คนใจบุญ กว้างขวาง
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา 8:20 น. ความยาว 40.38 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

คนใจบุญ กว้างขวาง

ก่อนจังหัน

เราเห็นประชาชนเข้าวัดเข้าวาฟังธรรมจำศีล ทำบุญให้ทาน เราพอใจ พอใจจริงๆ ไม่ใช่ธรรมดา เพราะสิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่จะฉุดลากเราให้หลุดพ้นจากทุกข์ไปโดยลำดับได้ นอกจากนั้นที่โลกเพลิดเพลินกัน มีแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้ตลอด แล้วเพลิดเพลินในฟืนในไฟนะ ไม่ได้เพลิดเพลินในความดีงามอะไรเลย นี่เห็นพี่น้องทั้งหลายเข้าวัดเข้าวา คนเข้าวัดคนปฏิบัติศีลธรรมเป็นคนที่ตายใจได้ระหว่างกันและกัน และตัวเองก็ตายใจได้ อบอุ่น เรื่องที่เป็นเหล่านั้นไม่มีตายใจ เจ้าของก็ตายใจเจ้าของไม่ได้ เช่นไปหากอบโกยเข้ามาด้วยวิธีการต่างๆ มาพอกพูน หลอกโลกให้เขาชมเชย ได้ดีใจนิดหน่อย ส่วนฟืนไฟที่เผาไหม้ตัวเองเพราะการทำชั่วช้าลามกนั้นเผาเจ้าของให้เป็นผู้รับเคราะห์รับกรรม คนอื่นคนใดเขาไม่รับแหละ

ในโลกอันนี้ไม่มีใครที่จะพูดได้ถูกต้องแม่นยำยิ่งกว่าศาสดาองค์เอก นอกนั้นเหลวไหลทั้งนั้น ให้จำเอานะ ผู้นี้ผุดขึ้นมาจากแดนนรกขึ้นมาปรากฏเป็นศาสดาองค์เอกครองนิพพานเรียบร้อยแล้วจึงมาสอนโลก พวกสัตว์โลกทั้งหลายไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร ผู้นี้พูดถูกต้องแม่นยำขอให้เชื่อถือเถิด ถ้าเชื่อถือพระพุทธเจ้าและทำตามพระพุทธเจ้าแล้วตกนรกหมกไหม้ หลวงตาบัวจะตกแทนเลย อย่างอื่นไม่รับรอง ที่เขาฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมดีดดิ้นกันอยู่ด้วยความพอใจๆ นั้นน่ะ อันนั้นละจะพาให้จมลงในนรก

นี้เป็นอุบายวิธีการของกิเลสที่อยู่ในใจของแต่ละคนๆ แสดงออกมาจึงเป็นเรื่องเดียวกัน เป็นสิ่งเดียวกัน นอกจากแสดงออกมามากน้อยเท่านั้น มันมีอยู่ในตัวของเราด้วยกันแล้วก็เผาเรา ถ้าใครทำตามมันแล้วเผาๆ ไม่ต้องสงสัย ใครทำตามศาสดาพ้นๆ พ้นไปโดยลำดับ ผู้นี้บริสุทธิ์ พวกนั้นพวกฟืนพวกไฟ พวกกิเลสตัณหาเป็นฟืนเป็นไฟทั้งนั้น ส่วนพระพุทธเจ้าพระวาจาที่รับสั่งออกมาแต่ละคำๆ นี้เป็นพระวาจาที่อมอรรถอมธรรมออกมาสอนโลก จึงทำให้โลกได้รับความสงบร่มเย็น

หลั่งไหลกันไปสวรรค์นิพพานน้อยเมื่อไรผู้เชื่อพระพุทธเจ้า ผู้เชื่อกิเลสหลั่งไหลลงในนรก ถ้าธรรมดาแล้วนรกนี้ต้องขยายใหม่ เรือนจำนักโทษมากต้องขยายเรือนจำใหม่ ส่วนนรกนั้นไม่ต้องขยาย เป็นกรรมของสัตว์เอง มีมากมีน้อยเท่าไรไสเข้าไป แน่นอัดอยู่นั้นเลย นี่เป็นเรื่องนรก ไม่มีที่จะขยายนรกละ เป็นกรรมของสัตว์ๆ มีมากมีน้อยไหลลงไปก็อัดแน่นกันไป ทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ พระพุทธเจ้าไม่เคยหลอกลวงโลก แต่เรื่องกิเลสนี้ไม่ว่าของท่านของเราอยู่ในใจหลอกตนเองแล้วก็ไปหลอกคนอื่นด้วย ทำให้เป็นไฟด้วยกันทั่วโลกนั่นแหละ จำเอานะ ให้พร

หลังจังหัน

(หมอจังหวัดชลบุรีร่วมทำบุญ) เออ พอใจๆ ชลบุรีนี้แปลว่าเมืองน้ำ ชล ชะละ น้ำ บุรี เมือง ชลบุรีแปลว่าเมืองน้ำ ส่วนมากมักจะเอาภาษาบาลีออกไปใช้ เมืองไทยเราถือพุทธศาสนา ตั้งชื่อตั้งนาม ยศถาบรรดาศักดิ์ มักจะเอาออกจากภาษาบาลีออกใช้ เช่น ชลบุรี นี่เป็นบาลีทั้งหมดนะ ชะละ แปลว่า น้ำ บุรี แปลว่า เมือง ชลบุรี แปลว่า เมืองน้ำ เมืองไทยเราถือพุทธศาสนา ส่วนมากเอาไปจากพุทธศาสนาเป็นชื่อเป็นนาม เป็นยศถาบรรดาศักดิ์ ออกจากพุทธศาสนาทั้งนั้น

(มีผู้ถวายปัจจัยสร้างเจดีย์วัดอโศฯ) เจดีย์ก็อยู่ในหัวอกเรานั่นแหละ เราไปพูดตกลงอย่างเด็ดขาดด้วยนะกับท่านทองที่เป็นเจ้าอาวาส เจดีย์ต้องใช้เงิน ทุกข์มากเทียว นี่เราเคารพครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่เป็นเพชรน้ำหนึ่งๆ จะถูกอาราธนามาประดิษฐานอยู่ที่เจดีย์ เพราะฉะนั้นเราจึงรับปุ๊บเลย ด้วยความเคารพครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่เป็นเพชรน้ำหนึ่งทั้งนั้น เราดูเองคัดเองไม่ผิด ตรงเป๋งเลย ครูบาอาจารย์ทั้งหลายเหล่านี้ท่านมรณภาพแล้ว อัฐิของท่านจะถูกอาราธนามาอยู่ที่เจดีย์หลังนี้ละ เจดีย์วัดอโศการาม เลยจะเป็นจุดศูนย์กลางของพระเพชรน้ำหนึ่งในสมัยปัจจุบันนี้ ท่ามกลางเมืองไทยเราจุดนั้นแหละ พี่น้องทั้งหลายจะได้กราบไหว้บูชา

เราอาราธนามาทั้งหมดแหละ บรรดาครูบาอาจารย์ที่เป็นเพชรน้ำหนึ่ง คืออัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุๆ แล้ว นั้นแลคือตราพระอรหันต์ ออกมาอย่างชัดแจ้งก็คืออัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุ สำหรับคณะกรรมฐานที่อยู่ร่วมกันนี้ ครูบาอาจารย์องค์ใดๆ เป็นยังไงท่านรู้กันหมดภายใน ในวงกรรมฐานท่านรู้กันหมดแต่ท่านไม่พูด เหมือนกับว่าครัวเรือน ครัวเรือนกรรมฐานจะพูดในครัวเรือนของตน ไม่พูดออกไปข้างนอก ทีนี้พระทั้งหลายที่เข้าไปศึกษาอบรมกับครูอาจารย์นั้น องค์ไหนท่านได้ภูมิใด พระเหล่านี้รู้หมด

เพราะท่านประสานกันอยู่ตลอดเวลา พระกรรมฐานประสานกันตลอดเวลาเรื่องอรรถเรื่องธรรม เพราะฉะนั้นองค์ใดมีภูมิอรรถภูมิธรรมสูงต่ำขนาดไหน ท่านจึงทราบกันๆ ละเอียดลออทั่วถึงหมดในวงกรรมฐาน จึงเรียกว่าครัวเรือนกรรมฐาน คนอื่นไม่ค่อยทราบ ท่านไม่ได้พูดสุ่มสี่สุ่มห้า รู้อยู่จำเพาะๆ ภายในๆ เงียบๆ ที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านยังไม่ได้มรณภาพนี้ บรรดาลูกศิษย์ลูกหาทราบไว้แล้วองค์ใดๆ ถึงภูมิใดๆ หรือภูมิสูงสุด ท่านทราบไว้ก่อนแล้ว ท่านจะฟังเฉพาะๆ ไม่ออกง่ายๆ แหละ

นี่ทางเวียงจันทน์ที่เราบอกไปว่าให้เขาเอารถมาสองคัน รถสิบล้อให้เอามาสองคัน พอดีเมื่อวานนี้เสี่ยสมหมายมา เมื่อวานหรือวานซืน วันนี้เอาข้าวมาแล้วเป็นพันละมัง (ครับ ข้าวเหนียว ๑,๐๐๐ ถุง ข้าวเจ้า ๕๐๐ ถุง น้ำมันพืช ๔๘๐ น้ำปลา ๑,๒๐๐ ขวด น้ำตาลทราย ๕๐๐ ถุง) น้ำตาลทรายถุงละกิโลกระมัง (ครับ) พอดีเสี่ยสมหมายให้ลูกน้องเอาของที่มีในบัญชีนี้มาจอดอยู่ที่ศาลาใหญ่ จะเอามาช่วยเราที่จะไปเวียงจันทน์ เราก็บอกให้เอาไว้ที่ศาลาใหญ่เลยไม่ต้องลำบาก ทางโน้นมารับก็รับที่ศาลาใหญ่ไปเลย

เขาบอกว่าของมาถึงแล้ว เมื่อเช้าเราจึงไปดู ที่ไหนได้รถสองคันสิบล้อเต็มแล้วนะ ทีนี้สิบล้อเวียงจันทน์มันจะสิบล้อพิสดารมาจากไหน ก็ต้องเต็มแบบเดียวกัน เพียงเท่านี้สิบล้อสองคันก็เต็มแล้ว ทางโน้นมาก็จะต้องเต็ม ของเราที่จะให้ก็จะไม่มี เลยสั่งมาอีกคันหนึ่งวันนี้เป็นสามคัน สิบล้อด้วยกัน สั่งไปแล้วโทรศัพท์ไปแล้วตะกี้นี้ ของเราจะไม่ได้เลย เสี่ยสมหมายมาตีเอาไปหมด อะไรๆ เสี่ยสมหมาย อะไรๆ เสี่ยสมหมาย โรงสีร้อยเอ็ดนั่นน่ะ โอ๋ย นักใจบุญที่สุดนะนั่น นี่ก็มาตีเอาแล้ว ได้ยินเราพูดแว็บๆ เมื่อสองวันมานี้ พอไปก็สั่งลูกน้องเอามา

คือเราพูดถึงเรื่องที่เราจะไปช่วยเวียงจันทน์ นี้ก็เอามาสองคันรถสิบล้อเหมือนกัน ถ้าทางโน้นเอามาก็จะถ่ายนี้เป็นสิบล้อด้วยกันเต็มด้วยกัน เราเลยจะไม่ได้เรื่องอะไร เสี่ยสมหมายมาโจมตีหมด เราต้องตั้งตัวใหม่ หาใหม่ สั่งให้เขาเอามาอีกคันหนึ่งจากเวียงจันทน์ เป็นรถสามคัน ของเราเรียกว่าอย่างน้อยต้องหนึ่งคัน ทางเสี่ยสมหมายสองคัน ตกลงเอาสามคันเอาไปเวียงจันทน์

เสี่ยสมหมายนี่เป็นนักใจบุญมากนะ เป็นคนใจบุญจริงๆ กว้างขวาง ถึงไหนถึงกันเลยไม่ใช่ธรรมดา นี่เราจะไปทอดกฐินบ้านแพงสองวัด เราเตรียมจะเอาข้าวไป ทางโน้นก็เอามาแล้ว มาถามว่าจะเอากี่พันข้าว ไม่ได้บอกว่ากี่สิบกี่ร้อยนะ จะเอากี่พัน โหย เอาอะไรนักหนาเราว่างั้น พูดไปพูดมาเราเลยบอกว่าให้เอาไปเพียง ๑,๕๐๐ โน่นทางโน้นก็จะไปตีเอา ทางนี้ก็ตีเอาทางเวียงจันทน์ เสี่ยสมหมาย เป็นโรงสีที่ใหญ่มาก แล้วมีนิสัยใจคอกว้างขวางมาก ยิ่งกับเราแล้วถึงไหนถึงกันเลย ต้องได้ตีเอาไว้ๆ ไม่งั้นพุ่งออกมาเลย  คิดดูซิอย่างไปเวียงจันทน์ ฟาดมารถสองคันรถสิบล้อ อย่างนั้นละ เราต้องได้สั่งอีกคันหนึ่ง เป็นของเราคันหนึ่ง แล้วรถของเสี่ยสมหมายตั้งสองคัน สู้เสี่ยสมหมายไม่ได้ ไปบ้านแพงเสี่ยสมหมายก็จะโจมตีเราอีกละ เป็นอย่างนั้นนะ ใจบุญมากที่สุด

โรงสีแกโรงใหญ่มากทีเดียว แกมาเมื่อวานซืนนี้มาเยี่ยม ๔ โมงเย็นกว่าๆ แกถึงมา มาวานนี้ค่ำ พวกเขาขายข้าวตั้งแต่โรงสีไปฟาดเป็นกิโลๆ รถบรรทุกข้าวไปขายโรงสีเป็นแถวยาวเหยียดเป็นกิโลๆ ฟังเอา เอาข้าวเข้าเรียบร้อยแล้วค่อยมา เพราะฉะนั้นจึงได้มาค่ำ คนขายข้าวแกก็เหมือนกัน อุดรไป หนองบัวลำภูยังไปที่ร้อยเอ็ด ที่เขามานี้เพราะเหตุไร ที่อื่นๆ โรงสีก็มีถมไป ทำไมเขาถึงไม่ไป ไปหาเรา ดูกองข้าวกองเท่าภูเขาจริงๆ ไม่ใช่ธรรมดา บอกว่าภูเขาได้เลยเขาเอามาขาย ทำไมเขาจึงมาขายเฉพาะเรา ที่อื่นมีอย่างนี้ไหม ไม่มี มีเฉพาะที่นี่ เพราะเหตุไร แกก็พูดถ่อมตนว่า ก็คงจะเป็นเพราะความซื่อสัตย์สุจริต

รถเข้ามานี้จะมีเบอร์เลข น้ำหนักเท่าไรพอผ่านมานี่ น้ำหนักของรถจะออก คือเจ้าของข้าวดูเองว่างั้นเถอะ ไม่มีคำว่าทุจริต ตายใจ เวลาขาเข้าดูปั๊บทางนี้น้ำหนักเท่านั้น จ่ายตามนั้น เวลาขาออกน้ำหนักเท่าไรออกจากนี้ไม่จ่าย เป็นอย่างนั้นนะตรงไปตรงมา คงจะเป็นเพราะนี้ละมัง เราก็ไม่มีอะไร เขาก็เลยตายใจกับเรา ด้วยเหตุนี้เองทางไหนเขาจึงมาขายที่นี่ แล้วเงินก็จ่ายเงินสด วันหนึ่งสิบล้าน สิบล้านกว่าแกบอก จ่ายเงินสดทั้งนั้น ที่อื่นมีเงินเชื่อเงินผ่อนเงินอะไรบ้างมันก็ไม่ทันใจเขา เขามาไกลแสนไกล ได้เงินผ่อนหรืออะไรเป็นลักษณะกู้ยืมก่อนไม่ได้เงินสด เขาก็ไม่อยากไป อันนี้ให้เงินสดทั้งนั้น วันหนึ่งอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าสิบล้าน เขามาขายข้าว ที่คนนับถือแก คือแกซื่อสัตย์ เป็นกันเองหมดทางไหนมา ว่าอย่างไรให้ตามนั้นๆ

นี่ละธรรมอยู่ที่ไหนเย็นนะ อย่างพวกลูกค้ามาขายข้าวให้เขานี้ ขายเท่าไรดูเลขเลย จะว่าใครโกงใครดูเอา เลขชั่งน้ำหนัก พอผ่านปุ๊บตัวเลขจะออกทันทีๆ เลย เวลาขากลับออกไปน้ำหนักเท่านั้น ขาเข้าน้ำหนักเท่านี้ บอกทั้งเข้าทั้งออกเลย แล้วก็จ่ายตามนั้นๆ เลย พูดถึงเรื่องความซื่อสัตย์ต่อลูกค้านี้ บอกว่าแกไม่มีเลยอย่างอื่น มีแต่ความตายใจต่อกัน เอาอันนี้เป็นเครื่องวัดเลยไม่ต้องมาถาม เพราะฉะนั้นคนถึงเข้ามามาก อย่างแกมาเมื่อวานซืนนี้รถมาขายข้าวยาวกว่ากิโลอยู่เป็นแถวข้างถนนใหญ่ แกจัดให้เขาเข้ามาเป็นระยะๆ แกเป็นคนซื่อสัตย์ เพราะฉะนั้นลูกค้าจึงมาก แล้วจ่ายก็จ่ายเงินสดด้วยไม่ให้ตกค้าง มาได้เงินสดกลับปุ๊บๆ ไม่มีเงินผ่อนเงินอะไร พวกลูกค้าทั้งหลายเขาก็ตายใจ เข้ามาเขาก็ได้เป็นความสุจริตไปด้วย เงินสดติดไปด้วย มันถึงมาก

นี่เราพูดถึงเรื่องความสุจริตต่อกัน ตายใจกันได้เลย คิดดูซิหนองบัวลำภูยังไป อุดรก็ไปนะไปนู้น ทางไหนๆ มา ทางอุบลก็มาที่นั่น เพราะฉะนั้นมันถึงมากข้าว กองเท่าภูเขาๆ กองข้าวเปลือก ไม่ใช่กองหนึ่งกองเดียว ไม่มีที่ก็เอาไปไว้ข้างนอก เป็นภูเขาอยู่ข้างนอก กองพะเนินอยู่นั้นข้าวโรงสีแก โรงสีแกวันหนึ่งสีได้ตั้งเท่าไรตัน แกบอกแล้วเราลืมเสีย โรงสีก็โรงสีใหญ่ ค้าขายใหญ่โตอยู่ละ คนนี้เรียกว่าถึงไหนถึงกัน

สำหรับกับเรานี้ได้ตบเอาไว้ตีเอาไว้ ไม่งั้นจะทุ่มเลยๆ บ้านแพงก็จะไปแล้วนะข้าว จะเอากี่พันบอกงั้นเลย โหย เอาอะไรกี่พันก็แพน เราก็เอาบ้างแหละ จะมาเอาคนเดียวได้เหรอเราก็หาบุญเหมือนกันนี่นะ แกว่าจะเอาสองพันหรือสามพันได้ทั้งนั้น รถจะมาเลย เราก็เลยว่า งั้นเอาสักพันห้า ถุงละ ๑๒ กิโล แกทำอย่างนั้นแหละ อันนี้ก็มาแล้วสองคันรถดูแล้วเต็ม ทางเวียงจันทน์รถสิบล้อมันก็เท่ากัน มันก็เต็มสองคันอย่างเดียวกัน ตกลงเราจะไม่ได้อะไร เลยเราต้องสั่งให้รถมาอีกเป็นสามคัน มันจะไม่ได้พวกน้ำปลา น้ำมันพืชอะไรๆ จะไม่ได้ ข้าวมันมาก แกเอามาเท่าไรร้อยก็ไปหมดนั่นแหละ วันที่ ๓ เขาจะมา

การทำบุญให้ทาน การเฉลี่ยน้ำใจต่อกัน เป็นความร่มเย็นเป็นสุขต่อกัน ธรรมพระพุทธเจ้าครอบหมดโลกธาตุ ไม่มีส่วนนั้นส่วนนี้ สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งนั้น ต้องอาศัยกัน ความหมายว่างั้น ที่ไหนมีบกพร่องขาดแคลนที่ไหนก็ต้องหนุนกันไปๆ จากนั้นแล้วน้ำใจเป็นของสำคัญที่จะมีต่อกันไม่มีสิ้นสุด วัตถุให้ไปหมดไปๆ แต่น้ำใจไม่หมด นี่สำคัญมาก

บ้านแพงทั้งสองวัดแกก็จะเอาหมดข้าว เราให้เอาไปเพียงพันห้า ไม่ให้มากกว่านั้นเราบอก ทางนี้เราก็จะขนไปของเราเหมือนกัน ของเราก็จะขนไปจากทางนี้ ทางโน้นก็ขนมาจะมาทับเราหมด เราเลยไม่ได้เรื่อง ใช้ไม่ได้ เราต้องเอาให้ได้ การทำบุญให้ทานไม่ไปไหนนะ เข้าหาเจ้าของหมด ที่ทำไปทั้งหมดไม่ตกเรี่ยเสียหายไปไหนเลย เข้ามาสู่ใจๆ บุญกุศลเป็นนามธรรม ติดกับใจซึ่งเป็นนามธรรมเหมือนกัน ไม่ว่าบาปว่าบุญทั้งสองอย่างนี้ติดตัวเอง สมบัติเงินทองข้าวของไม่ติด ตายแล้วทิ้งเกลื่อน ส่วนบุญกับบาปนี้ติดกับหัวใจ

ศาสดาองค์เอกพูดไม่มีสอง ถูกตามนั้นเลย ทรงเห็นหมดนั่นละ สัตว์นรกนี้พระองค์ทราบหมด สัตว์เหล่านี้ทำกรรมอะไรๆ แต่ละรายๆ จึงได้มาตกนรกอย่างนี้ๆ ทำกรรมอะไรๆ ไว้ พระองค์ย้อนปั๊บเดียวรู้หมด คอมพิวเตอร์ของพระพุทธเจ้าของธรรม ผิดกันกับคอมพิวเตอร์ของโลก เท่าไรรู้หมดๆ เลย คิดดูซิฝนตกตั้งกัปตั้งกัลป์นับเม็ดได้หมด เป็นคอมพิวเตอร์ของธรรม พระสารีบุตรกราบทูลท่านเรื่องความรู้ญาณของท่านมีความสามารถว่า ฝนตกเจ็ดวันเจ็ดคืน ท่านนับได้หมดทุกเม็ดเลย โอ๊ย อันนี้มันขี้ประติ๋วสารีบุตร อย่ามาพูดเลย เราตถาคตฝนตกเป็นกัปเป็นกัลป์เรานับได้หมดเลย ปั๊บลงหนึ่งเม็ดเป็นอัตโนมัติรู้ในตัวๆ เสร็จเลย ฝนตกตั้งกัปตั้งกัลป์เรานับได้หมดเลยทุกเม็ด นั่นฟังซิ จึงสมควรที่จะเป็นศาสดาของโลก ไม่ผิด ว่าอะไรปั๊บถูกต้องๆ คือศาสดาองค์เอกผู้สอนโลก

เราไม่เชื่อพระพุทธเจ้าเราจะเชื่อใคร เชื่อกิเลสบนหัวใจเรามันก็พาถลำตำไม้ไปทุกสิ่งทุกอย่าง ลงเหวลงบ่อลงนรกอเวจีมันลงได้ทั้งนั้นกิเลสหลอกสัตว์โลก ให้พากันจำเอา พระพุทธเจ้าไม่มีพระองค์ใดที่จะหลอกสัตว์โลก คำสัตย์คำจริงมีอยู่กับพระพุทธเจ้าทุกองค์ ไม่มีเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างไรเลย เป็นความถูกต้อง จึงเรียกว่า สวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว ไม่ว่าดีว่าชั่วชอบหมด อย่างสัตว์นรกที่ไปตกนรกนี้มีจำนวนเท่าไร นี่ก็เป็นคอมพิวเตอร์ของธรรมรู้ได้หมด สัตว์เหล่านี้มาตกนรกนี้เพราะทำกรรมอะไรๆ ถึงให้มาตกนรกอย่างนี้ ทรงทราบทั่วถึง ผู้ที่จะไปสวรรค์พรหมโลกก็เหมือนกัน เป็นคอมพิวเตอร์แบบเดียวกัน พระองค์ทรงทราบหมด ทำบุญทำกุศลอะไรๆ ไว้บ้างถึงต้องไปสวรรค์ชั้นนั้นๆ พระองค์ทรงทราบหมด

แล้วสามแดนโลกธาตุมีใครทราบ ศาสดาองค์เดียวเป็นผู้ทราบ แน่นอนตายตัวจึงเรียกว่า สวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว อันหนึ่งท่านบอกว่า เอกนามกึ หนึ่งไม่มีสอง คืออะไร คือพระพุทธเจ้าอุบัติครั้งละองค์เท่านั้น เพราะเป็นสิ่งที่อุบัติได้ยากมากที่สุด ในสามแดนโลกธาตุอะไรยาก คือพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาแต่ละพระองค์นี้ยากแสนยาก กว่าจะได้มาเป็นพระพุทธเจ้านี้หนึ่ง หนึ่งไม่มีสองคือพระพุทธเจ้าจะมาเป็นศาสดาสอนโลกได้ทีละองค์ ได้ทีละองค์เท่านั้นเพราะเกิดได้ยาก แล้ว เอกนามกึ อีก พระญาณหยั่งทราบ พระญาณหยั่งลงตรงไหนๆ ไม่มีอะไรค้านได้เลยถูกต้องแม่นยำๆ จึงเรียกว่า เอกนามกึ หนึ่งไม่มีสอง

พระวาจาที่รับสั่งอะไรออกมาก็หนึ่งไม่มีสองเหมือนกันตรงแน่วๆ เรียกว่า สวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบเพราะทรงทราบทุกสิ่งทุกอย่างไว้แล้วด้วยพระญาณ นั่นละต่างกันอย่างนี้ จึงสมควรที่จะเป็นศาสดาของโลกได้ ใครไม่มีวาสนาจะไม่ได้เกิดจะไม่ได้พบพุทธศาสนา เต็มโลกเต็มสงสารก็เป็นพวก ไอ.ซี.ยู. คอยจมๆ ทั้งนั้น ไม่ได้คอยขึ้นนะ ถ้าใครเชื่อพระพุทธเจ้านี่มีที่เกาะแล้วเกาะขึ้นได้เลย จึงว่าหายาก นี่เราก็เกิดมาพบพุทธศาสนาอย่าประมาทนะ อย่านอนหลับทับสิทธิ์ของตน สิทธิ์ของเรามีที่จะสร้างคุณงามความดีมากน้อยเพียงไรไม่มีใครมาห้ามมากั้นกางได้ เราทำได้เต็มสิทธิ์ของเรา เวลาบุญกุศลได้มาก็ไม่มีใครมาแย่งได้เลย เป็นสมบัติของเราแต่ผู้เดียวนั่น นี่ละที่ว่า เอกนามกึ พระญาณหยั่งทราบ คือไม่มีใครเลยพระพุทธเจ้า

ถ้าเราไม่เชื่อศาสดาองค์เอกนี้แล้วก็หมดหวังละ พวกประเภท ไอ.ซี.ยู. ไม่มีทางพ้นไม่มีทางรอด มีแต่ทางจะตาย นี่ก็มีแต่ทางจะจม ถ้าใครเชื่อกิเลสจมทั้งนั้นๆ ถ้าใครเชื่อธรรมฟื้นได้ๆ จนกระทั่งถึงวิมุตติหลุดพ้นไปได้ นี่เรียกว่าผู้เชื่อธรรม ให้จำเอานะ พระพุทธเจ้าอุบัติได้ทีละองค์ๆ นี้ก็เป็นศาสนธรรมแทนพระองค์ ท่านก็บอกไว้แล้ว บอกว่าธรรมทั้งหลายนี้แลจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายแทนเราตถาคต เมื่อเราผ่านไปแล้วก็นี้คือศาสดา ใครปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่ากับตามเสด็จพระพุทธเจ้าตลอดเวลา ใครออกนอกลู่นอกทางก็แยกทางที่จะจมทั้งนั้นๆ ให้พากันจำเอานะ เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้ละไม่พูดมาก มันมากพอแล้ว

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก