กิเลสกวนธรรม
วันที่ 6 ตุลาคม 2548 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

กิเลสกวนธรรม

ก่อนจังหัน

ได้เห็นพี่น้องทั้งหลายเข้ามาวัดมาวาฟังธรรม ทำบุญให้ทาน ขนธรรมอันเลิศเลอ บุญเกิดจากการให้ทาน การรักษาศีล การภาวนา ไหลเข้าสู่ใจ นี่ละจะพาไปกระทั่งถึงนิพพานได้อันนี้นะ ตั้งแต่ต้นๆ ถึงนิพพานได้ด้วยอำนาจแห่งกุศลทั้งหลายนี้ หนุนสูงส่งไปเรื่อย หนุนไปเรื่อย ที่โลกทั้งหลายกำลังมั่วกันตลอดมานี้เรียกว่าทั่วโลก ในสายตาของธรรมแล้วดูไม่ได้เลยว่างั้นเถอะ คือมันเลยเถิดเลยแดน ธรรมดาก็เป็นธรรมดา อันนี้มักจะเลยเถิดๆ และเลยเถิด มีตั้งแต่ความสกปรก ด้วยความเข้าใจว่าอันนั้นดีอันนี้ดี มีแต่ของดีๆ ละเข้ามาเผาหัวอกอยู่นี่ ตายแล้วก็จะไปดีอยู่ในนรก ดีในนรกมีแต่ฟืนแต่ไฟ จะชอบดีอันใดล่ะ

ให้ฝึกนะฝึกเจ้าของ ถ้าอยากเป็นคนดีต้องฝึก ไม่ฝึกไม่ได้ ถ้าจะปล่อยให้เป็นไปตามความอยากจะไหลลงทางต่ำเป็นฟืนเป็นไฟไปทั้งนั้น กิเลสกับธรรมเป็นข้าศึกกัน เรื่องของกิเลสนี้ชักจูงสัตว์โลกให้เคลิ้มหลับไปเลยนะ แต่เรื่องธรรมฉุดลาก เบื้องต้นนี้มีลำบากต้องได้ฝืน ไม่อยากทำต้องทำ ขึ้นชื่อว่าทำบุญทำกุศลไม่อยากทำนะ แต่ทำไปตามกิเลสนั้นทุกแบบทุกฉบับชอบทั้งนั้นอยากทั้งนั้น พอใจทั้งนั้น ต่างกันตรงนี้ นี่พูดถึงเรื่องการบำเพ็ญธรรม ผู้ที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวให้จำผู้ท่านรู้แล้วนำไปปฏิบัติ เอา ฝืนเอา ไม่อยากให้ทาน มีห้าบาท เอา อันนี้แบ่งให้ไอ้หนู แบ่งให้อีหนูเสียคนละบาทๆ อันนี้แบ่งให้พ่อกับแม่เสียคนละหนึ่งบาท อันหนึ่งจะเอาไปให้ทาน บาทนี้ใครแตะไม่ได้ เข้าใจไหมล่ะ นี่เรียกว่าแยกละนี่

รักสงวนทั้งห้าบาทนั่นละ ลูกก็รักสงวนเท่ากัน ลูกสองคนลูกหญิงลูกชาย พ่อกับแม่ก็รักสงวนด้วยกัน เงินสี่บาทรักสงวนด้วยกัน ทีนี้การทำบุญให้ทานนี้ยิ่งเป็นสิ่งที่รักสงวนมากที่สุด สามสี่คนนี้จะมารวมอยู่ในเงินบาทนี้นะ จะได้อาศัยเงินบาทนี้ละ เงินสี่บาทคนละบาทๆ ก็พออาศัยไปวันหนึ่งๆ เกี่ยวกับเรื่องธาตุเรื่องขันธ์ แต่หนึ่งบาทนี้หนักมากนะ คุณค่าหนักมากเทียว ทั้งสี่ พ่อแม่กับลูกสองคนจะได้อาศัยบาทนี้นะ ท่านทั้งหลายจำให้ดีคำพูดอันนี้ ไม่ได้มาหลอกลวงท่านทั้งหลายนะ เอา มันจะรักขนาดไหนให้เอาเหตุผลจับอย่างนี้นะ

เช่นอย่างเรามีเงินห้าบาท ลูกของเราสองคน คนนี้เราก็รักๆ พ่อก็รักแม่ แม่ก็รักพ่อ มีน้ำหนักเท่ากันสี่บาทรวมกันสี่คนนี้ แต่เงินบาทนี้ยังมีน้ำหนักครอบสี่คนอีกนะ ให้จำให้ดี ต้องแยกอย่างนั้นนะไม่งั้นกิเลสจะเอาไปกินหมดจะไม่มีเหลือ จะไปจมอยู่ในนรกหมกไหม้นั่น ถ้าว่าขึ้นมาเป็นเปรตจะวิ่งเข้าไปหาญาติหาวงศ์คนไหน ก็มีแต่ญาติวงศ์ใจขุ่นใจดำ จะทำบุญให้ทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติของตนนี้ไม่สนใจ อันนี้พวกเปรตทั้งหลายมาหวังพึ่งญาติตัวเอง มาแล้วเหือดแห้งเสียอกเสียใจ กลับคืนไปเสวยกรรมเลวๆ ตามเดิม และอีกพวกหนึ่งที่มีญาติมีวงศ์ได้รับส่วนกุศลจากญาติวงศ์ที่ได้ทำบุญนี้แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ พวกนี้เลื่อนชั้นๆ ขึ้นไปจนกระทั่งถึงสวรรค์ แล้วกล่าวคำอนุโมทนามาหาญาติทั้งหลาย ว่าขอขอบบุญขอบคุณ ขอญาติของเราทั้งหลายมีความอยู่เย็นเป็นสุขจีรังถาวรยืนยงมั่นคง เปรตนะนี่อนุโมทนาให้ญาติทั้งหลายที่ทำบุญอุทิศให้ เขาได้รับส่วนบุญส่วนกุศลเลื่อนชั้นขึ้นไป บางรายขึ้นสวรรค์ๆ เป็นขั้นๆ ตามกำลังแห่งบุญกุศลที่ญาติมิตรอุทิศให้ นี่ละความดีเป็นอย่างนี้ ใครใจจืดใจดำไม่สนใจกับใคร เจ้าของจะทำบุญให้ทานก็ไม่อยากทำ แล้วญาติมิตรเข้ามาขอส่วนบุญส่วนกุศลก็ไม่ได้รับไป ร้อนทั้งญาติทั้งมิตร ร้อนทั้งตัวเองไม่มีบุญมีกุศล ตระหนี่ถี่เหนียว ความร้อนอันนี้ให้ไปคิดกับตัวเองนะ

เราเป็นผู้รักษาตัวของเรา รับผิดชอบเรา ให้เราคัดเลือกให้ดี อย่าสักแต่ว่าอยู่ สักแต่ว่ากินว่านอนว่าเพลิดว่าเพลินเหมือนจะไม่ตาย ครั้นสุดท้ายมันตายด้วยกันหมด สัตว์โลกไม่มีใครเว้นได้ ให้คิดกลั่นกรองเสียตั้งแต่บัดนี้ตั้งแต่ยังไม่ตาย นี่ละสิ่งที่เราคิดเรากลั่นกรองด้วยเหตุด้วยผล อันนี้ละจะมาเป็นคุณเป็นประโยชน์แก่เราในชาติต่อไป ถ้าไม่คิดมีเท่าไรเอาๆ อันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดี ไม่สนใจกับใครยิ่งกว่าพุงของตัวเอง คนอื่นใครจะเป็นอะไรก็ตาม คนนี้เป็นคนสร้างกรรมอันหนัก ไปที่ไหนไม่มีใครสงเคราะห์สงหา ทุกข์จนข้นแค้นไม่มีใครช่วยเหลือ เพราะใจดำน้ำขุ่นนี้เป็นโทษแก่ตัวเอง

ผู้ที่มีจิตใจอันกว้างขวาง ไปที่ไหนเวลาจำเป็นขึ้นมาหากมีผู้มาช่วย หากมีผู้มาหนุนจนได้นั่นแหละ นี่ละอำนาจแห่งบุญ อยู่ลึกๆ เวลาจำเป็นมาปรากฏกับตัวเองทีเดียวเลยๆ เราอย่าพากันใจจืดใจดำ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่สอนได้ถูกต้องแม่นยำที่สุดคือศาสดาองค์เอก หลังจากนั้นก็พระสาวกทั้งหลายสอนถูกต้องแม่นยำเหมือนกันหมด เพราะได้รู้ความจริงอันเดียวกัน บาปก็รู้ด้วยกันประจักษ์ใจ บุญรู้ด้วยกันประจักษ์ใจ ตลอดถึงพวกเปรตพวกผีรู้ประจักษ์ใจด้วยกัน ถึงนรกอเวจีรู้ประจักษ์ใจ จนกระทั่งสวรรค์ พรหมโลก นิพพาน ท่านประจักษ์อยู่ในใจของท่านแล้วพูดออกมาจึงไม่ผิด

พระพุทธเจ้าก็รู้อย่างนี้เหมือนกันจึงสอนแนะ อันใดที่จะเป็นภัยอย่าทำๆ คือพระพุทธเจ้ากลัวจะไปถูกไฟเผาด้วยความโง่ของตัวเองนั้นแหละ จึงสอนไว้ อะไรที่ดีเอ้าให้ทำ ทุกข์ยากลำบากขนาดไหน เอ้าแบ่งกันอย่างที่ว่านี่ แบ่งสันปันส่วน แบ่งกินแบ่งทาน แล้วส่วนที่แบ่งมาเป็นทานนี้จะเป็นเครื่องช่วยตัวเอง ให้ทุกๆ ท่านจำเอาไว้ เราพูดอย่างอาจหาญทีเดียวในหัวใจของเรานี่ ตั้งแต่ก่อนเราก็ไม่เคยคิดเรื่องนี้ เพราะไม่เคยปฏิบัติ เวลามาปฏิบัติตามทางของศาสดานี้แล้วค่อยรู้ไปเห็นไป พระองค์ว่ายังไงๆ รู้ไปตามๆ ยอมรับสิ่งที่รู้เห็นของตน แล้วจะไม่ยอมรับพระพุทธเจ้าได้ยังไง พระองค์สอนไว้แล้วๆ หมอบราบ เราพูดจริงๆ เราหมอบราบกับพระพุทธเจ้า ไม่มีชิ้นใดที่จะขัดจะแย้งว่าพระพุทธเจ้าแสดงไว้แล้วอย่างนั้นไม่จริงอย่างนี้ไม่มีเลย แน่นอนหมดเลย นี่ละธรรมพระพุทธเจ้า

ส่วนกิเลสมันหลอกทั้งนั้น สกุลของกิเลสกับสกุลของธรรมต่างกัน สกุลของกิเลสหลอกทั้งเพ หลอกสัตว์โลกให้จม สกุลของธรรมมีแต่ยกขึ้นๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งถึงความพ้นทุกข์ หายห่วง ให้พากันจำเอา ให้ฝืนนะฝืนใจ อย่าเชื่อกิเลสเกินไป สัตว์โลกทั้งหลายจมเพราะกิเลส ที่เชื่อมันๆ จมไปเรื่อยๆ ถ้าเชื่อธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วผู้นั้นจะค่อยเล็ดลอดๆ ไปจนกระทั่งถึงเด่นขึ้นๆ แล้วพ้นทุกข์ได้นะ จำให้ดี เอาละให้พร

หลังจังหัน

ทราบว่าท่านหมูอยู่องค์เดียว รถสองคันก็พอแล้วแหละ สถานที่ภาวนาเหมาะสมมากเชียว เราไปทีแรกไปดู คือพวกนายทหารเขาอยู่ที่นั่น เขาอยากได้พระไปอยู่ที่ตรงนั้นแล้วเป็นที่อบอุ่นทั้งประชาชนแม้ไม่มากแต่ก็ไม่มีวัด อยู่ที่นั่นเหมาะ นายทหารเขารักษาการอยู่ที่จังหวัดเลยเลยมานิมนต์เราให้ไป เราก็ได้ไปดูสถานที่ เห็นว่าที่นั่นเหมาะสม จากนั้นมาเราก็มาพิจารณาถามพระเรา ไม่ได้บังคับนะ พูดถึงเหตุถึงผลความสะดวกสบายในการบำเพ็ญ สถานที่นั่นเหมาะสมมาก แล้วไม่มีพระเลย พวกเราใครพอที่จะไปบำเพ็ญที่นั่น เราก็ได้รับความอบอุ่นจากการภาวนาของเราในสถานที่วิเวกสงัด แล้วประชาชนตลอดถึงพวกทหารที่เขาหวังความอบอุ่นจากเราอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงได้ไป ไปดูจริงๆ ไกลนะ จากจังหวัดเลยไปนี้เท่ากันถึงจะถึงนาแห้ว ระยะทาง คือเราดูนาฬิกา จากนี้ไปจังหวัดเลยธรรมดาก็สองชั่วโมง จากนั้นเข้าไปโน้นอีกสองชั่วโมง ท่านหมูอยู่นั่นละเดี๋ยวนี้

ตาหมูนี่ทนทานมากนะเราได้ชมท่าน ทนทานมาก ส่วนมากพระจันท์ที่มาอยู่กับเรารู้สึกว่าอดทนได้ดี เด่น ก็เราดูอยู่ทุกระยะ ใครมาจากที่ไหนๆ เฉพาะจันท์นี้เด่นเรื่องความอดทน พระที่มาอยู่ที่นี่จันท์ไม่เคยขาดวัดป่าบ้านตาด พระจากจันท์ไม่เคยขาดตั้งแต่เริ่มสร้างวัดมาจนกระทั่งบัดนี้ จึงได้เห็นอัธยาศัยจิตใจของกันและกัน นี้เราก็ยกให้ว่าชาวจันท์นี้มีความอดทนมาก พระมาอยู่นี้ก็พระมาจากจันท์ คนมาจากจันท์ ประสานกันได้หมด อดทนมาก มาอยู่นี้ไม่เคยขาดนะตั้งแต่เริ่มสร้างวัด พระที่มาจากจันท์มาอยู่ที่นี่เป็นประจำไม่เคยขาดเลย ทีละสามองค์สี่องค์ สององค์ อยู่อย่างนั้นประจำ ระยะนี้ก็ดูสามอยู่เป็นพื้นพระจันท์ วัดนี้เวลานี้สาม อย่างนั้นละเคยขาดเมื่อไร ไม่เคยขาด

ช่วยมาตั้งแต่ท่านฟัก ออกจากเขาน้อยเราก็มาสร้างวัดนี้ ท่านฟักก็เป็นพระที่เขาน้อยเลยมาอยู่ที่นี่ด้วย จนกระทั่งพ่อแม่ป่วยหนักลงพร้อมๆ กัน มีลูกชายคนเดียว พ่อแม่กำลังป่วยหนักด้วยกันจะทำไง เลยส่งให้ท่านฟักไปรักษาพ่อแม่ พอรักษาแล้ว อ้าว พอคนหนึ่งดีคนหนึ่งเลวลง เลยสั่งให้อยู่นั้น เดี๋ยวคนนั้นเสียไป พ่อเสียไปยังแม่ อ้าว แม่ก็ลำบาก เลยให้อยู่เลย เราสั่งให้ท่านฟักอยู่เลยนะ ไม่ใช่ท่านฟักเป็นพระมุทะลุโดยอาศัยพ่อแม่เป็นโล่บังหน้าแล้วไปอย่างนั้นไม่มี เราเป็นคนสั่งไปเองให้ไปปฏิบัติรักษาโยมพ่อโยมแม่ก็เราสั่งไปเอง โดยด่วนด้วย นี่ละไปทางโน้นไม่มีใครดีขึ้น สุดท้ายพ่อก็เสียไป แม่ก็กำลังอีกละ เลยให้อยู่นั้นเลยจนกระทั่งป่านนี้ ท่านฟักจึงได้อยู่ประจำที่เขาน้อย ก็เป็นคำสั่งเสียของเราที่เป็นอาจารย์ให้ไปอยู่ ไม่ใช่ท่านฟักมุทะลุนะ

ทีแรกเรามาพักที่เขาน้อยเสียก่อน เอาโยมแม่มาพักที่นั่น ออกจากนั้นก็มาสร้างวัดนี้ ท่านฟักก็ติดตามมาอยู่นี้ด้วย เพราะท่านฟักก็พึ่งบวช ๒๕๐๐ บวชแล้วก็มาอยู่นี่ เราไปอยู่โน้นปี ๒๔๙๘ อยู่จันท์ ๒๔๙๙ ก็มาสร้างวัดนี้ ๒๕๐๐ ท่านฟักก็บวช บวชแล้วก็เลยมาอยู่นี่ตลอด จนกระทั่งโยมพ่อโยมแม่ป่วยจึงได้ส่งไปโน้น เรื่องความอดทนเราชม ชาวจันท์อดทนนะ พระมาอยู่นี้ก็อดทน ตาหมูอยู่นั้นสิบกว่าปี อยู่นั้นจนกระทั่งป่านนี้ เดี๋ยวนี้มีองค์เดียวไม่มีเพื่อนมีฝูงไปอยู่ด้วย บางทีก็ไปๆ มาๆ พระกรรมฐานเป็นอย่างนั้น เวลานี้ท่านอยู่องค์เดียว

สงัดมากแหละเรื่องสงัด แล้วท่านก็มีเทปด้วย เทปครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ส่วนมากเป็นเทปของเราอยู่นั่น ท่านเอาเทปเป็นครูเป็นอาจารย์ อยู่กับเทปเรียกว่าอยู่กับครูกับอาจารย์นั้นเลย ท่านก็เพลินภาวนา นี่ก็เป็นคนจันท์ อยู่นี้แต่ก่อน จากนี้ก็ไปอยู่ที่นั่นเราส่งให้ไปเอง ก็อยู่นั้นจนกระทั่งป่านนี้แหละ อดทน ชาวจันท์นี้อดทน ที่อื่นเราก็ไม่ได้ว่าอย่างนี้ คือพระมาอยู่กับเราตั้งแต่สร้างวัดมันก็อ่านนิสัยใจคอกันออก เราไปจันท์ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ที่อื่นเราไม่ค่อยได้ไป ผ่านโน้นผ่านนี้ก็ไม่พอที่จะรู้อะไรแง่หนักเบา แต่ทางจันท์รู้สึกว่าจะรู้แง่หนักเบามากกว่าที่อื่นๆ เพราะออกจากนี้ก็ไปจันท์ จันท์มาอยู่นี้ตลอด เราก็ไปจันท์ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน แล้วพระที่จันท์ก็มาอยู่นี้เป็นประจำตั้งแต่สร้างวัดจนกระทั่งป่านนี้ไม่ขาดเลยนะ ท่านฟักก็พระวัดนี้ เราสั่งให้ไปตอนโยมพ่อโยมแม่ป่วย ให้เป็นเจ้าอาวาสอยู่นั้น

นี่ละความอดทนดีหมด อดทนในสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ ไม่ได้ว่าอดทนในทางชั่วนะ ความชั่วเขาพยายามทำความชั่ว เวลาอดทนเขาก็ทนของเขา มี อย่างนั้นทนทางชั่ว อันนี้ทนทางดี ทางนาแห้วมีแต่ป่าแต่เขา ป่าเขาทั้งนั้นเลย เข้าไปลึกๆ ที่ท่านหมูอยู่นี้มันต่อกันกับประเทศลาว ดงต่อกัน พวกสัตว์พวกเสือมีเยอะแถวนั้น อยู่กับป่าเขา อย่างนั้นละครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านพาอยู่แต่ก่อน เป็นอย่างนั้นละ ยิ่งพ่อแม่ครูจารย์มั่นด้วยแล้ว ท่านไปอยู่ในสถานที่ใด ไปดูแล้วสลดสังเวชนะ ท่านสมบุกสมบันมากคือหลวงปู่มั่นเรา ท่านนิสัยอย่างนั้นด้วย ที่ไหนที่ป่าลึกๆ มีสองสามหลังคาเรือน ไปอยู่ที่นั่นละท่าน ท่านไม่ไปอยู่ที่บ้านใหญ่บ้านโตนะ ท่านชอบอยู่อย่างนั้นภาวนา เป็นนิสัยอย่างนั้นมา

นี่ละผู้ครองนิสัยทางชอบสงัดวิเวกได้ดีในสมัยปัจจุบัน ยกพ่อแม่ครูจารย์มั่นเป็นที่หนึ่ง ไม่ยุ่งกับอะไรทั้งนั้น ของจะมีมามากน้อยไม่สนใจเลย ปั๊บได้บาตร จีวร กลด เข้าป่าเลย อยู่ได้นิดหน่อยไปแล้ว เข้าป่าๆ อย่างนั้นนิสัยท่าน ท่านอยู่อย่างสะดวกสบาย ความเพียรของท่านไม่ต้องพูดแหละ ท่านสิ้นกิเลสไปนานเท่าไร ความเพียรคือการบรรเทาสังขารร่างกายในอิริยาบถต่างๆ ให้สม่ำเสมอระหว่างขันธ์กับจิต ท่านก็ทำอย่างสม่ำเสมอ  การพิจารณาธรรมภายในใจเวลาท่านเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา มีแต่พิจารณาเรื่องภายในจิตใจเกี่ยวกับเรื่องโลกธาตุ พูดเปิดออกมาเสียบ้างละ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่จำเป็นที่ท่านจะพูดท่านก็ไม่พูด แต่เรามันปากเปราะบ้างเอาออกมาพูดจนได้

ท่านเดินจงกรมนั่งสมาธิอยู่ในป่าที่ไหน มีแต่พิจารณาเรื่องโลกเรื่องสงสารอรรถธรรมประสานกันอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับพวกเทพพวกอะไร พวกหยาบพวกละเอียด ท่านเหล่านี้จะเป็นผู้ต้อนรับ ท่านเหล่านั้นจะรู้จักท่านองค์นี้ เทวบุตรเทวดาพวกเปรตพวกผีอะไรนี้เข้ามาสนิทกราบไหว้ท่านตลอด แต่ท่านไม่ได้พูด มีแต่พูดกับพวกเรา พูดกับพวกนี้ต้องเอาไม้จับใส่มือไว้ เวลาพูดด้วยๆ ตีด้วยๆ พูดแต่ปากมันไม่ถึงต้องตีด้วยๆ กับพวกนั้นไม่ได้ตีนะ เราชมเขา ในขณะเดียวกันเราตำหนิพวกนี้จนมือเราจะแตก ตีไม่หยุดไม่ถอย เป็นอย่างนั้นละ ท่านอยู่ในป่าในเขาเป็นของเล่นเมื่อไร แต่ธรรมอย่างนั้นท่านไม่ได้พูดนะ ก็มีแต่หลวงตาบัวนำออกมาพูด จริงร้อยเปอร์เซ็นต์เลย

เพราะท่านปฏิบัติธรรม สิ่งเหล่านั้นมาเกี่ยวข้องก็เหมือนกับประชาชนมาเกี่ยวข้อง ท่านก็ปฏิสันถารไปตามสภาพแห่งความเป็นอยู่ความเป็นไปภพชาติของท่านเหล่านั้น ท่านก็ต้อนรับเหมือนกันกับพวกเรานี่ แต่ท่านไม่พูด เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าเวลาเทศน์สอนคนก็เป็นสอนคนล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับเทวบุตรเทวดา เทศน์สอนพระเป็นพระล้วนๆ พอเกี่ยวกับพวกเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมนี้แล้ว ทีนี้ไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้องเลย นั่น นี่พุทธกิจข้อที่สาม ตั้งแต่หกทุ่มไปแล้วต้อนรับพวกเทพพวกเทวดา ทวยเทพตั้งแต่ท้าวมหาพรหมลงมา ท่านต้อนรับในระยะหกทุ่มนั้น

ท่านพูดกลางๆ ไว้หกทุ่ม แต่เวลาพ่อแม่ครูจารย์มาพูดท่านบอกว่า ที่ท่านว่าหกทุ่มนั้นท่านพูดเป็นส่วนกลาง ที่เป็นส่วนย่อยนั้นนับประมาณไม่ได้ เช่นอย่างท่านอยู่ในป่าในเขา เพียงสามทุ่มสี่ทุ่มมาแล้ว พวกเทพพวกอะไรเต็มไปหมดแล้วเพราะมันสงัด หมายความว่าสงัด ไม่ได้ถึงหกทุ่มแหละ ตอนเที่ยงคืนนั้นท่านว่าไว้เป็นส่วนกลาง ผู้ก่อนผู้หลังก็มีในระยะนั้นแหละ นี่ละท่านผู้ปฏิบัติธรรมชุ่มเย็นไปหมดทุกแห่งทุกหน ต่างกันกับพวกเราที่ไม่มีธรรมปฏิบัติต่อกัน มีแต่กัดแต่ฉีก ชิงชั่วชิงเด่น ไม่ได้มีนะชิงดีนั่น มีแต่ชิงชั่วชิงเด่นเต็มไปหมด สกปรกยิ่งกว่าส้วมกว่าถานคือพี่น้องชาวไทยเราที่เป็นชาวพุทธ ที่อื่นเราไม่ว่าให้เขา เราว่าให้พวกชาวพุทธ ในประเทศไทยนี้ก็คือพวกชาวพุทธ แต่ว่าความปฏิบัติมันเป็นส้วมเป็นถาน ไม่มองดูพระพุทธเจ้า ไม่มองดูครูเลย จึงน่าทุเรศ

เพราะฉะนั้นในบางครั้งเราจึงได้พูด โลกทั้งหลายเขาที่พวกสกปรกเขาก็จะหาว่า เรานี้ไปเกี่ยวกับการบ้านการเมือง การบ้านการเมืองมันเอาเกียรติมาจากไหน มีแต่ส้วมแต่ถานอยู่ในการบ้านการเมืองที่ประพฤติตัวด้วยความสกปรก จะเอาความสะอาดมาจากไหน ธรรมท่านสะอาดตลอด ไปที่ไหนชะล้างไปๆ เวลาเทศน์สอนประชาชนต้องมีแง่หนักแง่เบาตามความผิดถูกชั่วดีหนักเบามากน้อย ท่านก็จะต้องสอนไปอย่างนั้น ที่ปากอมขี้มันก็มาว่า ยกตัวอย่างเฉพาะก็หลวงตาบัวไปเล่นกับการบ้านการเมืองการนั้นการนี้ ว่าไปอย่างนั้น

การบ้านการเมืองมันคืออะไรเราอยากถาม มันก็คือส้วมคือถาน แล้วการอรรถการธรรมเป็นยังไง คือน้ำที่สะอาดชะล้างลงไป เราเอาน้ำที่สะอาดคือธรรมนี้ชะล้างลงไป ทั่วโลกดินแดนธรรมเหนือหมด เพราะฉะนั้นธรรมจึงสอนได้ทั้งนั้น ใครผิดถูกชั่วดีจะว่าไปอาจไปเอื้อมไปเกี่ยวกับนั้นนี้ไม่ได้ ธรรมพระพุทธเจ้าตั้งแต่นรกอเวจีขึ้นมาถึงสวรรค์ชั้นพรหม พระองค์สอนได้ทั้งนั้น ทำไมเมืองไทยของเราข้าราชการเป็นต้นที่นำอยู่ หรือรัฐบาลเป็นต้นที่นำอยู่นี้ ได้ความวิเศษวิโสเหนือท่านเหล่านั้นมาจากไหน ถึงขนาดที่ว่าธรรมแตะไม่ได้สอนไม่ได้มีเหรอ นั่น

ธรรมนี้เป็นธรรมสอนโลกไม่ได้ขึ้นกับผู้ใดๆ ผู้สอนท่านก็ไม่เข้าข้างนั้นไม่เข้าข้างนี้ ท่านเข้าข้างธรรมอย่างเดียว ไม่ดีตรงไหนท่านก็สอน ควรหนักก็หนัก ควรเบาก็เบา เป็นตามเรื่องของธรรมที่ควรจะแสดงหนักเบามากน้อย แล้วท่านไปยุ่งกับการบ้านการเมืองที่ไหน ไอ้แบบปากอมขี้มันมาพูด มันน่าทุเรศนะ ฟังแล้วทุเรศนะเรา เพราะเราสอนโลกเราไม่ได้สอนเอาอะไรทั้งนั้น แม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่เคยมีในหัวใจของเรา ว่าจะมีแบ่งสัดแบ่งส่วนกับโลกเราไม่มี เราพอทุกอย่างแล้ว การสอนโลกนี้สอนด้วยความเมตตา ผิดถูกชั่วดีที่อยู่ในฐานะที่จะรับธรรมได้ก็ให้รับไป ผู้รับไม่ได้จะเอาธรรมไปเหยียบย่ำทำลาย ก็เท่ากับเหยียบย่ำทำลายตัวเองก็ให้เหยียบไปท่านไม่ได้ว่าอะไร เพราะท่านไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการแสดงธรรม ท่านแสดงเพื่อความดีงามแก่โลกทั้งนั้น ท่านไม่ได้ไปทำความเสียหายแก่โลก

เอายกตัวอย่างย่อๆ มานี้ อย่างหลวงตาบัวที่นำพี่น้องทั้งหลายนี้ เอาให้เห็นชัดๆ นี้เลย ตั้งแต่ประกาศป้างขึ้นมานี้ก็เพราะความห่วงใยชาติไทยของเรา ที่จะพากันมาล่มจมในลูกหลานของคนไทย ๖๒ ล้านคน ตั้งแต่ก่อนปู่ย่า ตายายพาถ่อพาพายมาสงบร่มเย็นเป็นสุข แต่พอมาถึงลูกหลาน ๖๒ ล้านคนจะพากันจมหมดทั้งประเทศ หมู หมา เป็ด ไก่ ไม่เลือก เจ้าของจมหมาก็จมเข้าใจไหม เห็นเป็นอย่างนี้ละเราถึงขนาดร้องโก้กเชียวนะ เราเคยคิดเมื่อไรคิดกับโลกกับสงสาร เช่นอย่างรัฐบาลนี้ตั้งมาสักกี่รัฐบาลเราก็ไม่เคยไปสนใจ ทีนี้พอเรามาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย เอา นำตลอด วัตถุสิ่งของเงินทองที่ได้มาเท่าไรนำร้อยเปอร์เซ็นต์ เข้าสู่คลังหลวงเข้าสู่ส่วนรวมร้อยเปอร์เซ็นต์

เราไม่เคยแตะแม้บาทเดียวฟังซิน่ะ ท่านทั้งหลายจะไปหาที่ไหนผู้นำอย่างที่ว่านี้ คือเรานำด้วยความพอแล้วจึงไม่ไปแตะอะไร ไม่หิวไม่โหย ได้มาเท่าไรเฉลี่ยหมด ไม่ว่าจะเป็นส่วนรวม ไม่ว่าเขาถวายเราเป็นส่วนรวมทั้งนั้น นี่ดำเนินมา ทางด้านวัตถุเราก็ได้เห็นชัดๆ ในสายตาพี่น้องทั้งหลายที่ออกจากน้ำใจที่รักสงวนสมบัติของตนนำมาบริจาค ให้เราเข้าในจุดส่วนรวม เช่นทองคำเวลานี้ก็ได้ถึง ๑๑ ตัน รวมทั้งที่ยังไม่เข้าเวลานี้เป็น ๑๑ ตัน กับประมาณ ๒๐๐ กิโลแล้ว นี่เห็นไหม ดอลลาร์เราก็เข้าพอเบาะๆ ๑๐ ล้าน ๘ แสนกว่าดอลล์เข้าแล้ว นี่หมายถึงว่าเข้าแล้วทั้งนั้น นี่เราแยกไปที่ไหนทองคำร้อยทั้งร้อย เม็ดหินเม็ดทรายไม่มีเข้าหมดเลย ส่วนดอลลาร์ก็เข้าเท่านั้น

ทีนี้เราก็บอก ดอลลาร์ไม่แน่นะเราก็บอก จะแยกทางโน้นทางนี้แยกเพื่อโลกนั่นแหละ เอาดอลลาร์มาช่วยเงินไทย มาตีเป็นเงินไทยแล้วก็นำช่วยโลกตลอดมาอย่างนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราช่วยโลก หลับตื่นลืมตาเคลื่อนไหวไปมาที่ไหน เราไม่เคลื่อนไหวเพื่อเรานะ เราเคลื่อนไหวเพื่อโลกเพื่อสงสารที่มีแต่ความอัตคัดขัดสน สมบัติเงินทองก็อัตคัดไปแบบหนึ่ง แล้วธรรมในใจยิ่งไม่มีเลย นี่น่าวิตกมากตรงนี้ เราจึงนำไปด้วยกันทั้งสอง ช่วยชาติคนทั้งหลายก็จะต้องทราบอย่างเดียวชัดๆ ด้วยกันหมด ว่าช่วยชาติก็หมายถึงด้านวัตถุที่จะนำเข้ามาช่วยชาติ แต่ด้านธรรมะเรามีความหนักแน่นมากกว่านี้

ด้านวัตถุที่โลกทั้งหลายทราบกันทั่วหน้า เราไม่ค่อยเห็นว่าเป็นของหนักแน่น จิตใจของประชาชนกับธรรมนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก เราก็ว่า เอ้อ ในระยะนี้ละที่เราจะได้นำธรรมไปสอนโลกพร้อมกันกับด้านวัตถุ ออกในการช่วยโลกคราวนี้ แล้วท่านทั้งหลายได้เห็นไหม เทศน์ช่วยโลกมานี้ได้ ๗ ปีกว่านี้แล้วออกที่เปิดเผย เวลานี้ออกกระจายวิทยุทั่วประเทศไทย นอกจากนั้นยังทั่วโลกนี้คือธรรม นามธรรมที่นำออกไปช่วยโลกพร้อมกันกับวัตถุธรรม คือสมบัติเงินทองเป็นต้น นี้เป็นเรื่องธรรมที่นำไปสั่งสอนพี่น้องทั้งหลายทุกแห่งทุกหน ที่ไปที่ไหนต้องเทศน์ๆ เรื่อยมาจนกระทั่งป่านนี้ แล้วผลแห่งธรรมจะเป็นแค่ไหนก็ให้ท่านทั้งหลายไปพิจารณาเอง ส่วนธรรมที่เรานำแสดงนั้นเราทำด้วยความแน่ใจของเราทุกอย่าง อรรถธรรมไม่ว่าขั้นใดภูมิใดเราไม่เคยสงสัยในการนำมาแสดงพี่น้องทั้งหลาย ว่าผิดไปไม่มี เรียกว่าเป็นความถูกต้องตลอดมา นี้เราทำประโยชน์ให้โลกพิจารณาซิ

เราไปทำความบอบช้ำให้โลกที่ตรงไหนบ้าง เอาๆ ฟ้องมา หลวงตาบัวที่ว้อๆ อยู่ทุกวันนี้ไปทำความเดือดร้อนเสียหายแก่ชาติไทยของเรา ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเราตรงไหนมั่งเอ้าว่ามา ให้ว่ามาเลยเราเป็นผู้พร้อมเสมอที่จะช่วยชาติบ้านเมืองดังที่ช่วยมาแล้ว เราจะแก้ไขตัวเราทันทีถ้าเป็นความผิดไป แต่นี้ก็ไม่เคยปรากฏ นี่ละเราพยายามช่วยขนาดนี้ นี้เหตุช่วยคนทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เต็มหัวใจอยู่นี้ ทำไมจะเทศน์แนะนำสั่งสอนประชาชนคนชาวไทย ซึ่งเป็นลูกชาวพุทธด้วยกัน มีรัฐบาลเป็นต้นทำไมจะสอนไม่ได้ล่ะ ต้องสอนต้องพูดกันได้เรื่องเหล่านี้

จะมาหาว่าเราเล่นการบ้านการเมือง ผิดทั้งเพพวกนี้น่ะ เราช่วยโลกมาแทบเป็นแทบตายดังที่เห็นนี้ เราไปทำความบอบช้ำให้โลกที่ตรงไหน เอา ฟ้องมา แต่พวกวงต่างๆ ที่ในหน่วยราชการที่เป็นผู้นำพี่น้องชาวไทย มันทำความเดือดร้อนให้โลกมากน้อยเพียงไร จนกระทั่งประชาชนเขาเอือมระอากันหมดทั้งประเทศเวลานี้ ยังหาว่าตัวนี้สร้างความดีเลิศเลอกว่ามนุษย์ทั้งหลาย กว่าอรรถกว่าธรรมไปเหรอ เราอยากถามว่าอย่างนั้นนะ นี่ละถึงเวลาที่จะพูดพูด ธรรมะไม่หนักไม่หน่วง รู้เหมือนไม่รู้ มีเหมือนไม่มี แต่เวลาที่จะนำออกไปเป็นประโยชน์แก่โลกจึงเปิดออกมานี้ เอา ถ้าเราเทศน์นี้ผิดไปเอาค้านมาว่างั้นเลย ไม่ว่าจะเข้าเกี่ยวข้องกับที่ใด บุคคลผู้ใด ราชการหน่วยไหนตลอดถึงรัฐบาล ตรงไหนที่เราพูดผิดไป เอา ว่ามา

เรากางธรรมแล้วเราถึงพูด เราไม่ได้พูดด้วยความอิจฉาบังเบียดเราไม่มีในใจของเรา ใครผิดบอกว่าผิด ใครถูกบอกว่าถูก ไม่ว่าผู้สูงผู้ต่ำผิดได้ด้วยกัน แล้วธรรมสูงกว่านั้นอีกทำไมจะแนะนำตักเตือนสั่งสอนกระตุกกันบ้างไม่ได้ล่ะ มีอย่างเหรอ นี่ละให้ท่านทั้งหลายเข้าใจเสีย ที่เรานำโลกอยู่ทุกวันนี้เรานำด้วยเหตุนี้ต่างหาก เราไม่ได้ก่อกวนโลกให้ฉิบหายวายปวง มีแต่พยุงโลก ผู้หนึ่งรักษาแทบเป็นแทบตาย พยุงแทบเป็นแทบตาย คนหนึ่งมาทำลายเอาไฟมาเผาต่อหน้าต่อตา ถ้าภาษาของโลกๆ เรามันก็โมโหใช่ไหม ไล่ฆ่ามันเลย แต่เราไม่ฆ่าใคร จะว่าอะไรก็ว่า เขาจะเอาตามก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เอาตามก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่ไปบังคับบัญชา ในฐานะเทศน์สอนโลกเป็นกลางๆ อย่างนั้นละ เราสอนโลกเวลานี้ก็เหมือนกัน

นี่ก็ได้ยินเราไม่เคยสนใจละปากอมขี้ ว่าหลวงตาบัวเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไปอะไรกับการบ้านการเมืองเราเฉยเราไม่สนใจ เพราะธรรมนี้เหนือหมดแล้ว หาความสกปรกนิดหนึ่งไม่มีในธรรม แต่เรื่องของโลกมีแต่ส้วมแต่ถานไม่ให้ชะล้างกันบ้างได้ยังไง เมื่อเราต้องการความดิบความดีแล้วเป็นลูกชาวพุทธด้วย ทำไมจะเข้ากับธรรมไม่ได้ ถ้าเข้ากับธรรมไม่ได้ก็เลยเทวทัต เทวทัตยังยอมรับพระพุทธเจ้านะ เวลาไปจนตรอกจนมุมจริงๆ โทษก็ทั้งเป็นทั้งสดๆ ดิบๆ มันจะเอาพระเทวทัตให้จมนรกทั้งเป็น แล้วได้เห็นโทษของตัวเองแล้วก็ไปขอขมาพระพุทธเจ้า ครั้งสุดท้ายพระเทวทัตเห็นโทษตัวเองไปขอขมาพระพุทธเจ้า พระองค์ก็ได้รับสั่งอย่างที่เคยพูดแล้ว เอ้อ น่าสงสารขอขมา จะมาหาเราก็จะไม่ได้พบเราแหละ กรรมมันหนาแน่นจะพาล่มจมไปได้ ก็พาถูกแผ่นดินสูบ แล้วถวายคางกรรไกร หมดแล้วไม่มีอะไรเหลือแต่คางกรรไกรที่แผ่นดินสูบยังไม่หมด ขอถวายคางกรรไกรเป็นพุทธบูชาเต็มหัวใจ แล้วก็ดับลง

พระพุทธเจ้าทรงยิ้ม เอ้อ ก็ไม่เสียท่าเสียที บุญเป็นบุญ บาปเป็นบาป ธรรมเป็นของกลางไม่เอนไม่เอียงไปทางใด   เวลาพระเทวทัตทำชั่ว  ความชั่วก็บ่งบอกชัดๆ  นี่เทวทัตจะจมลงในนรกก็บ่งบอกเพราะความชั่วของเธอเอง หลังจากนี้แล้ว ผลแห่งการถวายคางกรรไกรต่อเราตถาคตเพื่อเป็นพุทธบูชา ผลอันนี้เป็นยิ่งใหญ่อีกที่นี่ เธอพ้นจากนี้แล้วจะได้มาอุบัติขึ้นเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าก็สิ้นสุดแล้วเลิศเลอสุดยอดแล้ว นี่ละอำนาจแห่งความดีของพระเทวทัตที่ถวายคางกรรไกรต่อพระองค์ก็ได้สนองท่าน ท่านจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ชื่ออัฏฐิสาระ

เวลานี้ท่านกำลังเสวยกองทุกข์อันนี้ ทุกข์นี้ก็เป็นกฎ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา แม้จะเปลี่ยนช้าก็เปลี่ยนอยู่นั้นละ จนสิ้นไปได้สิ้นกรรมอันนี้ จากนั้นท่านก็มาเสวยกรรมอันนี้ได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ชื่ออัฏฐิสาระ จากนั้นก็นิพพานเลย นี่ละอำนาจแห่งการเห็นโทษเห็นคุณเป็นอย่างนี้ละพิจารณาซิ พระเทวทัตก็ยังเห็นคุณของพระพุทธเจ้า แม้เหยียบพระพุทธเจ้าจนแหลกไปหมด ถ้าจะแหลกนะแต่พระพุทธเจ้าไม่แหลก แต่พระเทวทัตแหลกเอง เวลามาเห็นคุณก็ยกขึ้นอย่างนี้ ก็เท่ากับยกพระเทวทัตเอง เป็นอย่างนั้น

สรุปลงมาแล้วเราก็เป็นลูกชาวพุทธ มีแต่จะเหยียบอรรถเหยียบธรรม เหยียบพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เห็นโทษแล้วยัง ถ้าไม่เห็นโทษก็เลวกว่าพระเทวทัตอีกซิพวกเรา ถ้าเห็นโทษก็ให้ฟังซิเสียงอรรถเสียงธรรมท่านพูดมา ท่านพูดเพื่อความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้ใดไม่มี อย่างเราเทศน์ทุกวันนี้สอนทุกวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างแม้ที่สุดเงินทุกบาททุกสตางค์เราทุ่มลงเพื่อชาติบ้านเมืองทั้งนั้น เราไม่แตะไม่อะไรเลย การสอนนี้ก็สอนด้วยอรรถด้วยธรรม เพื่อฟื้นฟูจิตใจที่มันต่ำทรามมาก ให้ขึ้นมาสู่อรรถสู่ธรรม ให้รู้จักดีชั่ว พยายามแก้ไขดัดแปลงตนเองให้เป็นคนดี มันก็ดีขึ้นในคนๆนั้นเอง นั่น เราไม่เอาดีเอาชั่วกับใคร การสอนคนเขาจะโจมตีขนาดไหนเขาชมเชยขนาดไหนเท่านั้นแหละ เป็นส่วนเกิน ธรรมชาตินี้รับไม่ได้ พอตัวแล้วด้วยความเลิศเลอ

เราก็ได้สอนเต็มกำลังความสามารถ มีความบกพร่องตรงไหนที่เราสอนและเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย ก่อความเดือดร้อนให้พี่น้องทั้งหลายที่ตรงไหนบ้าง เอ้าอ้างมา เราจะแก้ไขดัดแปลงทันทีถ้าผิด เอ้าผิดตรงไหนว่ามาด้วยเหตุด้วยผล ยอมทันทีเรา.ถ้าเมื่อธรรมเป็นความถูกต้องแล้ว พี่น้องทั้งหลายที่ฟังอรรถฟังธรรมควรจะรู้สึกตัวบ้างซิ แก้ไขดัดแปลงให้ดีงามขึ้นไปแก่ตน แล้วก็จะเป็นประโยชน์แก่เรา นี่ละธรรมท่านสอนอย่างนี้ท่านสอนโลก นี่ธรรมสอนโลกประกาศป้างๆ อยู่ทั่วประเทศไทยของเรา ออกจากปากหลวงตาบัวก็คือในพระนามของพระพุทธเจ้า ธรรมพระพุทธเจ้าออกมา เราทำงานแทนท่าน นี้ออกมา

เราก็ทำเต็มเม็ดเต็มหน่วยของเรา ไม่เคยก่อกวนทำลายผู้ใดเลย มีแต่ความหนุนขึ้นๆ ตลอดทุกสิ่งทุกอย่าง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราอุ้มสุดหัวใจของเราทั้งนั้น เพราะฉะนั้นใครที่จะมาแตะต้องทำลายที่กีดขวางกับอรรถกับธรรม ซึ่งเป็นความดีงามแล้วเราจึงกระตุกบ้างเตือนบ้างๆ มีหนักบ้างเบาบ้างเป็นธรรมดา แล้วจะว่าเราไปหาเล่นการบ้านการเมืองยังไง พิจารณาซิ ก็เอาธรรมมาสอนโลก ไปกวนใครธรรม ธรรมท่านไม่ได้กวนใคร มีแต่กิเลสละมันกวนธรรมเข้าใจเหรอ สุดท้ายคือว่ากิเลสนั้นละกวนธรรม ธรรมไม่ได้กวนใคร เอาละเพียงเท่านี้พอ เหนื่อยแล้ว

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก