เรามองคนผิดจริงๆ
วันที่ 18 กรกฎาคม. 2549 เวลา 8:15 น. ความยาว 45.2 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

เรามองคนผิดจริงๆ

         วันนี้ท่านเจ้าคุณวัดโพธิฯ จะพาลูกศิษย์ลูกหาทั้งฝ่ายพระและฆราวาสมาทำวัตรทำวาสัมมาคารวะตามประเพณีวันนี้ตอนบ่ายโมง ที่ศาลาใหญ่ คนทั้งพระทั้งเณรทั้งประชาชนคงจะมาก ท่านเคยทำมานานแล้ว ตั้งแต่เรามาสร้างวัดนี่ทีแรก ท่านก็พาลูกศิษย์ลูกหามาคารวะ ฟังอรรถฟังธรรมตลอดมา นานพอระลึกได้ก็คือตั้งแต่หลวงพ่อบัวยังไม่เสียมั้ง เราไปหนองแซง วันนั้นเป็นวันเช่นนี้ละ เป็นวันที่ท่านจะพาลูกศิษย์ลูกหามาฟังธรรม เราลืมสนิท เลยไปหนองแซง

จนกระทั่งจะถึงบ่ายโมงถึงระลึกได้อยู่ที่หนองแซง หลวงพ่อบัว โอ๊ย ตาย ขึ้นทันทีเลยเราก็ดี วันนี้คณะท่านเจ้าคุณพร้อมลูกศิษย์ลูกหาทั้งประชาชนและพระเณรจะเข้าวัดป่าบ้านตาดมาคารวะที่นั่น นี่กำลังเต็มอยู่นั้นเลยเดี๋ยวนี้ แล้วจะทำยังไงหนองแซงกับนี้ ตกลงก็เลยผ่าน วันหลังจึงไปขอขมาท่านเรา ลืมสนิทเลยนะ พอดีบ่ายโมงระลึกได้อยู่ที่หนองแซง ตายทันทีเลยเรา อย่างนั้นละความจำ ดูว่าตั้งแต่หลวงพ่อบัวยังมีชีวิตอยู่ ไปเยี่ยมหลวงพ่อบัว ท่านมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นละ มาเป็นประจำๆ

ท่านกับเรามีความสนิทสนมกันมาตั้งแต่เป็นมหาเปรียญ ท่านเป็นมหาเราก็เป็นมหา จากนั้นท่านก็เลื่อนเป็นเจ้าคณะจังหวัด ทีแรกท่านไปอยู่วัดบวรฯ จากนั้นก็ไปทางสมุทรสงคราม จากสมุทรสงครามก็มาอยู่ที่วัดโพธิฯ เป็นเจ้าคณะจังหวัดตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งป่านนี้ สนิทสนมกันมาก ท่านเกี่ยวข้องกับวัดนี้มาตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ตอนนั้นท่านเจ้าคุณอุปัชฌาย์เรายังมีชีวิตอยู่ เราเข้าออกวัดโพธิฯ นี้เหมือนไปจ่ายตลาด ท่านเจ้าคุณอุปัชฌาย์แต่ก่อนท่านให้พระมารับ เราอย่างว่าละมีทางออกก็ออก ทีนี้เลยท่านมาเอง เราว่าไม่สบาย ท่านว่าไม่สบายก็ไป ขึ้นรถไปนี้เดี๋ยวก็หายเอง

ไปก็ไม่ใช่อะไร เอาไปเทศน์ทั้งนั้น ท่านลงใจ อุปัชฌาย์ลงใจกับสัทธิงวิหาริกคือเรา ท่านบวชให้ เอะอะให้เราไปเทศน์ งานซ่อมโบสถ์ที่เพิ่มขึ้นเป็น ๓ ชั้นข้างบน ไปยืมเงินจากมหามกุฏฯมา ทีนี้ลูกศิษย์ลูกหาเห็นท่านติดหนี้ เลยจังหวัดนั้นก็มาจังหวัดนี้ก็มา จังหวัดไหนมาก็ต้องเป็นเราละไปเทศน์ ท่านมาเองนะ คือท่านเคยเห็นแล้ว เราหลบเราบอกไม่สบาย ท่านเลยมาเอง สบายหรือไม่สบายขึ้นรถไปเลย ตั้งแต่นั้นมางานไหนก็ต้องเราเป็นคนเทศน์ ท่านมาเอาไปเทศน์เลย

รู้สึกว่าท่านเมตตามากกับเราท่านเจ้าคุณอุปัชฌาย์ เมตตามากจริงๆ เหมือนหนึ่งว่าจะไม่ให้เราออกจากเขตอุดร คิดดูเราหลีกตัวเพราะหมู่เพื่อนยุ่งลำบากรำคาญ เราหลบหนีไปคนเดียว นู่นมาจากสกลนครจะหลบหลีกตัวละ ก็เคยอย่างนั้นมันไม่สบาย เพื่อนฝูงยุ่งตลอดเวลา ตั้งแต่พ่อแม่ครูจารย์ยังมีชีวิตอยู่ เราก็ไม่สนใจกับพระกับเณรองค์ไหน คิดอย่างเดียวว่าพระเณรคงไม่สนใจอะไรกับเรา เราก็ไม่สนใจกับพระเณรอยู่แล้ว พอหลวงปู่มั่นมรณภาพพรึบเลยนี่ซิ ท่านมองดูเราอยู่ตั้งแต่เมื่อไร ตั้งแต่นั้นมาหนักมาก เลยหาอุบาย ไปอยู่ห้วยทรายก็หาอุบายจากนู้นละมา ว่าจะไปเยี่ยมโยมแม่ ใครจะรุมมาก็ไม่ได้ ก็ไปเยี่ยมโยมแม่หาความสงัดได้ที่ไหน หลีกมาอยู่นี้สองคืน แล้วตีตั๋วออกไปขอนแก่นเข้าภูเวียง ไปผู้เดียวคนเดียว

แล้วก็ไปเจอแม่ทิพย์ เราอยากตีปากเอาเดี๋ยวนี้ แม่ทิพย์อุดรฯ เราเรียกพี่ทิพย์ เกิดปีเดียวกัน ก่อนเรานิดหน่อย เราเลยเรียกพี่ทิพย์ ท่านอาจารย์ไปไหน จะตีปากเอานะว่างี้เลย แล้วกันละที่นี่ คือยังไงต้องทราบถึงท่านเจ้าคุณ ท่านจะมีอะไรๆ ติดตามละ ไม่นานจริงๆ เราเข้าไปอยู่อำเภอภูเวียงคนเดียว ให้เขาทำร้านเล็กๆ ให้ ภาวนาอยู่สบายๆ ไม่กี่วันแหละให้คนไปตามเลย ว่าท่านเจ้าคุณให้มาตามท่านมีธุระด่วน ดูซิน่ะ ธุระท่านด่วน โอ๋ย แล้วกันเราคิดไว้ไม่ผิดแหละ

จะว่ายังไงอุปัชฌาย์กับสัทธิงวิหาริก เราก็จำเป็นต้องมา บัว ให้มานั่นคือทราบว่าเธอเจ็บหลัง จะพาไปตรวจหลังที่กรุงเทพ พอเป็นพิธีอย่างนั้นละ ต้องได้กลับมาไปไหนไม่ได้ รู้สึกว่าท่านเกาะเกี่ยวเมตตามากทีเดียว ที่ท่านยืมเงินมหามกุฏมานั้นก็ ที่ไหนจังหวัดไหนๆ เราทั้งนั้นเทศน์ ท่านมาเอาไปเทศน์ๆ แต่ก็ดีอย่างหนึ่งเวลาเทศน์นั้นก็เขาถวายบูชากัณฑ์เทศน์เท่าไรก็ทุ่มลงๆ ได้เยอะนะเทศน์แต่ละครั้งๆ จนกระทั่งโบสถ์เรียบร้อยไปอย่างง่ายดายทีเดียว ท่านมาเอาไปเทศน์เรื่อย เดี๋ยวจังหวัดนั้นมา เดี๋ยวจังหวัดนี้มา จังหวัดไหนมาก็เอาเราไปเทศน์ๆ

ปรกติวัดโพธิฯ เรากตัญญูต่อท่าน มันเป็นอยู่ในหัวใจนี่ อะไรก็ตามถ้าอยู่ในวงวัดโพธิฯแล้วไม่แตะ เขาถวายของอะไรๆ เราถวายท่านหมด จนกระทั่งท่านว่า อ้าว แล้วเธอจะใช้อะไร อู๋ย มีถมไป เราว่าอย่างนั้น มีอะไรก็ตามถวายหมด แม้ที่สุดไปในงานศพเทศน์อย่างนี้ เขาถวายกัณฑ์เทศน์อะไรมอบถวายท่านหมดเลย เราไม่เอาไม่เคยแตะนะ เข้าวัดโพธิฯ มากน้อยเท่าไรทุ่มใส่วัดโพธิฯหมดเลย น่นละเรื่องราวมัน ท่านเจ้าคุณท่านลงใจมากการเทศนาว่าการ

ท่านยังพูดให้เราฟัง จะเป็นการอวดหรือไม่อวดก็พูดตามความจริงของท่าน วันนั้นเธอไปไหนน้า เขามีงานที่วัดศรีเทพ นครพนม ท่านเจ้าคุณท่านนิมนต์ครูบาอาจารย์ทั้งหลายไป ท่านอาจารย์ฝั้นก็ไปใครก็ไปเทศน์ พอเห็นหน้าเรา โห น่าโมโหว่ะบัว ฟังเทศน์องค์นั้นว่างั้นเลย เราโมโหคิดอยากเทศน์เมื่อไรก็เทศน์ คิดไม่อยากเทศน์ก็นิ่งเฉยสบายไปเลยตามนิสัยของท่านว่างั้นเถอะ มันโมโห คิดถึงเธอนะบัว ถ้าเธอเทศน์แล้วเรากำหนดใจปั๊บปล่อยเลยเทียว กล่อมใจให้สงบทุกครั้งๆ อันนี้แล้วแต่อยากเทศน์เมื่อไรอยากไปเมื่อไร เราโมโห คิดถึงเธอ อย่างนั้นท่านก็ว่านะ ก็ว่าเป็นกันเอง เป็นอย่างนั้นละ วัดโพธิฯนี้มีแต่เราทั้งนั้นไปเทศน์ งานโบสถ์จนเสร็จ จังหวัดไหนๆ เราทั้งนั้นไปเทศน์ให้ เทศน์แล้วก็มอบเลยๆ เขามาทอดผ้าป่าอะไรๆ ที่เขาถวายกัณฑ์เทศน์เราก็รวมปุ๊บๆ ได้มาก มันก็รวดเร็ว

ท่านรักกรรมฐานมากเจ้าคุณธรรมเจดีย์ ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น เรียนหนังสืออยู่ที่วัดเทพฯตั้งแต่เป็นเณร ดูเหมือนท่านอาจารย์มั่นฝากที่วัดเทพฯ เท่าที่ทราบ แต่ยังไม่ยืนยัน ว่าเณรจูมต่อไปมันจะเป็นผู้ใหญ่ ดูหูมันกางๆ เอาไปเรียนหนังสือเสีย ต่อไปมันจะเป็นผู้ใหญ่ ดูหูมันกางๆ ว่างั้น เราก็ไม่ลืม แล้วฝากท่านไปเรียนหนังสือที่วัดเทพฯ ออกมาท่านถึงได้เคารพท่านอาจารย์มั่นมากทีเดียว

นี่พูดเกี่ยวกับเรื่องที่จะไปเทศน์วันนี้ตอนบ่าย คนจะมามาก ท่านเจ้าคุณนี้ท่านมาจากกรุงเทพฯก็มาอยู่ที่วัดโพธิสมภรณ์ เป็นเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค เดี๋ยวนี้ท่านก็ลาหมดแล้ว ท่านเคยมานี้เป็นประจำ อันนี้สนิทกันมากแต่ไหนแต่ไรมา วัดโพธิฯถ้าหากมีความจำเป็นท่านจะไม่ไปไหน ท่านปุ๊บ เราคิดโมโหอยากถามนะ ท่านหาอุบายพูด ถ้าท่านจำเป็นมาหาเราละ โอ้ เมื่อคืนนี้เดินจงกรมเลยไม่เป็นจงกรม มันเป็นอารมณ์ตั้งแต่เงินอันนั้นๆ ภาวนาก็เลยไม่ได้เป็นท่าเป็นทางอะไร เราอยากถามว่าเคยเดินจงกรมเหรอเคยภาวนาเหรอ หาทางออกดีนึกในใจนะ แต่ไม่เคยตอบไม่เคยว่า แล้วอยู่ไม่ได้ต้องมา

คือมาจะมาขอเงิน มาทีไรได้ทีนั้นมาหาเรา พอว่าอะไร เท่าไร เท่านั้น ให้เลยๆ อย่างครั้งสุดท้ายนี้ก็ปลูกกุฎิอะไรที่วัดโพธิฯ มหาปานเจ้าคณะภาคนั่นละ ปลูกยังไม่เสร็จดีท่านตายปัจจุบัน แล้วภาระก็มาอยู่กับท่านเจ้าคุณนี้ นี่ละที่ว่าท่านภาวนาไม่เป็นท่า ภาวนามีแต่ความกังวล นั่งภาวนาก็ไม่เป็นท่า เดินจงกรมไม่เป็นท่า คิดแต่เงินนี้ท่านว่า เราก็อยากถามว่า เคยเดินจงกรมเหรอ แล้วเคยนั่งภาวนาเหรอ หรือนั่งเอาตอนนั้น นั่งภาวนาเพื่อจะมาเอาเงินนี้ ว่าเท่าไรให้เลย คราวนี้ดูเหมือน ๙ ล้าน ที่ว่าท่านนั่งภาวนาไม่เป็นท่าเลย วุ่นใหญ่ เดินจงกรมก็เดินวกเดินวน ท่านหาอุบายว่า ก็ได้อย่างนั้นละมาทีไร

วัดโพธิฯนี่เราช่วยไม่ใช่น้อยๆ นะ อู๊ย ไม่ทราบว่ากี่ล้าน สนิทสนมกันมาแต่ไหนแต่ไรแหละ วันนี้ท่านจะพาคณะลูกศิษย์ลูกหามา ที่ศาลาใหญ่จะแน่นละ วันนี้คิดว่าจะแน่น พระเณรก็มาก ประชาชนก็จะมาก ดีไม่ดีคณะกรรมฐานอาจจะมาก็ได้มาที่วัดนี้วันนี้ ทีนี้รวมแล้วก็มาอยู่กับเราหมด ก็เราเป็นผู้เทศน์ มาทีไรก็เป็นเราทั้งนั้นละเทศน์ เทศน์อบรมพระเณรให้ได้สติสตังบ้างอะไรบ้าง เกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วๆ ไปทุกปี แรม ๘ ค่ำละมา นี่ก็แรม ๘ ค่ำวันนี้ ท่านจะมาเป็นประจำทุกปีๆ นิสัยท่านอ่อนนิ่ม ท่านว่าให้ใครไม่เป็น มีแต่เราละโจมตีท่านเรื่อย โจมตีเรื่อย ท่านไม่ว่าอะไรละ เราเป็นฝ่ายบุกท่านโจมตีท่าน ท่านรู้นิสัยท่านก็ไม่สนใจกับเรา ต้องการอะไรมาขออยู่อย่างนั้นละ เป็นอย่างนั้นนิสัยท่านกับเราสนิทกันมา โอ๋ย ตั้งแต่ต่างคนต่างเป็นมหาอยู่นู่นจนป่านนี้ วันนี้ก็จะมาเต็มศาลาละ

เมื่อวานนี้ใครมาพูดให้ฟัง เราทราบไม่ชัด มีอะไรข้องใจข้องอย่างสะเทือนใจนะเมื่อวานนี้ เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย สะเทือนใจเรามากอยู่ เราอยากได้เรื่องราวชัดเจนมาทีเดียวเราจะแฉให้หมดเลย เพราะธรรมไม่เหมือนโลก ไม่มีคำว่าโมกโขโลกนะ ลูบหน้าปะจมูกเราไม่มี อะไรเป็นธรรมเราจะออกให้เป็นธรรมๆ เมื่อวานนี้เรื่องราวมากระเทือนถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วยนะ กับทางบ้านเมืองเขาทางนายกรัฐมนตรีมีอะไร

คือความจำมันจำไม่ได้ ถ้าจดมาให้เราหรือมาพูดสดๆ ร้อนๆ ให้เราฟังแล้วเราขึ้นเดี๋ยวนั้นแล้วเหมาะนะ แต่นี้มันจำไม่ได้ จำได้แต่ข้อใหญ่ใจความที่ทำให้กระเทือนใจก็คือว่า ดูว่านายกฯจะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเซ็นดูว่างั้นนะ ถ้าไม่เซ็นแล้วจะแฉอะไรๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันนี้ละกระเทือนใจมาก ที่ว่าจะมาแฉอะไรเรื่องไม่ดีไม่งามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่างั้นนะ จะให้ท่านเซ็นถ้าท่านไม่เซ็นจะทำอย่างนั้น

บอกว่าคนทั้งประเทศไทยนี้จะรับหมด ให้มาตำหนิหรือจะมาแฉเรื่องราวไม่ดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คนไทยทั้งประเทศจะรับเอาหมด ใครๆ ในโลกนี้จะหาเหมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา มาแฉท่านหาอะไร ถ้าไม่ใช่มาแฉด้วยความเป็นมหาโจรทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เท่านั้นเรามองหาไม่เห็น แฉเรื่องอะไร เราอยากว่างั้นนะ ว่าให้พระองค์เซ็น ไม่ให้เซ็น เรานี้ก็จะบิณฑบาตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ให้เซ็น เมืองไทยทั้งประเทศจะเป็นผู้รับรองความผิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งหมด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านมีอะไร มาหาเรื่องอะไรใส่ท่าน ตัวเองกำลังเอาไฟเผาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่นี้ทำไมไม่แฉตัวเองบ้าง ตามที่เราทราบมา ทักษิณ ชินวัตร นายกนี่ละเป็นต้นเหตุมาอย่างนี้ จะเป็นความจริงแค่ไหนก็ตามเราได้ยินมาอย่างนี้เราก็พูดตามนี้ มันสมบัติอะไรนายกทักษิณ มันกำลังจะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่เวลานี้ มันจะเผาชาติทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่เวลานี้ แล้วมันจะมาแฉอะไรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าให้เซ็นๆ คนทั้งประเทศนี้ไม่ยอมรับ บอกว่าไม่ให้เซ็น ผิดถูกคนทั้งประเทศจะรับเอาหมด เรื่องของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเทิดทูนบนหัวใจทีเดียว ถ้าจะแฉก็แฉที่เขาว่านายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ให้แฉตรงนี้ถ้าแฉ กำลังจะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่เวลานี้ บีบบี้สีไฟทุกแบบทุกฉบับ มันเป็นบ้าลาภบ้ายศบ้าอำนาจเดี๋ยวนี้เราได้ฟัง จะเป็นใครไป นายกทักษิณก็เป็นลูกศิษย์หลวงตาบัว เราอุ้มขึ้นเพื่อจะให้ยกบ้านเมืองของเรา ซึ่งเวลานั้นกำลังจะล่มจะจม

เราก็มองหาใครไม่เห็น เราจึงบอกว่าเราดูคนผิดไปว่างี้เลย เรายอมรับว่าเราดูคนผิด เพราะเราดูฐานะการเงินการทอง ปี ๒๕๔๐ นั้นแหละ ชาติไทยเรากำลังจะล่มจมเพราะรัฐบาลทำลาย ทำลายมาเป็นลำดับ ตอนนั้นจะทำลายอย่างหนัก นี้ก็พอดีเป็นจังหวะที่จะตั้งนายกใหม่ เราก็ไม่มองเห็นใคร เราไม่ได้เข้ามองดูหัวใจ มองดูการเงินการทองฐานะทุกอย่างว่าคุณทักษิณ ชินวัตร ฐานะเรียกว่าเป็นที่หนึ่งในเมืองไทยก็ได้ ผู้นี้แลเป็นผู้ที่จะอุ้มชาติบ้านเมืองได้ เพราะไม่อดอยากขาดแคลนอะไรพอที่จะไปหากินตับกินปอดประชาชนทั้งประเทศ จะเป็นผู้เชิดชูชาติบ้านเมืองของเราได้เป็นอย่างดี เอาคนนี้แหละเราว่างั้น

เราไม่ได้มองดูกิเลสตัวใหญ่ๆ จึงได้ช่วยอุ้มชูเต็มกำลังความสามารถจนได้เป็นนายกขึ้นมา ครั้นเป็นขึ้นมาแล้วท้องมันยิ่งใหญ่กว่าคนทั่วโลกนี้อีก กินไม่พอๆ กำลังเป็นบ้ายศ เป็นบ้าอะไรก็ไม่ทราบแล้วเวลานี้ ทักษิณ ชินวัตร เป็นบ้าอย่างหนักทีเดียว บ้าชนิดนี้บ้าจะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยไม่ใช่บ้าธรรมดานะ บ้าจะสังหารชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของคนไทยเรา เราพูดตามที่เราได้ยินได้ฟังมา ผู้ที่มาเล่าให้เราฟังไม่ใช่ผู้จะมาโกหก เหมือนกับว่าเขาไม่ทางออกเขาก็มาระบายต่อเรา เราก็พูดตามที่เราได้ยินได้ฟังอย่างนี้

ทักษิณ ถ้าจะเป็นมนุษย์เดินดินเหมือนมนุษย์ทั้งหลาย ให้งด สิ่งที่ทำอยู่เวลานี้เลวสุดยอดแล้ว เอาธรรมมาสอนเวลานี้ ทักษิณมีศาสนาหรือไม่ มีครูบาอาจารย์หรือไม่ เบื้องต้นมีหลวงตาบัวเป็นอาจารย์ของทักษิณ แล้วเป็นยังไงทักษิณเหยียบหัวไปแล้วไม่ใช่เหรอ เวลานี้ยังจะเอาคนทั้งประเทศให้แหลกเหลวไปหมด เป็นยังไงทักษิณไม่พิจารณาบ้างเหรอ เขาเป็นคนทั้งประเทศ เรามันเลยอะไรไปไหน ถ้าว่าหมาก็เลยหมาไปแล้ว มันเป็นสัตว์นรกมาจากไหน ให้รีบแก้ไขตัวเองนะ

ฟังว่าเขียนหนังแส่หนังสือไปถึงจอร์จ บุช จอร์จ แบ๊ช ที่ไหนนู่น เราก็ฟังทราบเพียงเท่านั้น แล้วจะขายเมืองไทย ลากไส้เจ้าของให้กากิน แล้วจะยกตนให้เป็นผู้วิเศษในประเทศไทย จากการเหยียบย่ำทำลายคนทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้จมลงในเมืองไทย จะยกเป็นเอกแต่คนเดียว เอกมันก็เอกตาข้างเดียวไม่ใช่เอกไม่มีใครแข่ง เอกตาข้างเดียว ถ้าบอดนี้แล้วตาบอด ทักษิณจะตาบอดนะ เวลานี้กำลังเป็นเอกตาข้างเดียว เข้าไหมเอกตาข้างเดียว กับเอกไม่มีใครเสมอ หนึ่งไม่มีสองไม่มีใครเสมออย่างหนึ่ง อันนี้มันเอกตาบอดข้างหนึ่งแล้วยังเหลืออีกข้างเดียว ให้รีบสงวนตานะ ไม่งั้นมันจะบอดนะตาทักษิณ ไม่ใช่เอกไม่มีใครเสมอ เอกตาเดียวนะเวลานี้ เราฟังตามประชาชนเขาฟัง เขาไม่มาโกหกเรา เราพูดตามความสัตย์ความจริง

เวลานี้โลกเดือดร้อนมากเพราะทักษิณทีเดียว จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับความเดือดร้อน ยังได้ทราบว่าจะให้พระองค์เซ็นอะไรให้เขาเป็นนายกฯต่อไป ไม่ให้เซ็น เราขอบิณฑบาตผ่านพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ให้เซ็น เอา ไม่ให้เซ็นเขาจะแฉเรื่องอะไรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แฉมาคนทั้งประเทศจะรับแทนหมด ไม่ให้เซ็นอีกนั่นจะว่าไง เราได้ยินอย่างนี้เราก็พูดอย่างนี้ ทำไมมันถึงบัดซบเอาหนักหนาไอ้ทักษิณ ชินวัตร นี่ มันเป็นยังไง ฟังแล้วฟังไม่ได้นะ เราทุเรศมากทีเดียว บ้านี่มันบ้าแบบไหน คนเป็นบ้ายศก็มีบ้างเป็นธรรมดา แต่มันบ้าแบบไหนนี่บ้ายศ จะทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้ล่มจมลงต่อหน้าต่อตา

เราได้ยินมาชัดๆ อย่างนี้ เป็นยังไง เอา ตัดคอเราได้เลย เพราะเราได้ยินอย่างนี้เราก็พูดอย่างนี้ เราเป็นห่วงเป็นใยสุดหัวใจเลย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเราเทิดทูนมาตลอด เราไม่เคยแตะต้องทำลายเลย แต่นี้มันจะเอาไฟมาเผาหมด มันก็ขัดกันละซิกับหัวใจเรา หัวใจเราก็เป็นธรรมล้วนๆ ด้วย ไม่ได้สงสัยเลยการช่วยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ตลอดมา เราไม่เคยมี แล้วคราวนี้กระเทือนมากทีเดียว เราจึงเตือนไปหาทักษิณ ให้รีบแก้ตัวทักษิณ ไม่แก้ตัวจม อย่าอวดดิบอวดดีอวดเด่นยิ่งกว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ใครจะเลิศเลอยิ่งกว่าศาสนาคือองค์ศาสดา เราจะไปเหยียบหัวพระพุทธเจ้าจมแน่ๆ นะ ให้หยุดตั้งแต่นี้ต่อไป

ได้ทราบว่า จะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเซ็นรับรองจะเป็นนายกอีก เราขอบิณฑบาตผ่านพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ขอความกรุณาอย่าเซ็น ถ้าไม่เซ็นเขาจะมาแฉอะไรเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เขาแฉ คนทั้งประเทศจะรับรองหมด คำแฉของเขาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เอา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเทิดขึ้นไว้บนจรวดดาวเทียม คนไทยทั้งชาติจะรับหมดที่แฉมาเรื่องไหน เอา รับจนกระทั่งมาถึงหลวงตาบัว เอา แฉมา หลวงตาบัวจะตอบรับกันทันที ให้เป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดไป ด้วยความเทิดทูนของประชาชน ไม่ใช่ยกขึ้นอย่างดื้อๆ ยกขึ้นด้วยความดีงามของพระองค์เอง

แล้วมาแฉอะไร ตัวกำลังเน่าเฟะอยู่เวลานี้ ลมหายใจยังมีอยู่มันเน่าเฟะทั้งๆ ที่ยังไม่ตาย ไอ้ทักษิณนี่น่ะ มันยังจะอวดดีอวดเด่นไปที่ไหนอีก ทุเรศจริงๆ นะ เรามองคนผิดจริงๆ มันกรรมอะไรหลวงตาบัวก็ไม่ทราบ ทั้งๆ ที่เจตนาเต็มสัดเต็มส่วนที่จะอุ้มชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เราจะอุ้ม ใครจะเป็นผู้ช่วยอุ้มได้นะ ก็คว้าได้ทักษิณนี้ละมาให้อุ้ม ที่ไหนได้มาเหยียบนี่ซี ฟังไม่ได้เลย เราสลดสังเวชเหมือนกัน นี่เราได้ทราบมาอย่างนี้ ให้ท่านทั้งหลายฟัง ที่สะเทือนมากก็คือว่าจะมาบังคับให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเซ็นสัญยิงสัญญาอะไรไม่รู้แหละ ให้เขาเป็นนายกฯต่อไป

ตั้งแต่เป็นอยู่เวลานี้กำลังชาติไทยจะจม ถ้าเป็นปั๊บนี้จมเลยจะให้เซ็นหาอะไร ไม่ให้เซ็น บอกตรงๆ เลย เซ็นไปหาอะไร เอ้า แฉอะไรแฉมาเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คนทั้งชาติจะยกท่านขึ้นตลอด จะเป็นผู้รับเคราะห์รับกรรมอะไรที่ว่าแฉมาๆ นั้นด้วยกันทั้งหมด พากันจำเอานะ เอาแค่นี้ละวันนี้ ได้ยินมาเท่านั้นเฉียดเท่านั้นก็พูดเฉียดเท่านี้ ถ้าหนักกว่านี้ก็จะหนักกว่านี้อีก เข้าใจไหม

         ผู้กำกับ มีข่าวเกี่ยวกับสมเด็จพระสังฆราชดังนี้ครับ

จาก หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ฉบับวันศุกร์ที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๙

หัวข้อข่าวเรื่อง  “โปรดเกล้าฯ ถวายพัดรองสมเด็จพระสังฆราช”

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญพัดรองที่ระลึกงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีถวายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ณ ที่ประทับชั้น 6 ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

        โดยเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 28 มิถุนายน 2549 ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีได้เชิญพัดรองที่ระลึกงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ถวายสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ขณะเดียวกันก็ได้สอบถามถึงพระอาการโดยทั่วไปของสมเด็จพระสังฆราชกับผู้ช่วยพระเลขานุการ    จากนั้นสมเด็จพระสังฆราชทรงประทานหนังสือพระนิพนธ์ อาทิ หลักพระพุทธศาสนา ชีวิตนี้สำคัญนัก ความเข้าใจเรื่องชีวิต วิธีสร้างบุญบารมี และพระราชพิธีทรงผนวช แก่ประธานองคมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หลังเสร็จพิธี ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าพระอาการโดยทั่วไปของสมเด็จสังฆราชนั้น พระองค์ทรงรับสั่งได้คล่อง ทรงฉันได้ บรรทมได้ มีพระวรกายแข็งแรงดีมาก พระอาการทั่วไปไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขณะนี้ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กำลังควบคุมเรื่องภัตตาหาร เพื่อให้ได้พลังงานแคลอรี่ตามที่พระวรกายต้องการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อโรคเบาหวานของพระองค์ ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พระองค์จะเสด็จไปที่ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทันตแพทย์ประจำพระองค์จะได้ถวายการรักษาพระทนต์ ซึ่งก็เป็นการถวายการรักษาตามปกติเท่านั้น

        คำกล่าวของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า ปัจจุบันสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชฯ มิได้ทรงประชวรด้วยพระโรคหลายโรค  มิได้มีพระโรคกำเริบในหลายระบบ ดังที่ได้ถูกใส่ร้าย ซ้ำยังมีพระวรกายแข็งแรง ทรงรับสั่งได้คล่อง ทรงฉันได้ และบรรทมหลับเป็นอย่างดี ถึงเวลาหรือยังที่จะนำเอาพระอำนาจในการบัญชาคณะสงฆ์ของพระองค์ ตามที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาทูลถวายคืนแด่พระองค์ (จาก  ณ. หนูแก้ว)

หลวงตา คืนพระราชอำนาจอะไร (คืนพระราชอำนาจเป็นสมเด็จพระสังฆราช) ใครเอาไป (วัดสระเกศ) มันเอาไปหาสะแตกอะไร ไปเสือกอะไร มันเป็นบ้าเหรอ (เอาไปนานแล้วยังไม่คืนสักที) นั่นแล้วเราตามรอยมันซิจะไปไหน (นี่ฮะเขาเขียนบอกแล้วท่านแข็งแรงดีทุกอย่างแล้ว สมควรจะคืนได้แล้ว เพราะว่าผู้ที่เอาไปก็ไม่ได้เป็นสังฆราช นี่พระองค์เป็นอยู่โดยศักดิ์ สิทธิทุกประการ) ก็พระองค์เป็นอยู่แล้วมันทะลึ่งมาอะไร มันเสือกมาหาอะไร (มีคนสนับสนุนให้ทะลึ่ง) ก็พวกเดียวกันนั่นแหละ คนอื่นเขาไม่ไปทะลึ่งๆ พวกทะลึ่งเดียวกันนั้นแหละจะเป็นพวกไหนไป

พวกเลวบัดซบ ตั้งให้สูงเท่าไรๆ ยิ่งต่ำลงๆ เพราะฉะนั้นเราถึงบอกให้ถอดยศ ก็ออกแล้วนี่ ก็เห็นเงียบไม่เห็นมาว่าอะไรเรา เอา ว่ามา ถ้าลงได้ขึ้นเวทีแล้วโบกมือเลย ไม่มีถอยใคร พิจารณาด้วยเหตุผลทุกอย่างแล้วโบกมือให้มา ให้มาทั้งโคตรเลยบอกงั้น เข้าใจไหม เราก็มีโคตรอยู่ข้างหลังนี่ พูดเล่นพูดจริงเรื่อย เอาละเท่านั้นพอ ใครจะไปถืออะไรกับเราไม่ได้ มีจริงบ้างมีตลกบ้างในนั้น ก็เราไม่มีอะไรกับใคร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก