อย่าลืมตัวเกินไป
วันที่ 28 มีนาคม 2549 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

อย่าลืมตัวเกินไป

ก่อนจังหัน

พระเราสำหรับวัดป่าบ้านตาดนี้ไม่ให้มีงานอะไรตลอดมานะ ให้มีแต่งานทำความพากเพียรชำระกิเลสด้วยจิตตภาวนาเท่านั้น งานอื่นไม่ให้มีสำหรับวัดนี้เรารักเราสงวนทางด้านจิตตภาวนาเป็นสำคัญมากกว่างานอื่นใด เพราะฉะนั้นใครจึงเพ่นๆ พ่านๆ ไม่ได้ ทางด้านจิตตภาวนาชำระตัวเหตุอันใหญ่หลวงอยู่ที่ใจนะ เหตุอันใหญ่หลวงที่โลกร้อนเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ที่ใจ กิเลสเป็นไฟเผาโลกอยู่ที่ใจ ระเบิดออกมานี้กระจายทั่วโลกดินแดน มีแต่ฟืนแต่ไฟเผาโลกเท่านั้น จะให้ความร่มเย็นแก่โลกไม่มี เพราะไม่มีธรรม

ธรรมเป็นเครื่องให้ความร่มเย็นแก่โลก หรือธรรมเป็นน้ำดับไฟจะไม่มีในโลกแล้ว ต่างคนต่างดีดต่างดิ้นไปตามกิเลสตัณหาเสียทั้งหมด เป็นยังไงมนุษย์เรามันโง่หรือมันฉลาดเวลานี้น่ะ มันกำลังจะเป็นบ้ากันทั้งโลกทั้งสงสาร อย่าว่าเป็นเฉพาะเมืองไทยเราเลย เอาธรรมจับเราสลดสังเวชนะ พวกนี้พวกเป็นบ้ากันทั้งโลกเลย มันไม่มีศีลมีธรรมพอเข้าไปพิจารณาคัดเลือกสิ่งดีชั่วทั้งหลาย มีแต่จะเอาๆ อะไรให้ได้อย่างใจ ผิดขนาดไหนก็ตามขอให้ได้อย่างใจๆ นี่คือกิเลส ไฟเผาโลกตรงนี้เอง ดูไม่ได้เลย

สำหรับที่นี่เราก็สอนเสมอเรื่องภาวนา เน้นหนักมากทีเดียว ภาวนาค้นดูต้นเหตุตัวเป็นฟืนเป็นไฟและเป็นน้ำดับไฟอยู่ที่ใจดวงเดียวกัน คือธรรมกับกิเลสอยู่ที่ใจ คุ้ยเขี่ยขุดค้นเข้าไปตรงนั้นจะเจอทั้งโทษจะเจอทั้งคุณ คัดเลือกได้ ผาสุกร่มเย็น นี่เพ่นพ่านๆ พระก็เพ่นพ่านแบบพระ ฆราวาสก็เพ่นพ่านแบบฆราวาส เขาแบบเขา เราแบบเรา มีแต่แบบฟืนแบบไฟแบบเพ่นพ่านหูหนวกตาบอดชนนั้นชนนี้ ตามีมันไม่ดู สติปัญญาตามอรรถตามธรรมมีมันไม่เอามาคิด มันเอาแต่สติปัญญาของกิเลสซึ่งเป็นไฟเผาโลกมาเผาอยู่ตลอดเวลาหาความสุขไม่ได้เลย

เป็นยังไงธรรมพระพุทธเจ้าประกาศกังวานมาเฉพาะองค์ปัจจุบันนี้ ๒๕๐๐ กว่าปี เป็นยังไงใครได้พอเป็นมรดกมาเป็นที่ฝากเป็นฝากตายได้ไหมธรรมพระพุทธเจ้า ธรรมที่เลิศเลอ มันเลิศเลอตั้งแต่กิเลสตัวจอมปลอมตัวฟืนตัวไฟนั้นเหรอ ทำไมจึงเสกสรรกันเอานักหนา เรื่องกิเลสตัวเป็นฟืนเป็นไฟนี้ชอบนักชอบหนา ไม่มีใครจะชอบอรรถชอบธรรมชอบแต่กิเลส จึงมีแต่ฟืนแต่ไฟเผาโลก ไปที่ไหนไปซิน่ะเอาความสุขมาอวดกันสักหน่อย กิเลสหาความสุขกับธรรมหาความสุข เอามาอวดกันสักหน่อย

นี้ยกขึ้นเลยเดี๋ยวนี้ หลวงตาบัวกำลังเทศน์อยู่เวลานี้ จ้าอยู่ในหัวใจนี่ เราคุ้ยเขี่ยขุดค้นหาธรรมตามทางของศาสดาที่สอนไว้เจอโดยลำดับลำดา จนกระทั่งเจอเป็นที่พอใจ หัวใจจ้าอยู่นี้มองดูโลกมองดูจนจะดูไม่ได้ว่าไง เราเกิดในท่ามกลางแห่งมนุษย์ทั่วโลกดินแดนไม่เคยเป็นแต่ก่อน เวลาเป็นแล้วมันสลดสังเวชนะ ท่านทั้งหลายเห็นธรรมเป็นยังไง มีแต่เรื่องของกิเลสมันเผาโลกเวลานี้ ดิ้นดีดแหม สลดสังเวชนะ เราเป็นหูหนวกตาบอดไป นี่ละเวลาสอน ให้พากันคิดอ่านบ้าง อย่าเป็นบ้ากันทั้งโลกทั้งสงสาร

เฉพาะเมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธนี้ละ มันเมืองเปรตเมืองผีเมืองยักษ์เมืองมาร กัดฉีกกินกันกลืนกัน รีดไถกัน คดโกง อู๊ย ทุกแบบทุกฉบับ มีแต่กิเลสเอามาเหยียบย่ำทำลายกัน ธรรมไม่มี มันน่าสลดสังเวชนะ ถ้าว่าวัดก็วัดที่ไหนจะมากยิ่งกว่าวัดในประเทศไทย ที่ไหนๆ เต็มไปด้วยวัดด้วยวา เต็มไปด้วยพระเณร มีใครตั้งใจประพฤติปฏิบัติเป็นเครื่องดัดกายวาจาใจของตนให้เกิดความชุ่มเย็นขึ้นมา แล้วประกาศธรรมสอนโลกให้มีความร่มเย็นนี้มีที่ไหนบ้างล่ะ พิจารณาซิ มีก็สักแต่ว่ามีไม่สนใจในความมีของตน คือวัดวาอาวาส คืออรรถคือธรรมมันไม่สนใจ มันสนใจตั้งแต่กิเลสตัณหา

อยู่ในบ้านหันหน้าออกข้างนอกๆ หันหน้าออกไปเพื่อกิเลสตัณหา อยู่ในบ้านก็เหมือนว่าอยู่ในวัดในวาในศีลในธรรม มันไม่อยู่ในธรรมนะ ตามันมองออกไปข้างนอก จิตคิดไปข้างนอกไม่ได้อยู่ในวงวัดวงวาวงศีลวงธรรม วงพระวงเณร วงพุทธบริษัทอะไร มันคิดออกไปแต่ข้างนอก ยุ่งแต่ข้างนอก ขนแต่ฟืนแต่ไฟเข้ามาเผาตลอดเวลา ขอให้พากันคิดบ้างนะ โธ่ น่าทุเรศจริงๆ เมืองไทยเรานี้เป็นเมืองพุทธโดยแท้ทำไมถึงเลวร้ายเอานักหนานับตั้งแต่หัวหน้ามา หัวหน้าใหญ่ๆ มา มีตั้งแต่พวกเปรตพวกผีพวกยักษ์พวกมาร ไม่มีธรรมปรากฏในใจนิดหนึ่งเลย แล้วนี่ละเป็นผู้ครองอำนาจที่จะเหยียบย่ำทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของตนให้ล่มจม คือพวกที่ว่าเก่งๆ นี่ละ เก่งเป็นฟืนเป็นไฟนี่

นี่ละความเก่งด้วยความไม่มีธรรมมันจะจมนะ พวกที่เก่งๆ นั่นละมันจะจม ผู้ที่ไม่เก่งรู้เหตุรู้ผลปฏิบัติตามอรรถตามธรรมไม่จม บอกตรงๆ เลยไม่จม ไอ้พวกที่เก่งๆ ออกหน้าออกตาอยู่เวลานี้กำลังแย่งชิง ชิงดีชิงเด่น ชิงดีชิงเด่นอะไรชิงมูตรชิงคูถ ชิงฟืนชิงไฟเผากันอยู่เวลานี้ มันเอาดีเอาเด่นที่ไหนมาชิงกันไม่มี มันมีแต่ความชั่วช้าลามกเต็มบ้านเต็มเมืองเวลานี้ มองไปที่ไหนดูไม่ได้นะ เอาธรรมจับ ไม่งั้นศาสดาจะเป็นศาสดาองค์เอกได้หรือมองโลกไม่ทั่วถึง ศาสดาองค์เอก โลกวิทู มองทั่วถึงหมดนั่นเองมาสอนโลก ขอให้เราทั้งหลายตั้งใจประพฤติปฏิบัติ

ให้มีขอบมีเขต มาในวัดในวาก็เหมือนกัน อย่ามาเพ่นๆ พ่านๆ มันดูไม่ได้นะ เราเคยดุเสมอดุพระ เราดุเราดุด้วยความเป็นธรรม ไม่มีกิเลสแฝงแม้เม็ดหินเม็ดทราย เข้ามาเพ่นๆ พ่านๆ ตอนเย็นเสียด้วย ตอนกลางวี่กลางวันเราก็ไม่สนใจละ มันหากเป็นอยู่อย่างนั้นวัดนี้เพ่นๆ พ่านๆ  ผู้มาดีก็มี ผู้มาตามภาษีภาษาละมากที่สุดเลย ค่ำแล้วยังมาเพ่นๆ พ่านๆ พอดีเรามักจะออกมาตอนค่ำ คือออกมาจะมาดูนั้นดูนี้ ตอนกลางวันมาไม่ได้ ต้องออกมาตอนค่ำ หรืออย่างหนึ่งแต่เช้าๆ ออกเลย ตอนค่ำเราออกมาดูนี่เพ่นๆ พ่านๆ มาก็ถามละซิ นี่มาอะไรกัน ถามจะพูดว่าไล่เบี้ยก็ไม่ผิด ธรรมไล่เบี้ยกิเลสจะว่าไง มาเซ่อๆ ซ่าๆ ออกไปเดี๋ยวนี้ ไล่เลย เอาจริงๆ เรา

เราไม่เห็นสิ่งใดเลิศยิ่งกว่าธรรม ใครอย่าเอาเงินเอาทองสมบัติต่างๆ ที่โลกกิเลสมันยกมันยอว่าดีนั้นมาอวดธรรมนะ เขี่ยลงทะเลหมด สำหรับหลวงตาบัวนี้ไม่สนใจอะไรยิ่งกว่าธรรม ธรรมนี่เทิดทูนที่สุด ความสุขความเจริญเต็มอยู่ในหัวใจเพราะธรรม ไม่ใช่เพราะสิ่งเหล่านั้น สิ่งเหล่านั้นมันเป็นดาบสองคม พาดีก็ได้ พาชั่วก็ได้ พาเจ้าของฉิบหายก็ได้ แต่ธรรมไม่มี   .เราเทิดทูนนี้ต่างหาก  เพราะฉะนั้นเวลาใครมาผิดเวล่ำเวลาจึงไล่เลยจริงๆ เอาจริงๆ เรา ไม่มีหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะหน้าเหล่านี้หน้ากราบธรรมทั้งนั้น ธรรมเหนือโลกแล้ว นี้สอนโลกให้ได้สติสตัง

เขียนไว้ที่หน้าวัดก็เขียน “ที่นี่เป็นวัดเป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนาเพื่อความสงบใจ ไม่มีกิจจำเป็นไม่ควรมาเที่ยวเพ่นพ่าน” เราสั่งให้เขียนเองทีเดียว เราเป็นคนสั่งให้เขียน ไม่อายบ้างเหรอเราว่างั้น อย่าเอาอะไรมาอวดวัดนะ ไม่มีอะไรเลิศยิ่งกว่าวัดยิ่งกว่าธรรม อย่าเอามาอวดนะ ถ้าเอาสิ่งนั้นมาอวด เขี่ยลงทะเล อย่าเข้ามาในวัดนี้ เราไม่ได้มุ่งสิ่งเหล่านี้ เกิดมาในท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ก็เป็นฟืนไฟเผากันทั่วโลกเหมือนกันหมด ไม่เห็นมีอะไรวิเศษวิโสยิ่งกว่าธรรมที่มีในใจ ปฏิบัติธรรมเย็นไปหมดเลย เราจึงได้เอาอันนี้มาประกาศสอนโลก พากันจดกันจำ

ให้มีขอบมีเขตมีเหตุมีผลบ้างซิ เมืองไทยเรานี้เมืองไม่มีขื่อมีแป เมืองฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เป็นบ้ากันทั้งโลก นี่ละมันจะเอาให้เป็นมรดกอันเลวร้ายยัดใส่ลูกใส่หลาน แล้วก็วิ่งตามพ่อตามแม่ไม่มีคำว่ารู้จักประมาณ อะไรๆ มาคว้ามับๆ เมืองไทยเป็นเมืองฟุ้งเฟ้อ เมืองนอกเขาไม่ได้โยนขี้เข้ามาในเมืองไทยให้คว้ามับลองดู เป็นขี้หมูขี้หมาขี้เป็ดขี้ไก่อะไร มันคว้าเก่งนักเมืองไทยเรานี้ โยนขี้หมูขี้หมาจากเมืองนอกนะ เมืองไทยเราอย่าโยนมา เอาเมืองนอกมาโยนเพราะมันเป็นบ้าเมืองนอกพวกนี้น่ะ อะไรเป็นของเมืองนอกดีหมดๆ ลืมเมืองในลืมตัวของเรา

เราอยู่เมืองในก็เราไม่ได้อยู่ในตุ่มในไห เราก็อยู่ในบ้านในเรือนเหมือนกันกับเขา มันเป็นบ้าอะไรนักหนา ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วคำว่าฟื้นตัวไม่มี มีแต่วิ่งตามเขาๆ ละ ธรรมจับให้มันชัดเจนหมดซิ แยกส่วนแบกส่วนอันไหนที่เราไม่สามารถยอมรับๆ สิ่งที่เราสามารถเราทำของเรา ให้เป็นคู่แข่งกันไปในตัว เป็นเนื้อเป็นหนังในตัวของเราบ้างซิ ไอ้นี้มาอะไรหมอบราบๆ มีแต่คนหมอบราบ เมืองไทยเมืองหมอบราบ อะไรมาดีหมดถ้าเป็นของเมืองนอก ของเจ้าของเองไม่เป็นหน้าเป็นหลัง เราคนไทยด้วยกัน สินค้าสินขายเต็มบ้านเต็มเมือง ถ้าไม่ใช่ของเมืองนอกมันไม่เอานะ ถ้าของเมืองนอกคว้ามับ ลิงร้อยตัวสู้ไม่ได้ มันสำคัญอย่างนี้นะ ลืมตัว ให้พากันฟิตตัว อย่าลืมตัวจนเกินไป มันเป็นบ้าเอาเสียจริงๆ โอ๋ย น่าทุเรศนะ เอาละให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก