ผู้ใหญ่ควรหาคำเป็นสิริมงคลมาพูด
วันที่ 11 ตุลาคม 2548 เวลา 8:20 น. ความยาว 41.12 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

ผู้ใหญ่ควรหาคำเป็นสิริมงคลมาพูด

ก่อนจังหัน

วันนี้เป็นวันพระ คำว่าวันพระนั้นคือวันศีลวันธรรม วันเสาะแสวงหาความดีงามเข้าสู่ตัวเอง ท่านเรียกว่าวันพระ คือวันนี้เป็นวันที่เลิศเลอ พระแปลว่าประเสริฐเลิศเลอ ได้แก่ธรรม ไม่มีอะไรเลิศเลอยิ่งกว่าธรรม วันนี้เป็นวันพระ เป็นวันศีลวันธรรม ให้พากันอุตส่าห์พยายามหาความดีงามใส่ตน ดังที่เคยแสดงไว้เสมอ พระพุทธเจ้าแสดงอรรถธรรมไว้สดๆ ร้อนๆ ถูกต้องแม่นยำไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเราที่เป็นลูกศิษย์ตถาคตอย่างน้อยมักจะผิดพลาด หรือมากกว่านั้นผิดพลาดตลอดเลย คำว่าผิดพลาดคือผิดพลาดจากสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย พลาดลงไปหาฟืนหาไฟด้วยการทำชั่วช้าลามก นั่นเรียกว่าผิดพลาด

ศาสนาอื่นๆ เขามีจริงมีจังกับศาสนาของเขา เช่น วันเสาร์ วันอาทิตย์ ทั่วโลกที่มีศาสนาต่างๆ เขาจะถือวันเสาร์ วันอาทิตย์ เป็นวันสำคัญของเขา เป็นวันศาสนาของเขา ทางพุทธศาสนาก็ถือวันพระวันโกนเป็นวันศาสนา ศาสนาใดว่างวันใด เช่น เสาร์ อาทิตย์ ทั่วโลกเขาถือกัน พุทธศาสนาถือวันพระวันโกน ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ ๑๔-๑๕ ค่ำ เป็นวันพระ เป็นวันบำเพ็ญกองการกุศล มีประจำไว้ๆ ที่มีอย่างนี้คือนักปราชญ์ จอมปราชญ์คือพระพุทธเจ้า เพราะสัตว์โลกจะไม่ค่อยมีเวลาว่าง มีแต่วิ่งเต้นขวนขวายเพื่อธาตุเพื่อขันธ์ แล้วก็ไปเพื่อความโลภโลเลไป ไม่ได้เสาะแสวงหาอรรถธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามที่สุด มักจะว่างในจุดนี้

ท่านจึงประกาศติดตายไว้เลยว่า วันพระ วันโกน วัน ๘ ค่ำ ๑๔-๑๕ ค่ำ นี้ให้เป็นวันขวนขวายอรรถธรรมความดีงามเข้าสู่ใจ ใจบกพร่องมากนะ ใครจะเป็นเศรษฐีกุฏุมพีก็มีแต่วัตถุต่างๆ ซึ่งพึ่งไม่ได้ด้วยความตายใจ แต่ศีลธรรมนี้ตายใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีมากมีน้อยผู้นั้นจะอบอุ่นขึ้นภายในตัวเอง มีในเศรษฐีก็เป็นเศรษฐีเงินเศรษฐีธรรม มีในคนจน ถึงจะทุกข์จะจนก็ตาม แต่ก็เป็นเศรษฐีธรรม เศรษฐีบุญกุศลภายในใจ อันนี้ไม่ผิดพลาดนะ เพราะฉะนั้นขอให้ตั้งหลักใจไว้โดยศีลธรรมเป็นหลักประกันตัว อยู่ที่ไหนจะสะดวกสบาย ถ้ามีแต่สิ่งภายนอกพลาดทั้งนั้น อยู่ด้วยการเสี่ยง อยู่ด้วยวัตถุสิ่งของนั้นนี้ เราอาศัยเขา แต่มักจะเป็นการเสี่ยงอยู่เสมอ ตายใจไม่ได้ นี่หมายถึงสมบัติของใจ นอกจากนั้นสมบัติของร่างกาย

ถ้าผู้มีสติปัญญาก็นำสมบัติภายนอกนั้นละมาแปรรูปเป็นสมบัติภายใน เป็นศีลเป็นทานไป ก็เป็นบุญเป็นกุศล ถ้าผู้เพลินตั้งแต่เรื่องวัตถุภายนอกมันก็เป็นบ้าไปเลย ใครมีเงินมีทองมาก วิ่งเต้นขวนขวายมาก เราอย่าเข้าใจว่าเป็นความดีงามสำหรับจอมปราชญ์ทั้งหลาย นั้นคือพวกบ้า เข้าใจเหรอ ต้องเป็นผู้เสาะแสวงหาทั้งด้านภายนอกและด้านภายใน นี่เรียกว่าเป็นคนดี ศีลธรรมก็หา วัตถุภายนอก เช่น ไอ้หลังลายก็หา อย่าเป็นบ้าไอ้หลังลายก็แล้วกัน เวลานี้โลกกำลังเป็นบ้าไอ้หลังลาย มันกัดมันฉีก ได้ไม่พอ มีเท่าไรไม่พอ ไอ้หลังลายมีฤทธิ์มากนะ พากันเข้าใจไหมไอ้หลังลาย

หมาเราอยู่ในกรงมันก็ลาย แต่นั้นบักจ้ำดาวไม่ใช่ไอ้หลังลายที่โลกเป็นบ้ากันอยู่เวลานี้ ธนบัตรนั่นแหละไอ้หลังลาย โลกมาโง่ตรงนี้ละ คือท่านที่มีไว้นั้นเพื่อความสะดวกสบายสำหรับการเกี่ยวข้องซึ่งกันและกันในวงมนุษย์ที่อยู่ร่วมกัน มีอันนี้เป็นเครื่องพาก้าวเดินให้เป็นความสะดวกสบาย แต่เดี๋ยวนี้กลับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิวิเศษจนทำให้เจ้าของเป็นบ้าไปด้วย เรียกว่าบ้าไอ้หลังลาย พากันเข้าใจเหรอ

ทางพุทธศาสนาสำหรับพระท่านจึงบังคับไว้อย่างหนาแน่นเลย เรื่องเงินเรื่องทอง ตัดขาดกันเลยทีเดียว เพราะอันนี้จะเป็นตัวอุปสรรคต่อมรรคผลนิพพาน ท่านตัดขาด ถึงอย่างนั้นก็ดูเอาซิเดี๋ยวนี้ ไอ้หลังลายมันก็มาเหยียบหัวพระ มันจะไปไหนมันเหยียบหัวพระได้ทำไมมันจะเหยียบหัวโยมไม่ได้ พระเป็นบ้ากับไอ้หลังลาย นอกจากนั้นก็เป็นบ้ายศ น่าทุเรศนะ

พระพุทธเจ้าสอนให้มีความเฉลียวฉลาด ยิ่งนับวันเอาความโง่ไปแข่งพระพุทธเจ้า ก็มีแต่ความจมของตัวเองนั่นแหละ ให้พากันคิดนะทุกคน เรื่องเกิดเรื่องตายนี้มีมาประจำ อย่าไปหลงกับเรื่องกิเลสโกหก ตัวเกิดตัวตายก็คือเราเอง และกิเลสก็อยู่กับเรา มันก็หลอกว่าตายแล้วสูญ บาปไม่มี บุญไม่มี ทั้งๆ ที่โลกนี้มีความสุขความทุกข์ประจำมาแต่กาลไหนๆ ความสุขความทุกข์ออกมาจากบาปจากบุญเป็นหลักสำคัญ มันก็ลบว่าบาปบุญไม่มี นรกสวรรค์ไม่มี ว่าอย่างนั้นกิเลส พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้เรียบร้อยแล้ว อย่าพากันหลงกลของกิเลส จะพากันตายกองกันอยู่นี้ไม่มีวันสุดสิ้น

ถ้าเชื่อพระพุทธเจ้าแล้วคนเราตายมีป่าช้า ตายมีหลักมีเกณฑ์ ถ้าไม่เชื่อพระพุทธเจ้าแล้วตายไม่มีป่าช้าละ แห่กันไปเผากันไป แล้วต่างคนก็ต่างงมเงาเกาหมัดกลับบ้านกลับเรือนของตัวเองไป หาหลักเกณฑ์ที่จะให้เป็นสาระแก่กันผู้ตายไปนั้นไม่มี แต่ถ้าต่างคนต่างมีศีลมีธรรมภายในจิตใจตัวเองแล้ว ผู้นั้นเย็นตลอด ตายจะนิมนต์พระมากุสลาไม่กุสลาไม่สำคัญ กุสลา ธมฺมา พระพุทธเจ้าทรงตั้งขึ้นภายหลัง ให้พระท่านไปพิจารณาบังสุกุลนั้นคือว่า ไปพิจารณา อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา เขาก็ตาย เราก็ตาย เอามาปลงต่างหาก แต่พระเลยเป็นบ้าไปเลย ไปที่ไหนคนตายที่ไหนบังสุกุล กุสลา ธมฺมา หาไอ้หลังลายนั่นแหละ มันไปอย่างนั้นเสียนะ

พระพุทธเจ้าให้ไปพิจารณาเรื่องกฎ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา นี่คือตาย เป็นพยานแล้ว เราจะตายวันหนึ่งแน่นอนให้มาพิจารณา อย่าตายใจ อย่านอนใจ ท่านสอนอย่างนั้นต่างหากนะ แล้วมันไปโดดใส่ไอ้หลังลายนั่นเห็นไหมล่ะ เป็นอย่างนี้ละกิเลสมันเร็วมากนะ ปั๊บทันทีๆ มองไม่ทัน ถ้ามีธรรมในใจมองทันหมด อย่างหัวใจพระพุทธเจ้า หัวใจพระอรหันต์ทันทั้งนั้น กิเลสจะออกแง่ใดทันหมด แต่ท่านจะพูดหรือไม่พูดเป็นเรื่องของท่าน แต่เรื่องความรวดเร็วนี้ทัน ธรรมเลิศโลกแล้วทันทุกอย่างเรื่องธรรม ให้พากันอุตส่าห์พยายามนะ

ตื่นขึ้นมาแต่เช้าถึงค่ำๆ มากี่กัปกี่กัลป์แล้ว ตัวของเราผู้ที่จะรับสุขรับทุกข์นั้นเป็นยังไงให้ถามตัวเอง อย่าไปสนใจกับเรื่องมืดเรื่องแจ้ง เขาไม่ได้ตกนรกขึ้นสวรรค์อะไรแหละเรื่องมืดเรื่องแจ้ง ตัวเรานี้ตัวจะไปดีไปชั่ว ไปตกนรกขึ้นสวรรค์ชั้นพรหม กองอยู่ในทุกข์ก็เรา พ้นจากทุกข์ก็คือตัวของเรา ให้สนใจดูตัวของเราเอง ความเคลื่อนไหวไปมาผิดถูกชั่วดีอะไร ให้บวกลบคูณหารตัวเองอยู่เสมอ อย่าเห็นแก่ได้แก่ดีดแก่ดิ้นไม่ได้นะ ตายจมกันอยู่นั้น เวลานี้เป็นเวลาที่กิเลสออกคลื่นใหญ่หลวง ยิ่งกว่าคลื่นมหาสมุทรทะเลหลวง เหยียบมนุษย์ให้เป็นบ้ากับกิเลสทั้งหลาย ธรรมแทบไม่มี ถ้าธรรมมีที่ไหนสบายที่นั่น พากันจำ วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละ

หลังจังหัน

        ผู้กำกับ       นายสมัคร สุนทรเวช พูดออกรายการเมื่อวานนี้ทางช่อง ว่า ตนอยากจะพบนายกรัฐมนตรี และถามนายกรัฐมนตรีว่าทำไมไม่ทำอะไรกับหลวงตา หลวงตามีบุญคุณอะไรกับนายกฯ มากนักหนาหนอ

        หลวงตา      ช่างจมูกมันเถอะ พอว่าอย่างนี้ปั๊บเข้าใจทั่วกันหมดเลย ตอบเท่านั้นพอ มาวิพากษ์วิจารณ์หาประโยชน์อะไรถ้ามันไม่โง่ที่สุด เด็กเขาก็ยังรู้ แล้วมันไม่รู้รึ เป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่จิตใจมันต่ำทรามที่สุดแล้ว มันถึงหาแง่นั้นมาพูดแง่นี้มาพูดที่เป็นความเสียหาย

เมื่อวานนี้ไปอำเภอคอนสวรรค์ ดูว่าไปประจำเดือนละ ทางจังหวัดชัยภูมิที่จำเป็นๆ เราไปรู้สึกจะเป็นประจำเดือน มันหากเป็นโดยหลักธรรมชาติของมัน ชัยภูมินี้ขาดแคลนมาก เราจึงได้สนใจที่อยู่ลึกๆ ลับๆ ส่วนมากเราจะไปอย่างนั้นไปที่ลึกๆ ลับๆ ที่ใกล้เคียงกับตัวเมืองไม่ค่อยไป ไม่ว่าจังหวัดไหน จะไปห่างๆ จากตัวเมืองไปที่อยู่ลึกๆ ลำบากลำบนมาก เราก็ไป

โรงพยาบาลที่เราเกี่ยวข้องแทบเป็นแทบตายกับประชาชน ทำไมไม่เห็นไปออก ท่านมีบุญคุณกันอะไรกับโรงพยาบาล อีตาบัวนั่นน่ะ ก็ไม่เห็นพูดออกให้โลกเขาทราบบ้าง อีตาบัวหลวงตาบัวนั่นน่ะ ที่ช่วยโรงพยาบาลนี้หลายร้อยโรงนะ จนไม่มีอะไรจะเหลือ ส่วนอื่นก็ช่วยแต่โรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่ง ที่หนักมากที่สุดเลย ให้เอาไปลงเสียบ้าง ไปถามดูซิว่าอีตาบัวที่ขาดจากพระไปแล้วนั้นช่วยโรงพยาบาลมากมายนั้น อีตาบัวกับโรงพยาบาลมีบุญมีคุณต่อกันอะไรนัก ไปถามเขาบ้าง ไปถามโรงพยาบาล โรงพยาบาลไหนบ้างที่อีตาบัวไปช่วยอยู่นั้น มีบุญมีคุณต่อกันอย่างไรบ้างอีตาบัวถึงได้ช่วย ก็ไปวินิจฉัยบ้างซี

อีตาบัวกับนายกฯมาคุ้ยเขี่ยหาเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่หาเรื่องก่อความพินาศแก่ตัวเอง บุญคุณอะไรก็รู้กันทั้งโลก มันยังไม่รู้อยู่เหรอ เคยเป็นกทม.มาแล้วนี่นะ อีตาสมัครนั่นน่ะ ก็เราไม่มีอะไร เราพูดอย่างสบาย หาแหย่นู้นหาแหย่นี้ ผู้เฒ่านี้อยู่ไม่เป็นสุข อยู่เป็นสุขบ้างซี เคยเป็นผู้ใหญ่มาแล้ว กทม.ก็เคยเป็น มันเที่ยวแหย่นู้นแหย่นี้ อยากจะให้นายกฯกับอีตาบัวต่อยกันเหรอ ก็มันไม่มีอะไรกับใครพูดสนุกไป หาเรื่องที่เป็นมงคลมาพูดหน่อยน่ะ ท่านผู้ใดๆ เคยเป็นผู้ใหญ่ๆ ปกครองบ้านเมืองเรา อย่าหาเรื่องเสนียดจัญไรมาพูดไม่เกิดประโยชน์ เด็กเขาหัวเราะ เด็กอมมือหัวเราะนะ เขาไม่ทำอย่างนั้น

ผู้ใหญ่ควรจะหาคำเป็นสิริมงคลมาพูด และเป็นคติเครื่องเตือนใจ เป็นกำลังใจต่อกันมาพูด อย่างนั้นถึงถูก เรียนอะไรมาก็ให้เรียนวิชาการพูดการจา ฝึกหัดการพูดการจาบ้างซิ การพูดชนิดไหนที่จะทำให้แตกร้าว การพูดชนิดไหนจะทำให้สมัครสมานสามัคคี ให้คิดบ้างซิคำพูดนั่นน่ะ คำพูดเพื่อความร้าวราน ร้าวรานแน่ คำพูดเพื่อสมานสามัคคี สามัคคีแน่ นั่นก็ยึดเอามาพูด มาปฏิบัติต่อกันซิ ให้โลกได้มีความสงบร่มเย็น

เรื่องหลวงตาที่วิพากษ์วิจารณ์เวลานี้ เฉพาะอย่างหลวงตากับนายกฯนั้นวิจารณ์มันไม่เกิดประโยชน์อะไรละ มันจะเข้าเนื้อตัวเอง เราทำประโยชน์ให้โลกเราไม่ได้เอา ทำประโยชน์มากน้อยเพียงไรเราไม่เอาประโยชน์นั้น เพื่อประโยชน์แก่โลกทั้งนั้นแหละ เราพูดชัด ๆ ถ้ายังสงสัยจะเป็นอะไรกัน ก็ให้ถามมาว่าหลวงตาบัวกับประชาชนเป็นอะไรกัน ให้ถามมาอย่างนั้นซี วันหนึ่งๆ ไม่ได้อยู่ ไปเรื่อยๆ ช่วยที่นั่นที่นี่ มันเป็นอะไรกันกับประชาชนน่า ว่าอย่างนั้นบ้างซิ แต่อีตาสมัครจมูกโด่งๆ ไม่เห็นเป็นอะไรกับเขา ก็คนหนึ่งพูดเล่น คนหนึ่งพูดจริง ให้มันเทียบกันซิ มันอะไรกันนี่น่ะ อยู่ไม่เป็นสุข

เขาว่าเป็นข้าศึก แต่ความจริงเราพูดตลก เราพูดเล่น เขาไม่รู้ ก็เราไม่มีอะไรกับใคร เขาจะพูดอะไรมันก็ไม่มีอะไร นอกจากดูเด็กมันเล่นเท่านั้นเอง ให้พากันหาความเป็นสิริมงคลมาพูดต่อกันเมืองไทยเรา อย่าพูดยุแหย่ก่อกวน ไม่ใช่ฐานะของผู้ใหญ่จะนำมาพูดเช่นนั้น หาพูดสิ่งที่เป็นคติ เครื่องเตือนใจ เครื่องสมัครสมานกัน เครื่องที่เป็นกำลังใจของกันและกันจึงถูกต้อง หายุคนนั้นแหย่คนนี้ อยู่ดีๆ ก็ให้แตกจากกัน อย่างนั้นใช้ไม่ได้ อย่านำมาพูด

วิจารณ์คนนั้นวิจารณ์คนนี้ปากเจ้าของมันปากเปราะ เห่านู้นเห่านี้อยู่ไม่หยุด ไอ้ปุ๊กกี้เรามันไม่เห็นเห่า มันอยู่เฉยๆ แต่อย่าไปยุ่งกับกรงมันนะ เวลานี้มันอยู่สบายใครไปกวนไม่ได้ ไอ้ปุ๊กกี้มันเห่าเลย มายุ่งทำไม ว่าอย่างนั้น เราพูดทุกสิ่งทุกอย่างเราพูดเป็นอรรถเป็นธรรมต่อโลกต่อสงสาร ทำไมจึงจะเอาเราไปทะเลาะกันกับนายกฯ นายกฯจะเป็นอะไร ถามมา นายกฯก็เป็นลูกศิษย์ละซิ นายกฯจะมาเป็นอาจารย์ของเราได้เหรอ พิจารณาซิ

ใครเขาก็ว่าหลวงตาบัวนี้เป็นอาจารย์ของนายกฯ เป็นอาจารย์ของคนทั่วแผ่นดินไทย ไหนจะมาเป็นลูกศิษย์ของคนทั่วแผ่นดินไทยได้ยังไง พูดขัดๆ ข้องๆ พูดไม่มีเหตุมีผล พูดไม่พินิจพิจารณา ให้พิจารณาสักหน่อยนะ อยู่เฉยๆ ก็มีผู้มาแหย่อย่างนี้ละ แหย่ทางนู้นแหย่ทางนี้มา ทางนี้ก็แหย่บ้างซิ จะว่าไง พูดอะไรมาก็พูดเถอะ กับหลวงตาบัวพูดจริงๆ พูดอะไรมาก็พูดเถอะ เหมือนหมาเห่าฟ้า ว่างั้นเลย ฟ้าอยู่ที่ไหนไม่รู้มันเห่าดะของมัน

อันนี้ก็เหมือนกัน หัวใจของเรานี้ครอบโลกธาตุแล้ว เห่าไปไหนก็เห่าไปเถอะ เราบอกตรงๆ อย่างนี้เลย เราไม่มีอะไรกับโลก มีแต่สงเคราะห์โลกให้เป็นประโยชน์ ที่จะทำโลกให้เสียหายฉิบหายด้วยเจตนาของเรา หรือกิริยาที่แสดงออกไม่ปรากฏว่ามี มีแต่ทำคุณประโยชน์แก่โลกทั้งนั้น เริ่มต้นตั้งแต่เราทำประโยชน์แก่เรา มีแต่ทะนุถนอมบำรุงตลอด การทำลายเจ้าของไม่มี มีแต่จะบำรุง จนกระทั่งถึงจุดที่หมายปลายทาง ที่เป็นที่พอใจ

จึงบอกว่ามันครอบโลกธาตุแล้ว ว่าอย่างนั้นเลย จะเห่ามาที่ไหนก็เห่าเถอะ หมาเห่าฟ้าไม่ได้เรื่องอะไร ก็เราทำประโยชน์ให้โลก เราไม่เอาประโยชน์ เอาให้โลกทั้งหมด เราพอทุกอย่างแล้ว อย่ามาวิพากษ์วิจารณ์นักนะ ให้วิพากษ์วิจารณ์ตัวเองนั้นน่ะ มันอยู่ไม่เป็นสุขยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อน เดี๋ยวแหย่นู้นเดี๋ยวแหย่นี้ หมาขี้เรื้อนเขาเกาที่คันนะ นี่คันไม่คันเกาดะ มันเลวยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อนคนประเภทนี้น่ะ ใครก็ตามประเภทนี้ ยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อนทั้งนั้นแหละ เห่าดะไปเลย

เราพยายามที่สุดแล้วที่จะให้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความแน่นหนามั่นคง เป็นเจดีย์ของชาติไทยเรา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นี้ละเป็นหลักมั่นคงของชาติไทยเรา ให้พากันทะนุถนอมบำรุงรักษา อย่าพากันยุแหย่ท่านั้นท่านี้ซึ่งเป็นการทำลายส่วนรวม ไม่ใช่เป็นของดี ให้พิจารณาเสียก่อน ทำอะไรอย่าอวดลิ้นตัวเองเกินไป ลิ้นถ้ามันเป็นภัยมันก็กัดเจ้าของ กัดคนอื่นนั่นละ พระพุทธเจ้าท่านลิ้นเป็นคุณ สาวกทั้งหลายท่านลิ้นเป็นคุณทำประโยชน์ให้โลกมากมาย ลิ้นของเราเป็นลิ้นประเภทไหน ไปหากัดนั้นเห่านี้ ก่อนที่จะเห่าก็อมขี้เสียก่อนแล้วเห่าไป เห่าไปไหนมันก็เหม็นคลุ้งไปหมดละซี ปากอมขี้กับปากอมธรรมต่างกันนะ ปากอมธรรมพูดมีเหตุมีผล มีหลักมีเกณฑ์  มีความสมัครสมาน ให้มีความแน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้น ถ้าปากอมขี้ฟุ้งไปที่ไหนแตกฮือๆ มันเหม็นเข้าใจไหมปากอมขี้ อย่าไปหาอมขี้พ่นนู้นพ่นนี้

ก็มีเท่านั้นละ พูดสนุกไปเฉยๆ เราไม่มีอะไรกับใคร ใครจะมาถือสีถือสาเราถือเท่าไรก็ไม่ได้ เอาสามโลกธาตุมาถือกับเราไม่ได้ทั้งนั้นละ ไม่มีความหมาย พูดให้มันชัดๆ เหนือหมดแล้ว จะเอาอะไรมันก็เหมือนหมาเห่าฟ้า จะเป็นอะไรไป เคลื่อนไหวไปมาที่ไหนมีแต่เพื่อประโยชน์แก่โลกทั้งนั้น เราไม่มีอะไรแม้เม็ดหินเม็ดทรายที่จะเป็นความเสียหายแก่โลกโดยเจตนาของเราไม่มี มีแต่กิริยาที่เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่โลกทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราจึงพูดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยว่า ในตัวของเราตั้งแต่จิตออกมาหากิริยาท่าทางที่แสดงออกทั้งหมดนี้ไม่เป็นภัยต่อโลก เพราะหัวใจเราสิ้นหมดแล้ว เรื่องภัยไม่มี มีแต่คุณมหาคุณล้วนๆ เต็มหัวใจ

ออกมาจากใจก็เป็นกิริยาที่แสดงออก จะหนักเบามากน้อยเผ็ดร้อนขนาดไหน ล้วนแล้วตั้งแต่คุณมหาคุณออกแสดงต่อโลกทั้งนั้น เราไม่มีอะไรที่จะเป็นภัยต่อโลก เราพูดชัดๆ เราไม่มีอะไรเป็นภัยต่อโลก มีแต่พยายามหาคุณประโยชน์แก่โลกเท่านั้นเอง ยุ่งอยู่ตลอดเวลา ลำพังเราเองจะไปหาอะไร มันพอเสียทุกอย่าง พูดให้มันเต็มยศ เพราะจวนจะตายแล้ว จะไม่มีใครพูดอย่างนี้ หรืออาจจะไม่มีใครรู้ก็ได้ ท่านรู้ท่านไม่พูดก็ได้ นั่นมันหลายอย่างนะ นี้พูด พูดตามหลักความจริงที่รู้มาเห็นมา

ดังที่เคยแสดงธรรมให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เคยพูดหลายครั้งแล้วว่า ตั้งแต่สมัยที่เราเรียนหนังสืออยู่ การเทศนาว่าการพระท่านเทศน์ทั่วประเทศไทยฉันใดเราก็เทศน์แบบนั้นเหมือนกัน เพราะตำรับตำรามีอย่างนั้นต้องเทศน์ไปอย่างนั้นๆ นี่สำนวนของเราเทศน์ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสืออยู่ เทศน์กินกล้วยหอมกล้วยไข่เขามามากต่อมากด้วยสำนวนอันนี้ทั้งนั้นแหละ แต่มาเทศน์ทุกวันนี้ไม่สนใจกับอะไร นอกจากหัวใจคน เรามีเท่านั้น ใครจะเอาอะไรมาให้เราล้นฟ้าเราไม่ได้ยินดียิ่งกว่าหัวใจแต่ละดวงๆ ได้รับอรรถรับธรรมไปเป็นมงคลแก่ตน อันนี้เรามุ่งอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นกิริยาของเราที่แสดงออกจึงไม่เป็นภัย

ทีนี้ก้าวเข้ามาหาการเทศนาว่าการ แต่ก่อนเทศนาว่าการก็ไปแบบโลกทั้งหลายเทศน์ ทีนี้เวลามาปฏิบัติธรรมรู้ขึ้นมาในธรรมทั้งหลาย รู้ขึ้นมาเห็นขึ้นมา ความรู้ในธรรมนี้แน่นอนๆ แม่นยำๆ เราจะพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงอรรถธรรมที่เรารู้เราเห็นนี้ไปเป็นอย่างอื่น อย่างกิเลสมันพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงเป็นไปไม่ได้เลย ทีนี้สำนวนโวหารที่เคยพูดอย่างโลกทั้งหลายที่เจือไปด้วยกิเลส พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงหลายสันพันคม เดี๋ยวก็เจริญพรๆ อย่างนี้นะ โอ้ดีนะนี่ ได้กล้วยมาถวายพระ กล้วยมาจากไหนสวยงามนักนะ ดีมากนะกล้วยนี้ อย่างนี้ไม่มีในสำนวนอันนี้นะ มีแต่หัวใจคน หัวใจคนนี้หยั่งเข้าเลยทันที

อะไรๆ ก็ตามเราพูดตามความจริงเราไม่เคยสนใจกับวัตถุสิ่งของ ใครจะมาให้ทานมากน้อยเราไปทำประโยชน์ทั้งหมด แต่ที่เรามุ่งมั่นอย่างยิ่งคือหัวใจคน เทศน์อะไรๆ นี้เพื่อให้เข้าสู่หัวใจ ได้นำไปเป็นข้อคิดข้อปฏิบัติ เป็นสิริมงคลมหามงคลแก่ตน กิริยาของเราแสดงออกจึงมีแต่เรื่องคุณต่อโลกทั้งนั้น เราไม่มีพิษมีภัยในกิริยาของเรา ออกจากหัวใจที่หมดพิษภัยโดยสิ้นเชิงแล้ว กิริยาที่แสดงออกจะเผ็ดร้อนขนาดไหนก็เป็นคุณๆ เป็นประโยชน์ตามการแสดงออกของธรรมนั้นแหละ

เราจึงบอกว่าเราไม่มีภัยต่อผู้ใด ใครจะมาทำเราว่าเป็นภัยก็เป็นเรื่องของคนนั้นก่อภัยต่อตัวเองต่างหาก เราไม่มีอะไร เกิดกับตายอยู่ในร่างกายของเรารูปเดียวกันนี้ ใครจะทำลายไม่ทำลายถึงวันมันก็ตายของมัน เขาทำลายมันก็ร่างกายอันนี้ตาย เขาไม่ทำลายมันก็ตายโดยหลักธรรมชาติของมันอย่างนั้น เราจึงไม่เคยหวั่นไหวไม่เคยสนใจว่าโลกจะมีอะไรต่อเรา เราไม่เคยสนใจ เราสนใจตั้งแต่เรามีอะไรกับโลกเวลานี้ เท่านั้นเอง โลกมีความบกพร่องมากทีเดียว เรื่องศีลเรื่องธรรมมีความบกพร่องมาก แต่เรื่องความชั่วช้าลามกที่จะเป็นภัยต่อโลกเสียเองนั้นมีมากด้วยกันทุกคน คุณที่จะเป็นประโยชน์แก่โลกมีน้อยเราจึงแนะนำสั่งสอน หรือกระตุกธรรมอย่างแรงบ้างเบาบ้างอะไรเข้าไป เพื่อให้เป็นข้อคิดเป็นสิริมงคลแก่ตัวของตัวเอง

นี่ละการเทศนาว่าการจึงไม่ได้เหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนเทศน์อย่างที่ว่านั่นละ อย่างโลกทั่วไปเทศน์ เดี๋ยวนี้ไม่เป็น คือรู้อย่างไรเห็นอย่างไรความรู้อย่างนี้เห็นอย่างนี้ ธรรมเป็นของตายตัวแล้วจะแยกเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูกตรงไปตรงมาตามธรรมที่เป็นความจริงอยู่แล้วตายตัวได้แล้ว แสดงออก เพราะฉะนั้นกิริยาแห่งการแสดงธรรมทุกวันนี้จึงไม่เหมือนแต่ก่อน พูดอย่างตรงไปตรงมาเขาว่าขวานก็ซากไปว่างั้น ว่าเทศน์กระแทกแดกดันก็กระแทกแดกดันไป สำหรับผู้เทศน์กระแทกหัวกิเลสต่างหาก ดุด่าว่ากล่าวดุกิเลสตัวมันเป็นภัยต่างหาก ไม่ได้ดุคนหรือไม่ดุความดีของคนที่มีอยู่แล้ว มีแต่ดุความชั่วให้ชำระสะสางออกเท่านั้น

การเทศนาว่าการสำนวนโวหารของเราตั้งแต่ออกปฏิบัติมาเรียบร้อยแล้วนี้ จึงไม่ได้เหมือนกับปริยัติที่เราเรียนมาเทศน์มาแต่ก่อน เป็นเองนะไม่ได้เราแต่งตั้งขึ้นมา เป็นเองขึ้นมาจากใจ ใจได้รู้ธรรมเห็นธรรมประเภทใด จนกระทั่งถึงวิมุตติหลุดพ้น ถึงพระนิพพาน เทศน์ตามนั้นเลยไม่เป็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้นการเทศน์จึงมีหลายขั้นหลายภูมิ ถ้าเทศน์แกงหม้อใหญ่ทั่วๆ ไป ก็แสดงเพื่อให้เป็นประโยชน์ทั่วหน้ากัน ตามมากตามน้อยในกำลังของคนแต่ละรายๆ เทศน์แกงหม้อเล็กพุ่งต่อมรรคผลนิพพาน ธรรมะจะเด็ดขึ้นไป ยิ่งแกงหม้อจิ๋วด้วยแล้วพุ่งเลยทันที ไม่มีอะไรมาผ่านได้ขาดสะบั้นไปหมด ธรรมะประเภทนี้ธรรมะเพื่อพระนิพพาน เราก็เทศน์มาหมดแล้ว หัวใจเราเป็นอย่างนี้แล้ว

อยากได้ยินได้เห็นได้ฟัง ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมะมีความรู้ความเห็นเป็นยังไงในฝ่าอรรถฝ่ายธรรม ควรที่จะดัดแปลงส่งเสริมเราจะออกทันทีดัดแปลงทันที ควรที่จะส่งถึงทันทีในเวลานั้นเอาทันทีเลย เพราะความมุ่งมั่นมีอยู่แล้วอย่างนั้น การเทศน์สอนธรรมนี้ธรรมที่เรามาสอนโลกไม่มีอะไรบกพร่อง เต็มหัวใจเราอยู่แล้ว ตามแต่เราจะแสดงมากน้อยตามผู้ที่มาได้ยินได้ฟังกับเราเท่านั้น จะได้รับไปมากน้อยเพียงไรก็ออกแค่นั้นๆ ถ้ามุ่งมาเพื่อจะมรรคผลนิพพานจริงๆ จะเอาให้ได้จริงๆ ไสทีเดียวผึงเลย เป็นอย่างนั้นนะ

ยกตัวอย่างอย่างเดียรถีย์นิครนถ์ ที่เข้ามาฟังอรรถฟังธรรมพระพุทธเจ้า เลื่อมใสในศาสนาขอบวช พระพุทธเจ้าว่ากฎกติกาของพุทธศาสนานี้มีอยู่ว่า ถ้าเดียรถีย์นิครนถ์คือลัทธิศาสนาอื่นๆ ที่เขาจะมาบวชในศาสนาของเรา ต้องอยู่ติตถิยปริวาสคือต้องอบรม ๔ เดือน ให้รู้อรรถรู้ธรรมรู้ขนบประเพณีอันดีงามของทางพุทธศาสนาก่อนแล้วค่อยบวชให้ ถ้าหากว่ายังไม่เพียงพอยังเลยไปอีก ท่านกำหนดไว้ ๔ เดือน ให้มาฝึกฝนอบรมอยู่ ๔ เดือนถึงจะบวชได้ ทีนี้เดียรถีย์คนนั้นเขามีความเลื่อมใสเต็มกำลังความสามารถเขาแล้ว มีแต่จะบวชท่าเดียวๆ

ท่านบอกว่าให้อยู่ติตถิยปริวาส ๔ เดือนเสียก่อน อย่าว่าแต่ ๔ เดือนเลย นั่นเขาพูดนะ ๔ ปีข้าพระองค์ก็จะอยู่ เห็นไหมล่ะ อย่าว่าเพียง ๔ เดือนเท่านี้เลย ๔ ปีข้าพระองค์ก็จะอยู่ นี่เพราะเขามุ่งบวชเพื่อพระนิพพานโดยถ่ายเดียว พระองค์ก็รับสั่งทันทีว่า เอา ถ้าอย่างนั้นบวชเดี๋ยวนี้ นั่นเห็นไหมล่ะ ๔ เดือนล้มไปหมดเลย นี่เห็นคนจริงใจเข้ามาอย่างนี้ยกขึ้นทันทีเลย เอา ถ้างั้นบวชเดี๋ยวนี้ นั่นเป็นยังไงธรรมของพระพุทธเจ้า มีอ่อนมีหนักเป็นระยะๆ ไป ๔ เดือนตัดมาเดี๋ยวนี้ก็ได้ นั่น ถ้าเด็ดพอจะไปได้แล้วเอาไปเดี๋ยวนี้ส่งเลย เป็นอย่างนั้น

ถ้ายังไม่พอเป็นไปก็ปล่อยไว้ตามเรื่องตามราวเสียก่อน เทศนาว่าการให้เข้าอกเข้าใจ แล้วมันก็ค่อยแก่เองๆ เมื่อบำรุงอยู่เสมอ เช่นต้นไม้ดอกผลของมันมียังไงอยู่ในลำต้นให้บำรุงลำต้นของมันให้ดี แล้วดอกผลมันจะขึ้นของมันแก่ของมันเอง พอบ่มก็บ่ม พอสุกก็สุกไปเลย บ่มไม่บ่มไม่สำคัญ เมื่อแก่เต็มที่แล้วหลุดจากขั้วลงมาตูมเลย นี่จิตใจที่มีอุปนิสัยใจคอเต็มที่แล้วหลุดจากขั้วตูมเลย ไม่ได้รอใครทั้งนั้นแหละ อย่างพระยสกุลบุตร เป็นต้น ที่นี่ขัดข้องที่นี่วุ่นวาย ตั้งแต่เกิดก็ไม่เห็นว่าขัดข้องวุ่นวาย แต่ถึงระยะที่จะหลุดจากขั้วแล้วนี้ ที่นี่ยุ่งเหยิงที่นี่วุ่นวายอยู่ไม่ได้ผึงออกไปเลย พระพุทธเจ้าก็ทรงรับทันทีเลยว่า ที่นี่ไม่วุ่นวายที่นี่ไม่ขัดข้อง เอา มาที่นี่ นั่นเห็นไหมล่ะ พระองค์รับสั่งให้มาที่นั่นยกขึ้นสู่นิพพานปึ๋งเลยเห็นไหมล่ะ

แล้วเรามีใครบ้างที่นี่ขัดข้องที่นี่ขาดเขินที่นี่ยุ่งเหยิง มีแต่ว่าจะไปวัดไปวามันขัดข้องมันยุ่งเหยิง ถ้าเป็นบ้ากันอยู่กับบ้านกับเรือนกับโกโรโกโสมันไม่ได้ยุ่งเหยิงนะพวกนี้น่ะ พวกนี้พวกคล่องตัวเข้าใจไหมล่ะ พวกคล่องตัว ถ้าจะเข้าไปวัดไปวาที่นี่ขัดข้องที่นี่วุ่นวาย ในตัวของมันนั่นแหละมันไม่อยากไปเข้าใจ เอาละเทศน์เพียงเท่านี้ละพอ...เทศน์อะไรสะเปะสะปะเราอย่างพูดอย่างนั้นละ คือใครจะมีอะไรๆ กับเราก็ตามเราไม่มีอะไรกับใคร เพราะฉะนั้นเราพูดได้อย่างสบาย พูดเล่นสนุกบ้างอะไรบ้างไปอย่างนั้นนะ ใครจะว่าอะไรก็เฉยไม่สนใจ

เป็นยังไงล่ะผู้ว่าฯ ฟังเทศน์วันนี้ (ดีครับได้หลายแง่หลายมุมดี) ดีตีจมูกคน มันใหญ่นักจมูก (คนไม่เคยภาวนาเลย มองมาทางป่าวัดป่านึกว่าพวกพระป่าโง่ คนไม่เคยภาวนาเหมือนที่หนังสือท่านอาจารย์เขียนโต้คึกฤทธิ์น่ะ คือมีคนเขียนบอกไม่เคยภาวนาเลยมาด่าพระภาวนา ไม่รู้เรื่อง นายที่ว่าก็ไม่เคยเห็นวัดเลย) นั่นแล้วเขาไม่เคยเห็นวัด เขาก็พูดแบบคนไม่เคยเห็นวัด เราเคยเห็นวัดเราก็พูดแบบคนเคยเห็นวัดเข้าใจไหมล่ะ ก็ยังงั้นเข้าใจหรือ คือเขาไม่เคยเห็นวัดเขาก็พูดแบบคนไม่เคยเห็นวัด ทีนี้เราอยู่ในวัดเราก็พูดแบบคนอยู่ในวัด แบบคนเห็นวัดเข้าใจไหม เอาละ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก