้าว่าเหยียบหัวก็เหยียบมันหมดแล้ววัฏวนทั้งสามนี้ เหยียบไปหมดแล้ว แล้วมันยังจะมาเหยียบหัวเราอีก มันก็เก่งเหมือนกันนะประเภทส้วมถานนี่ มันเก่งเหมือนกัน

เอา วิพากษ์วิจารณ์ซิ นายสมัคร สุนทรเวช นั่นเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเราขาดจากพระแล้ว เพราะไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รัฐบาลวิเศษวิโสมาจากไหน ธรรมะจึงวิพากษ์วิจารณ์แนะนำตักเตือนกันไม่ได้ เอา พิจารณากันนะ ใครวิเศษใครวิโส มันสลดสังเวชนะเรา ที่ได้อุตส่าห์พยายามช่วยชาติบ้านเมืองมา เป็นเวลา ๗ ปีนี้แล้ว สตางค์หนึ่งเราไม่เคยแตะ ฟังซิน่ะ ท่านทั้งหลายไปหาผู้นำมาจากไหนเอามาแข่งหลวงตาบัวซิน่ะ หลวงตาบัวที่ว่าบริสุทธิ์เต็มส่วนก็คือใจนี้บริสุทธิ์เต็มที่แล้วพอหมด ไม่เอาอะไรทั้งนั้น มีแต่ความเมตตาครอบโลกธาตุอยู่เวลานี้

เราดีดดิ้นไปทางไหนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราทั้งนั้น เราไม่ได้ดีดเพื่อทำลาย เมื่อเรื่องอย่างนี้เข้ามามันสลดสังเวชมาก จึงต้องได้มาวิจารณ์อีกทีหนึ่ง เขาว่าไม่ให้วิจารณ์รัฐบาล ก็วิจารณ์ตัวของเขานั่นแหละ ตัวที่มาเหยียบหัวรัฐบาล เหยียบหัวหลวงตาบัวว่าขาดจากพระแล้ว เพราะไปวิจารณ์รัฐบาล ตัวนี้ตัวสำคัญ ให้ไปวิจารณ์ตัวนี้นะ ตัวนี้มันเป็นยังไง มาจากโลกไหนตัวสำคัญตัวนี้น่ะ มาเหยียบชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ให้มีเหลือเลย ให้เหลือตั้งแต่หมาสองสามตัวอยู่ในถานเท่านั้นเหรอ เอา พิจารณาซิ

เราสลดสังเวชนะที่ช่วยชาติบ้านเมืองมาเต็มกำลังความสามารถ ดีดดิ้นมาทุกแบบทุกฉบับ สมบัติเงินทองก็ปรากฏว่าเข้าในคลังหลวงแล้วเวลานี้ด้วยทองคำ ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง นี่ทองคำที่พี่น้องทั้งหลายอุตส่าห์พยายามเดินตามหลวงตา ที่อุ้มชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มา ผลได้ปรากฏขึ้นมา ทองคำ ๑๑ ตันกับ ๓๗ กิโลครึ่งแล้วเวลานี้ ส่วนทองคำที่ได้มาประเภทน้ำไหลซึมนั้นเวลานี้ ๑๖๘ กิโล ๒๘ บาท ๕๕ สตางค์ นี่ก็กำลังจะไหลเข้าคลังหลวง พิจารณาดูซิ ที่หลวงตาบัวมาประกาศนี้ หลวงตาบัวไม่เคยแตะแม้เม็ดหินเม็ดทราย เอาเข้าทั้งหมดๆ เป็นยังไงช่วยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความหมายไหมหลวงตาบัวที่ได้อุตส่าห์พยายามขนาดนี้ ยังไม่มีความหมายอยู่เหรอ มีความหมายตั้งแต่ผู้ที่จะมาตัดสินหลวงตาบัวขาดจากพระ เพราะไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

รัฐบาลวิเศษวิโสเหนือธรรมไปแล้ว ว่าอย่างนั้นความหมาย เข้าใจไหมล่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเอามาวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ว่านั้นอีกทีหนึ่ง พี่น้องทั้งหลายยอมรับไหม คำที่มาตำหนิติเตียน มาเอาหลวงตาบัวให้ขาดจากพระไปเพราะไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่เขาบริสุทธิ์เลิศเลอยิ่งกว่าธรรมไปแล้ว พวกนี้พวกเลิศเลอยิ่งกว่าธรรม ไปแตะไม่ได้พวกนี้ กองขี้นี้แตะไม่ได้ว่างั้นเถอะ พวกหนอนมันยุ่งขึ้นมาทันที ถ้าไปแตะกองขี้พวกหนอนมันยุ่งขึ้นมา มันไม่ให้แตะ เข้าใจเหรอ ไปทำลายอาหารเขา ฟังเอานะ

ที่เราอุตส่าห์พยายามช่วยชาติมานี้ เป็นเวลาตั้ง ๗ ปีที่เราออกสนามรบทุกแบบทุกฉบับ เรารบทั้งนั้น ถ้าลงได้ขึ้นเวทีไม่มีถอย ผิดถูกชั่วดีตกเวทีลง ถ้ายังพอขึ้นได้ขึ้นต่อยอีก นอกจากหามไปเลย ตายไปแล้วนั้นสุดวิสัย นี้เราช่วยพี่น้องทั้งหลายแบบสุดวิสัย คิดดูซิตั้งแต่เพียงทองคำนี่ก็ได้ตั้ง ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง แล้วบวกกับ ๑๖๘ กิโลนี้เข้าไปอีกจะเป็นทองคำเท่าไร นี้ยังจะได้มาอีกด้วยปากหลวงตาบัวนี่ละ ปากนักวิพากษ์วิจารณ์นี่ละ พิจารณาซิ ปากมันวิพากษ์วิจารณ์มันได้อะไรมาอวดหลวงตาบัวบ้าง ปากมันเป็นปากยังไง ปากหลวงตาบัวนี้อุตส่าห์พยายามขวนขวายหาทองคำนี้ได้ถึง ๑๑ ตันกับ ๒๐๕ กิโล หาได้ที่ไหนทองคำ ของเล่นหรือ

นี้เอามาจากตับจากปอดของพี่น้องทั้งหลายที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดึงออกจากตับจากปอดมาเป็นสมบัติส่วนรวม เข้าสู่หัวใจแห่งชาติของเรา ไม่เห็นใจท่านเหล่านี้บ้างเหรอ จึงมาเหยียบย่ำทำลายผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย ที่จะยกชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของตนขึ้น ให้จมลงทะเลมันหยาบขนาดไหนคนๆ นี้น่ะ พิจารณาซิ เอาไปวิพากษ์วิจารณ์คนนี้อีกทีหนึ่งนะ มีใครในประเทศไทยมาพูดอย่างนี้ไม่มี มีคนนี้คนเดียว เอาพี่น้องทั้งหลายเอาไปพิจารณา อย่าเอาเป็นตัวอย่างคนๆ นี้ ถ้ามีถึงสองคน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์จะจมได้เลย

เพียงคนเดียวมันโผล่ขึ้นมานี้ก็ฟังไม่ได้แล้ว ในสายตาของธรรม เพราะเราทำต่อโลกด้วยความบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง เราไม่มีอะไรเลย คิดดูซิว่าบาทหนึ่งสตางค์หนึ่งเราไม่เคยแตะ จะแจกจ่ายออกไปมากน้อยด้วยเหตุด้วยผลทุกอย่าง จะช่วยเหลือตรงไหนมากน้อยเพียงไร มีเหตุมีผลจับๆ เรียบร้อยแล้ว เอา จ่ายออกๆ อย่างนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างทองคำนี้เรียกว่าไม่แตะเลย ทุกเม็ดทองคำนี้เข้าคลังหลวงทั้งหมด ส่วนดอลลาร์ที่ได้เข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้วก็ ๑๐ ล้าน ๘ แสนกว่า นี่เราก็บอกไว้แล้วว่าต่อไปนี้ดอลลาร์นี้จะไม่แน่นอน เราก็ปฏิบัติตามนั้นด้วยความเป็นธรรมของเรา

ไม่แน่นอนคืออะไร เวลานี้หยุดแล้วจากการช่วยชาติ สมบัติเงินทองข้าวของที่ได้มาเพื่อช่วยชาติก็หมดไปๆ ละที่นี่ ส่วนประชาชนผู้ที่ยากจนเข็ญใจมาทุกทิศทุกทางมาขอเงินจากเรา เพราะฉะนั้นเราจึงแยกจากดอลลาร์ที่ให้คลังหลวงแล้วนั้น บอกว่าไม่แน่นอน เพราะเงินสดของเราที่จะช่วยชาติไทยไม่พอ จึงต้องเอาดอลลาร์เข้ามาหนุนช่วยกันไป นี่เราก็หนุนเข้ามาช่วยชาติด้วยกันทั้งนั้นแหละ เราทำทำมาอย่างนี้ตลอด เราไม่เคยแตะเคยต้อง ทุกสิ่งทุกอย่างเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเมตตาเต็มหัวใจด้วย จึงไม่มีอะไรที่จะเป็นมลทินในหัวใจเรา

เราปฏิบัติต่อโลกของเราต่อพี่น้องชาวไทยเรา เราทำขนาดนี้นะ แต่ผู้ที่มาโจมตี ไปหาโจมตีคนชั่วตัวนรกเปรตอสุรกาย อยู่ในท่ามกลางชาติไทยของเราคือที่ไหน ตั้งแต่เริ่มๆ ขึ้นไปจนกระทั่งถึงรัฐบาล พวกนี้ได้ความบริสุทธิ์มาจากไหนมาโอ้อวด ถึงขนาดที่ว่าไม่ให้แตะต้องได้เลย มันได้ความบริสุทธิ์อะไรมานักหนา เรานี้บริสุทธิ์เต็มที่ ที่ช่วยพี่น้องทั้งหลายก็บริสุทธิ์เต็มที่ทุกอย่าง เอามาอวดกันซิถ้าอวด อวดอย่างนี้ซิถึงถูกต้อง เอาความสกปรกมาอวดความสะอาดมันอวดได้หรือ เอามูตรเอาคูถมาอวดทองคำทั้งแท่งมันได้หรือ พิจารณาซิ

ไม่อายบ้างหรือที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว้อๆ อย่างนั้น อายบ้างไหม หัวใจคนต้องอาย ถ้าหัวใจเลยหมาไปแล้วไม่อาย ที่มาประกาศความสกปรกความเลวร้ายของตัวเองว้อๆ ต่อคนทั้งชาติ โดยเหยียบศาสนาไปต่อหน้าต่อตา คนๆ นี้เลวมากที่สุดเลย ไม่ใช่คนธรรมดา คนๆ นี้ เตรียมขึ้นจะทำลายชาติแล้วนี่ ออกมานี้บอกชัดเจน ผู้นี้คือผู้อุดหนุนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อุ้มตลอดเวลา ไม่เคยไปแตะไปต้อง อะไรที่จะให้เสื่อมเสียไปเพราะการดำเนินของเราเราไม่มี มีแต่การอุ้มการชูตลอด ได้มามากน้อยเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งนั้น แล้วมันก็มาเหยียบหัวนี้ลงไป

ตีนมันนี้สูงมากนะ สูงมาก แต่สูงมากแล้วก็ตีนของมันนั่นละจะไปเหยียบหัวมันอีกทีหนึ่ง เพราะตีนมันสูงมากเหยียบหัวพระได้แล้ว มันก็ต้องเหยียบหัวมันได้ซิ เหยียบหัวพระได้ทำไมจะเหยียบหัวตัวเองไม่ได้ เข้าใจหรือ ถ้าเหยียบไม่ได้ก็งอขาเข้าไปเหยียบหัวเจ้าของซิ เราบอกวิธีเหยียบหัวเจ้าของ ให้งอขาเข้าไปเหยียบหัวเจ้าของ ถ้าขี้แตกออกไปปั๊บแล้วก็คว้าขึ้นมาโปะหัวเจ้าของซิน่ะ นี่ละมันน่าทุเรศนะ พวกเปรต พวกผี พวกโจร พวกมารที่จะทำลายชาติ ศาสนา มันบ่งบอกชัดเจนออกมาอย่างนี้ นี้ไม่มีคำว่าทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่มีในเจตนาของเราเลย เราทำเต็มเม็ดเต็มหน่วยต่อพี่น้องทั้งหลาย

ทั้งสามพระองค์นี้เราอุ้มเต็มกำลังความสามารถ ไม่ให้ใครมาแตะต้องได้เลย เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราทำมาแนะนำสั่งสอน ในฐานะของธรรมครอบโลกธาตุสอนได้หมด อย่าว่าแต่ที่ว่าว้อๆ แว้ๆ อยู่อย่างนี้เลย สอนได้เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม ที่สอนไม่ได้ก็คือมันว้อๆ อยู่นี้ละ มันหมดสภาพแล้วสอนไม่ได้ หมดคุณค่าหมดราคาแล้วสอนไม่ได้ ไม่มีใครสอนละ ให้มันไปสอนมันเอง เอานรกอเวจีตัดสินกันที่ตรงนั้นละนะ มันจะอวดเก่งกว่าพระพุทธเจ้าว่าบาปบุญนรกสวรรค์ไม่มี มันจะอวดไปไหนก็อวดเถอะ เวลามีชีวิตอยู่นี้ ลมหายใจฝอดๆ อยู่นี้อวดได้ปากก็พูดได้ เวลาตายแล้วจมเลยไม่มีใครมาอวดได้ เหนือกรรมไปไม่ได้นะ ให้พากันพินิจพิจารณา

เราสุดขีดแล้วที่ช่วยพี่น้องทั้งหลาย จนไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัว อย่างที่เขาจดจ่อที่สุดก็คือว่าหลวงตาบัวนี้ต้องเป็นมหาเศรษฐีเงิน เพราะคนเคารพนับถือมาก สมบัติเงินทองหลั่งไหลมาๆ แต่ครั้นแล้วไม่มีใครจนยิ่งกว่าหลวงตาบัวนะ จนจนกระทั่งบางครั้งติดหนี้เขาก็มี คนรวยจะไปติดหนี้เขาได้ยังไง เวลามีความจำเป็น เอ๊ะ ทำไงนี่เงินเราก็หมดแล้วความจำเป็นก็ท้วมท้น เอ้าๆ ติดนั่นเห็นไหมล่ะ ถึงขนาดว่าเราตัดสินใจติดหนี้เขาเอาของที่ต้องการ ซึ่งจำเป็นที่สุดเข้ามา เงินนี้ค่อยหาได้ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นยิ่งกว่าสมบัติเหล่านั้น นั่นเราก็ทำ เราติดหนี้ติดสินเขามาเรื่อยนะ นี่ละเศรษฐีติดหนี้เขาเคยมีไหม ก็มามีอยู่ที่หลวงตาบัวนี่ติดหนี้เรื่อยนะ

เอาอะไรมาไว้ในหัวใจเรานอกจากความเมตตาเราไม่มีอะไร แผ่กระจายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างเราทำด้วยความเมตตา เพราะฉะนั้นในชาติไทยของเรา เป็นชาติมีศาสนาควรจะนำศาสนาไปพิจารณาไตร่ตรองตนเองบ้าง อย่าถือว่าเด่นว่าดังอยู่ในหัวใจตนเองทั้งที่เลวที่สุดเลย นี่โลกเขาดูไม่ได้ ถึงเจ้าของจะดูเจ้าของได้ด้วยความภาคภูมิใจก็ตาม แต่โลกเขาดูไม่ได้ ให้พิจารณาเจ้าของบ้างคนๆ ที่ว่าเหล่านี้ แล้วคนที่ไม่แสดงออกมาอย่างนี้ มันมีอยู่ในใจก็ให้ไปคิดแก้ไขเจ้าของบ้าง ไม่งั้นจะจมทั้งเป็น นี่ละพูดให้ฟังอย่างนี้

วันนี้พูดเรื่องอะไรมาจนกระทั่งป่านนี้ ด้วยความเสียสละต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรา เสียสละหมดเลยนะ สุดท้ายยังเขียนพินัยกรรมไว้อีกเห็นไหมล่ะ มีพระองค์ไหนคนๆ ใดที่มาทำอย่างเรานี้ เราทำได้สบายด้วยอำนาจเมตตาธรรม เวลาเราตายแล้วนี่สุดท้ายนะ ช่วยโลกบั้นสุดท้าย เวลาเราตายนี้พินัยกรรมเราเขียนไว้แล้ว เขาที่มาบริจาคทานเพื่อการเผาศพเรา เงินทั้งหมดนี้ให้คณะกรรมการเก็บรักษา ตั้งคณะกรรมการขึ้นเก็บรักษาไว้ให้หมด ไม่ให้เอาไปสร้างสุรุ่ยสุร่ายเพื่อประดับโลงผีหลวงตาบัว โลงผีนี้จะเอาไฟเผามัน สมบัติเงินทองที่ยังเป็นประโยชน์นี่ สำหรับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่เอาเข้า เงินทั้งหมดนี้เราจะเอาไปซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงทั้งหมด บรรดาที่เขามาบริจาคเราในงานศพเรา

เราไม่เอาอะไร ไฟเผาเข้าไปเลยหลวงตาบัว ธาตุขันธ์ก็เหมือนโลกทั้งหลาย มีความจำเป็นอะไร มันจำเป็นเฉพาะผู้ยังมีชีวิตอยู่ ที่จะต้องสมบุกสมบันไปข้างหน้า ต้องมีเครื่องบรรเทาความทุกข์ความทรมานต่อไปบ้างก็พออยู่ได้คนเรา นี่เราก็จะเอาเงินจำนวนนี้ นี่เห็นไหมท่านทั้งหลายเคยได้ยินไหม เราเสียสละถึงขนาดนั้นนะ ถึงขนาดสุดท้ายศพของเรานี้ยังจะเอาผลรายได้จากนี้เข้าสู่คลังหลวงของเรา เพื่อบำรุงชาติ หัวใจของคนทุกคนอยู่ในชาติทั้งนั้น ถ้าอันนี้บกพร่องชาติก็บกพร่องกันทั้งหมด อันนี้สมบูรณ์พูนผลชาติของเราก็ชุ่มเย็น ให้พากันจำเอานะ

เราทำอย่างนี้ผิดไปแล้วเหรอ พิจารณาซิ เราคิดอ่านทุกอย่าง แน่ใจว่าไม่ผิด การสอนโลกก็เหมือนกันแน่ใจว่าไม่มีผิด ออกมาจากหัวใจที่สมบูรณ์แบบทุกอย่างแล้ว เป็นธรรมทั้งแท่ง ที่ออกมาสอนโลกนี้เราไม่ได้สอนสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ว่าจะธรรมะขั้นใดภูมิใดสอนด้วยความแม่นยำๆ พี่น้องทั้งหลายจะยึดก็ให้ยึด ธรรมนี้เป็นธรรมของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนไว้แม่นยำฉันใด ธรรมเหล่านี้ที่มาสอนโลกก็แม่นยำฉันนั้น อย่าฝ่าอย่าฝืนอย่าล่วงเกิน จะมาล่มจมในเจ้าของเองผู้เก่งๆ นั้นแหละตัวจะล่มจมก่อนเขา เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้นะ

พวกเด็กก็เหมือนกัน ศึกษาเล่าเรียนมาแล้วให้ได้ความรู้วิชามาประดับตน แล้วหน้าที่การงานให้สมบูรณ์แบบไปโดยลำดับ ตั้งแต่ส่วนแคบถึงส่วนกว้างทั้งหลาย เอาวิชานี้ละเบิกทางความล่มจมทั้งหลายออก ให้ความสุขความเจริญแน่นหนามั่นคงแทนที่ ด้วยการประพฤติดีประพฤติชอบจากหลักวิชาที่เราเรียนมา เอาเท่านั้นละลูกหลาน พอ

ผู้กำกับ   ณ.หนูแก้วครับ ณ.หนูแก้วเขียน เมื่อวันจันทร์ พิมพ์ไทยรายวันครับ ดุเดือดหน่อยนะครับ เดี๋ยวถ้าอ่านกราบเรียนจบแล้ว เจ้าสอจมูกโตอาจจะหาว่ามาอ่านปลุกระดมคนอีกหรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะว่าเขาเขียนดุเดือดอยู่นะครับ กราบเรียนไว้ก่อน

หลวงตา  เอ้อเอามาซิ ผู้ทำมันทำได้ ผู้จะพิจารณาแก้เหตุการณ์นี้ทำไมแก้ไม่ได้ หัวใจมีปากมีเหมือนกัน เอาว่าไปเลย หลวงตาเป็นแนวหน้า ว่าไปเลยหลวงตาไม่เคยสะทกสะท้านกับสิ่งใด อย่างที่ว่าเขาจะลอบจะฆ่าหลวงตาอะไรๆ ฆ่าก็ฆ่าไปเถอะเราบอก เราเรียนจบแล้วความเกิดความตายอยู่ในร่างกายอันเดียวกัน เราไม่เคยกล้ากับสิ่งใดกลัวกับสิ่งใด เรื่องความเป็นความตายอย่ามายุ่งว่างั้น เราเรียนจบแล้วเราบอกงั้น นี่ก็อ่านไปเลย เราเรียนจบแล้วเหมือนกันนี่ก็ดี

ผู้กำกับ   ได้รับอนุญาตจากหลวงตา ให้อ่านให้ทราบทั่วกัน อันนี้เป็นคอลัมน์วิจารณธรรม ประจำวันจันทร์ จากพิมพ์ไทยรายวัน หัวข้อเรื่องว่า สังคมจะให้คำพิพากษา(กรุณาติดตามอ่านจากหน้าหนังสือพิมพ์ดังกล่าว)

หลวงตา  ว่าอะไรก็ว่าไปเถอะว่าเรา มันเหมือนหมาเห่าฟ้าพูดตรงๆ เหมือนหมาเห่าฟ้า ฟ้าอยู่ที่ไหนมันก็เห่าของมันไป ขี้แตกเยี่ยวราดเห่าตลอด จนไม่มีขี้ติดท้องมัน ให้มันเห่าไปเห่าฟ้าเข้าใจ ก็เท่านั้นแหละ เราพูดอะไรๆ เราไม่มีอะไรกับใคร เราพูดได้สบายทุกอย่าง แล้วมีอะไรอีกล่ะ ไม่มีนะ

ผู้กำกับ   ลูกศิษย์เขาพูดกันผมได้ยินโดยบังเอิญ เขาบอกสอจมูกโตนี้มันก็เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ในบ้านกระจกเงาไม่มี ไม่เคยดูตัวเองเลย  ว่าจะส่งไปให้สักสองบาน จะซื้อกระจกเงาส่อง ส่งไปให้สักสองบาน

หลวงตา   สิบบานมันก็ไม่ดู อย่าว่าสองบานเลย สิบบานมันก็ไม่ดู คนทั้งประเทศซื้อไปให้มันมันก็ไม่ดู เพราะอะไร มันตาบอดใจมันบอดแล้ว เอาอะไรไปก็ไม่มีความหมาย เหมือนกับคนตายเอาอะไรไปประดับก็ไม่มีความหมายเข้าใจไหมล่ะ ก็เท่านั้นละ ตอบนี้เข้ากันได้แล้วหรือ (เข้าได้ดีแล้วครับ) เอากระจกเงาไปให้มันสองบาน สิบบานก็ไม่มีความหมายมันตาบอดแล้ว ก็เท่านั้นละ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก