ทำไมถึงช่วยประเทศลาวมาก
วันที่ 25 สิงหาคม 2549 เวลา 8:00 น. ความยาว 28.17 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ทำไมถึงช่วยประเทศลาวมาก

ก่อนจังหัน

ศาลาใหญ่หลังนอกนั่นน่ะ ใครอย่าขนเอาวัตถุอะไรๆ มาทิ้งที่ศาลาไม่ได้นะ มันเอามาทิ้งไว้ๆ เต็มอยู่นั้นวัตถุ ต้องให้เราทราบเสียก่อน เราเป็นผู้รับผิดชอบในวัดนี้ พวกนี้ไม่ได้รับผิดชอบ อะไรโยนตูมเข้ามาๆ จะเสียหมดนะวัด วัตถุต่างๆ ที่สำคัญมากทำลายวัดได้ดี ทำลายธรรม เอะอะโยนตูมเข้ามาๆ ไม่ได้ถามใครเลยนะ ใครเอามาไม่ได้นะ จับโยนฟัดใส่หัวมันเลย ถ้าบอกขนาดนี้แล้วต้องเอาอย่างนั้นถึงรับกันได้พอดีกับคนหยาบ ใส่เปรี้ยงหน้าผากมันเลย มันเอามาหาพ่อหาแม่มันอะไร ว่างั้นพอดีกัน ไม่ได้หยาบนะ เอาน้ำหนักให้มันเข้ากันได้

มันเลอะเทอะทุกอย่างเดี๋ยวนี้ในวัด มองไม่ทัน พวกนี้มันไม่มีแบบมีฉบับ ได้อะไรมาโยนตูมๆ ผู้รักษาแบบฉบับอรรถธรรมมีอยู่มันหนักใจจะตาย เราด้อมๆ ออกไปศาลานู่นดูไม่ได้แล้วนะ เลอะเทอะมาก แล้วคนที่มานอนอยู่นั้นก็เหมือนกัน ห้ามไม่ให้มานอน บ้านมีเรือนมีไปอยู่กับบ้านกับเรือนตัวเอง นอนเกลื่อนอยู่ มันเลอะเทอะไปหมดแหละเดี๋ยวนี้มองไม่ทันนะความเลอะเทอะ มาทุกแง่ทุกมุม

หลังจังหัน

         ภูเขียวตกลงกับช่างเขาแล้วไม่ใช่เหรอ (ตกลงแล้วครับ) ช่างเขามาที่นี่หรือไง (ไม่ได้มาครับ เขาไปพบหมอที่โรงพยาบาล ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว) เออ หมดปัญหาไปแล้ว เราหลงลืม ได้สร้างตึกให้โรงพยาบาลภูเขียวอีกแห่งหนึ่ง นี่พึ่งห่างเดี๋ยวนี้ละ พักหนึ่ง ตั้งแต่โนนสะอาดผ่านไปแล้ว พิบูลย์รักษ์ ศรีเชียงใหม่ ผ่านไป หยุดพักหนึ่ง นี่เริ่มขึ้นอีกแล้วภูเขียว ดูเหมือนตึกสองชั้น ๙ ล้านหรือไง (ครับ ประมาณ ๙ ล้านสองชั้น) ที่โนนสะอาดหลังใหญ่ ๒๒ ล้าน อีกหลังเล็ก ๘ ล้าน พอดี ๓๐ ล้าน

เวียงจันทน์เราไปเรายังไม่ค่อยได้สนใจกับตึกอะไรมากนัก เรายุ่งแต่เครื่องมือแพทย์ เฉพาะอย่างยิ่งเครื่องตา ยุ่งแต่นี้มากกว่าอย่างอื่น ต่อจากนั้นไปมันจะขยายออกไปกว้างออกไป เดี๋ยวนี้กำลังยุ่งอยู่กับเครื่องมือตา เราจะพยายามให้พอ เพราะคนทั้งประเทศไม่มีเครื่องมือตา ฟังไม่ได้นะ เพราะฉะนั้นเราถึงทุ่มทันทีเลย พูดวันนั้น ๑๖ ล้านให้เลย ไปคราวที่สอง ๑๔ ล้านให้เลย ตาล้วนๆ ถามไม่มี โห อยู่กันยังไง อยู่กันแบบตาบอดเหรือ นี่ละที่ได้ทุ่มให้ๆ  ยังติดต่อไว้อีกด้วยนะเรื่องตา เที่ยวหลังนี้จะทราบกันละ จะพยายามให้พอกับหมอ เดี๋ยวนี้หมอทางเวียงจันทน์กำลังมาอบรมอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดร หมอตากำลังมาอบรมอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดร คือหมอยังไม่ครบ เครื่องมือครบหมอไม่ครบ ต้องให้ได้หมอครบ เราจะพยายามสงเคราะห์ให้พอหายใจกันได้ว่างั้นเถอะ

         (เขาถามมาว่าทำไมหลวงตาถึงช่วยประเทศลาวมาก) นั่นละคนคับแคบ คนเห็นแก่ตัวเห็นแต่พรรคแต่พวก ไม่เหมือนตาพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นตาพระญาณหยั่งทราบ สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายขึ้นครอบโลกธาตุเห็นไหม นี่ธรรมะพระพุทธเจ้าออกเวลานี้ ไม่ใช่ธรรมะของเรา อย่าว่าแต่เวียงจงเวียงจันทน์ มากกว่านี้เรายังจะช่วยไปทั่วโลก ประเทศไทยเราเท่าไรครอบไปหมดแล้ว กระเด็นออกไปเพียงเท่านั้น ทำไมจึงต้องมาถามถ้าไม่คับแคบตีบตัน เห็นแก่ตัว ขายความหยาบโลนอย่างมากมายแล้วจะเป็นอะไรไป เราว่าอย่างนั้น ถ้าไม่ถามมาอย่างนั้นจะไม่เห็นความหยาบของคนนี้

สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายว่าอย่างไร ครอบโลกธาตุ พระพุทธเจ้ามีขอบเขตที่ไหนการช่วยโลกช่วยสงสาร ที่ไหนจำเป็นที่ไหนช่วยทั้งนั้นๆ อย่างเราตัวเท่าหนูนี้ก็ช่วยไปหมด เรียกว่าประเทศไทยนี้ทั่วประเทศไทยเลย อะไรที่แยกออกไปเช่นทางพม่าก็ท่าขี้เหล็ก ให้เป็นล้านๆ นะ นี่ก็ไปเวียงจันทน์ มันรอบด้าน จะมาว่าอะไรเพียงเท่านี้ ครอบโลกธาตุ ธรรมะท่านเป็นอย่างนั้น ท่านไม่ให้จิตใจคับแคบ กว้างขวางไม่มีใครเกินธรรม เกินพระพุทธเจ้าผู้ทรงธรรม ช่วยหมดเลย

บอกไปใครคนถามมาอย่างนั้นให้เอาเข็มไปเย็บปาก แล้วให้บัดกรีเลย แล้วให้โยนข้ามประเทศลาวไปฝั่งแม่น้ำโขงเลยประเทศลาวไป คนเช่นนี้เป็นคนหนักโลก คนขวางโลกเข้าใจไหม โลกเขามองดูหน้ากัน คนคนนี้มันมองดูหน้าใคร เข้าใจไหม มองดูแต่ว่าอย่างมากก็ดูหน้าแม่อีหนู พอแม่อีหนูเผลอแล้วก็จะไปเอาอีกนะคนประเภทนี้น่ะ อย่าให้เราได้ยินเลย ว่าทำไมแต่สงเคราะห์แต่ที่นั่นที่นี่ นี่แสดงว่าเห็นแก่ตัวเอามากมาย เป็นนิสัยสันดานของกิเลส ไม่ใช่นิสัยของธรรม นิสัยของธรรม สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายครอบโลกธาตุเลย นั่นละพระพุทธเจ้าสอนโลก สงเคราะห์โลก เป็นอย่างนั้น

เพราะฉะนั้นจึงบอกให้รีบไปเย็บปากมันเสียแล้วบัดกรีเสียให้เรียบร้อย อย่าให้มันออกมา โลกทั้งหลายเขาจะได้ยินได้ฟังหูจะสกปรกไปหมดโลก ให้รีบไปบัดกรีปากมัน บัดกรีปากเรียบร้อยอย่าให้มันพูดออกไปอีก ปากนี้ปากสกปรก บอกอย่างนั้นนะ คำว่า สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายเท่านั้นครอบโลกธาตุแล้วจะว่าไง มีเขามีเราอะไร ธรรมท่านไม่มี ส่วนแยกเป็นโลกก็แยก ลูกเขาลูกเรา เมียเขาเมียเรา แยกเป็นประเภทๆ ไปใช่ไหม ส่วนรวมก็รวมเป็นระยะๆ จนครอบ จึงว่า สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายครอบโลกธาตุ นี่เวลารวมเป็นอย่างนั้น

ความเห็นแก่ตัว-ความคับแคบตีบตันนี้อย่ามาพูดให้เราได้ฟังนะ เราฟังไม่ได้ เสียงนี้คือเสียงธรรม ฟังไม่ได้ เสียงคับแคบตีบตันคือเสียงกิเลส พูดออกมาก็ปากอมขี้พูดออกมา มันไม่ใช่ปากอมธรรม ปากประเภทนี้ปากอมขี้ ปากอมธรรมกว้างขวาง ไปที่ไหนเย็นหมด นี่ปากอมธรรม ปากอมขี้ไปที่ไหนตีบตันอั้นตู้ เป็นคนขวางโลก ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง นี่ปากอมขี้ ปากอมธรรมกระจายไปหมดเลย คิดอย่างนี้เราก็ยังอดนึกถึงนิทานสดไม่ได้ เขายังดีกว่าปากที่สั่งให้ไปบัดกรีมันน่ะ ปากอันนี้ปากสกปรกมาก เข้าใจไหม จึงให้รีบไปบัดกรีเสียปากอันนี้ อย่าให้คนไทยทั้งประเทศได้ยินเลย ปากที่ว่าเราไปช่วยทางเวียงจันทน์ แย็บออกมาสกปรกล้นโลกล้นสงสารแล้ว

ตั้งแต่คนที่เขาเป็นเสี่ยวกันเขาไปด้วยกันเขายังเห็นใจกันใช่ไหม เอา พูดให้ฟังชัดๆ  เขาเห็นใจกันอย่างไร คนหนึ่งไป วันนี้เอาของเก่ามาซ้ำอีก เพราะมันมาสัมผัส มันมาสัมผัสก็ต้องเอามาพูดอีก นี่เขายังห่วงใยกัน ว่าอย่างนั้นเถอะน่ะ คนนี้จะไปยิงละมั่งหน้าวัดโพธิ ละมั่งมันเต็มทุ่งนา คือแต่ก่อนมีแต่ดงแต่ป่าพวกละมั่งนี้ โถ เป็นหมู่ๆ เป็นพวกๆ ๓๐-๕๐ เต็มไปหมด คนหนึ่งก็เอากาบมะพร้าวจุดไฟถือไปตามกัน จะไปจ่อใส่ดินระเบิดยิง แต่ก่อนมันไม่มีปืนแก็ปก็ไม่มี ปืนคาบศิลาก็ไม่มี  มีปืนประเภทนี้ละ ประเภทเปลือกมะพร้าว เขายังห่วงใยกัน

ตอนที่เขาห่วงใยกัน คือคนนี้คลานเข้าไปๆ พอดีผ้าโจงกระเบนหลุด มองเห็นหำ ไอ้นี้ก็ถือไฟจี้ใส่หำ ไอ้นั่นก็โดดผึง เขายังห่วงกัน อย่ามาๆ แตนๆ นึกว่าแตนตอดหำ ความจริงไฟไหม้ที่หำมัน ก็ไปใกล้ๆ อยู่ๆ ผ้าหลุดออกมา มันก็จี้เอาซิ จี้แล้วโดดผาง อย่ามาแตนๆๆ นึกว่าแตนอยู่พุ่มไม้ ความจริงแตนใหญ่ข้างหลัง

นี่เขายังห่วงกัน เรามันอะไรจึงพูดอย่างนั้นออกมา อย่าพูดให้ได้ยินนะ พูดอย่างนี้เห็นแก่ตัวเอามากมาย ดูไม่ได้เลย ไม่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ สพฺเพ สตฺตา บ้างเลย ใช้ไม่ได้นะ เข้าใจไหมล่ะพวกนี้ที่เขาห่วงกัน คนหนึ่งเอาไฟจี้หำโดดผางไป อย่ามาแตนๆ นึกว่าแตนต่อยหำมัน มันห่วงกัน แต่ความจริงผู้ที่ถูกมันเป็นห่วงนั้นก็คือนั้นละเอาไฟจี้หำมัน ออกมาเห็นแต่ควัน เลยระลึกได้ว่าไอ้นั้นเอาไฟจี้หำก็เลยต่อว่า คนหนึ่งทำจริง คนหนึ่งทำเล่นได้นี่ แต่ก่อนเขาห่วงกัน อย่ามาๆ แตนๆ กลัวแตนต่อยคนนั้น กลัวจะต่อยเพื่อนเขา เขายังห่วงกัน อย่ามาๆ แตนๆ ไอ้เราไม่ห่วงอะไรเลยนี้ สู้ไอ้นั่นไม่ได้ เข้าใจไหม จบแล้ว

พอพูดอย่างนี้เราก็ระลึกถึงเณรน้อยวัดถ้ำกลองเพล มันไปอยู่อเมริกาเดี๋ยวนี้ มันเป็นเณรอยู่ห้วยทราย เรากับเณรเดินไปนี้ปลวกมันยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ปลวกใหญ่ พอเราเดินไปนี้ไปเห็นปลวก เราก็เลยหลบไปยืนแล้วก็ทำท่ามองนั่นมองนี่ ไอ้เณรนี้ก็เถ่อเข้าไป ปลวกฟาดมัน ร้องก้ากๆ ไม่ใช่ธรรมดาร้องว้ากๆ เลย ก็มันหมดฝ่าเท้า ปลวกทั้งฝูง ปลวกใหญ่ด้วยนะ ไม่ใช่ปลวกเล็ก มันก็ฟาดเอาหมดฝ่าเท้า ร้องก้ากๆ เราละดัดมัน พอเห็นปลวกเราก็หลีกไปนี้ ทำท่ามองนั้นมองนี้ไม่มองดินมันจะเห็นปลวก เข้าใจไหม ให้มันมองดูเรา ปลวกมันฟาดเอาร้องก้ากๆ วิ่งใหญ่ เราก็ไม่ลืม นี่เวลาดัดกัน เพียงเท่านั้นไม่มาก พอขบขันดี

(หมอสานิตย์และครอบครัวทำบุญ ๑,๐๐๐ บาทครับ) เออ ดี หมอสานิตย์มาเกี่ยวพันกับวัดมากอยู่นะ ไปที่สวนแสงธรรมก็มาป้วนเปี้ยนอยู่นั้นตลอด ถ้าวันไหนไม่ได้ทำงานดูว่าจะอยู่วัดทั้งวันเลย หมอคนนี้สำคัญอยู่ เราได้เคยจะว่าตำหนิหรือไม่ตำหนิก็ตาม พูดตามหลักธรรม หมอรู้สึกว่าห่างเหินศาสนามากทีเดียว เป็นหมอใหญ่เท่าไรยิ่งเหมือนว่าความรู้ของหมอนี่เลยความรู้พระพุทธเจ้าไป คือเขาเรียนสรีรศาสตร์ที่แก้โรคแก้ภัย สรีรศาสตร์ส่วนต่างๆ ของอวัยวะนี้อันไหนใช้ทางไหนๆ พวกหมอเขาเรียนอย่างนั้น แต่พระพุทธเจ้าเรียนสรีรศาสตร์นี้แยกออกๆ ปล่อยวางๆ แก้กิเลสไปหมดเลย ไม่มีเหลือ

อันนั้นสั่งสมกิเลส ลืมเนื้อลืมตัวไป เลยเห็นความรู้ของตัวเองสูงกว่าความรู้ของพระพุทธเจ้าไปก็ได้ พวกเรียนหมอมักจะทะนงตัว เราเล็งดูเฉยๆ เราพิจารณาดูเป็นอย่างนั้น หมอจึงห่างเหินจากศาสนามากทีเดียว ทุกวันนี้ดูว่าหมอนี้ห่างเหินจากศาสนามาก เท่าที่ผ่านมาไอ้วงราชการผู้ใหญ่ๆ ก็รู้แล้วว่ามันเป็นกองมูตรกองคูถกองใหญ่โต ผู้ใหญ่ๆ นั่น สะแตกไม่อิ่มไม่พอ เหมือนปล่อยหมาเข้าถาน พอปล่อยเข้าถานแล้วจับหางดึงออกหางขาดมันยังไม่ยอมออก มันกินไม่อิ่ม กินตับกินปอดประชาชน เรียกว่าปล่อยหมาเข้าถาน พวกนี้กินไม่อิ่ม นี่อันหนึ่งแล้วมาเกี่ยวกับหมอนี่ละ

นี่ละธรรมว่าตรงๆ นี้เลย เราไม่ได้ว่าใคร เราไม่มีอย่างนั้น เราก็พูดได้เต็มปากซิไม่มี มีเท่าไรหมดตลอด สงสารทุกหย่อมหญ้าไปเลย จะว่าไง พอว่าอย่างนั้นเมื่อวานนี้วิ่งรถไปงูมันก็ผ่านออกมาตามทาง งูๆ รถเขาก็เบา พอดีงูมาถึงกลางทางมันก็หยุด  เราก็เอารถหลีกไป ถ้าไม่อย่างนั้นเหยียบแหลก ถ้าเป็นรถเขาละแหลกเลย รถเราบอกว่างูๆ เท่านั้นละ มันกำลังมากลางทาง เราก็เบารถ เบารถก็เลยหลีกไป มันก็เลยอยู่กลางทาง ไม่อย่างนั้นตาย งูตัวนี้ถ้าเป็นรถคันอื่นตายเลย รถเราไม่เป็นอะไรผ่านได้ เราผ่านไปแล้วเขายังอยู่กลางถนน แต่ไม่มีรถมา ถ้ามีรถมาก็ไม่แน่นะ เดี๋ยวคันหลังมาเหยียบแหลกเลย นี่ไม่มี เขาก็ผ่านไปได้ของเขา

นี่ละความเมตตาทำไม่ลงนะ มันเป็นอยู่ในหัวใจ จิตนี้ที่ลงเต็มที่แล้วอ่อนนิ่มไปหมด เข้าได้หมดเลยทุกตัวสัตว์ ไม่กล้าทำลงคอ จะฆ่าจะอะไรนี้ตายเสียดีกว่าจะไปฆ่าสัตว์  เท่ากับฆ่าเรา มันธรรมดาเมื่อไร นี่อำนาจความเมตตา แต่ก่อนก็ไม่เป็น แต่เวลาเป็นแล้วมันนิ่มไปหมด อ่อนไปหมดในจิตใจนี้ เข้าได้หมดสัตว์ กิ้งก่า-จิ้งเหลนวิ่งผ่านหน้ารถ พอหลีกได้หลีกไปเลย ที่จะไปเหยียบเขาทำไม่ได้นะ เราเคยเตือนเสมอ พอมองเห็นงูบ้าง เห็นอะไรบ้าง บอก รถเขาก็เบา เขาก็หลีกๆ ไปเรื่อยๆ ทีนี้ให้พร

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก