ปล่อยตามมันแล้วไปใหญ่
วันที่ 28 สิงหาคม 2549 เวลา 8:20 น. ความยาว 31.25 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

ปล่อยตามมันแล้วไปใหญ่

ก่อนจังหัน

พวกข้างในที่ทางวัดนี้จัดอาหารไปให้ จัดให้สม่ำเสมอกันหรือไม่ล่ะ ทางนี้จัดแทบล้มแทบตายเพื่อความสม่ำเสมอ แล้วเข้าไปข้างในแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ธรรมกับกิเลสต่างกันนะ ธรรมไปด้วยความเสมอ กิเลสนี่แย่งโน้นแย่งนี้ กิเลสมีอยู่ทุกแห่งมันหนาแน่นมาก ธรรมท่านจัดให้เสมอภาคๆ เรียกว่าธรรม กิเลสนี้มีแต่พุงเราเต็มแล้วเรียกว่าเสมอภาค เสมอภาคนี่พุงเราพุงเดียวพอ กิเลสเป็นอย่างนั้น เวลานี้โลกถึงได้ร้อนมากทีเดียว คือโลกไม่ได้มองดูธรรมเลย มองดูตั้งแต่กิเลส ดิ้นตามกิเลส ไปที่ไหนหาความสุขความสบายจะซุกหัวนอนก็ไม่ได้ โลกกว้างแสนกว้าง มันเป็นเพราะอะไร

ก็ว่ามนุษย์เรานี้เป็นผู้ฉลาด แต่ครั้นแล้วทำไมฟืนไฟจึงมากองเผาอยู่ที่มนุษย์นี้ทั้งนั้นถ้ามันไม่โง่เสียจนเกินไป ให้กิเลสจูงจมูกๆ คำว่าธรรมๆ มันไม่ฟังเลย มันจะฟังแต่เสียงกิเลสตัณหานั่นละ เสียงธรรมมันไม่ฟัง ถ้าลงธรรมได้หมดไปในสถานที่ใด นั้นละทุกข์เพิ่มขึ้นๆ ทั้งนั้นละ

ท่านทั้งหลายมาศึกษาอบรมกับวัดดูให้ดี อย่าสักแต่มาอยู่มากินมาหลับมานอนเฉยๆ ใช้ไม่ได้นะ มันหนักหัวอกเรา วันหนึ่งๆ อกจะแตก ไปสอดนู้นสอดนี้แทรกนู้นแทรกนี้เพื่อความเป็นธรรม ไปที่ไหนถ้ากิเลสมีอยู่ที่ไหนไม่ได้เป็นธรรมแหละ สะดุดหูสะดุดตาสะดุดใจไปเรื่อยๆ ดูให้ดีทุกอย่าง กางหัวใจตนเองกับเพื่อนฝูงให้เสมอกัน ปากท้องตัวเองกับปากท้องเพื่อนฝูงให้เสมอกัน นั่นเรียกว่าธรรม ควรได้กินก็กิน ไม่ได้กิน มันจะอดตายเพราะความเป็นธรรม ขอให้เห็นเสียที ให้ว่างั้นนะ

สอนเจ้าของต้องสอนเด็ดบ้างซิ พอพูดอย่างนี้เราก็ระลึกได้ถึงพระท่านเตรียมครองผ้าจะไปบิณฑบาต ท่านอยู่ในป่าในเขาในครั้งพุทธกาล ท่านมีตำราบอกไว้ บอกไว้เพื่อใครถ้าไม่ใช่เพื่อพวกเรานี่ ครองผ้าจะไปบิณฑบาต จิตมันแย็บขึ้นมา เอ้อ วันนี้ประชาชนเขาจะได้อาหารประณีตบรรจงอะไรใส่บาตรเรานา ว่างั้นนะ ทางธรรมขึ้นทันทีเลย นี่ยังไม่ถึงไหนมันไปหากินก่อนแล้ว หากอบหาโกยก่อนแล้ว ไม่ไปวันนี้ เอ้า ถ้าเก่งให้ไปหากินเอง ท่านไม่ไป ไม่ไปเลย

นี่ในตำรา เห็นไหมท่านดัดท่าน พอครองผ้าทางนี้กิเลสมันไปป้วนเปี้ยนอยู่ตามหม้อข้าวหม้อแกงของประชาชน วันนี้ประชาชนเขาจะเอาอาหารประณีตบรรจงอะไรใส่บาตรเราบ้างนา เท่านั้นละธรรมขึ้นรับกันเลย นี่ยังไม่ถึงไหนมันไปหากว้านเอามาก่อนแล้ว ถ้าเก่ง เอ้าไป ท่านว่างั้น บอกตัวเก่งๆ ให้ไปหา เราไม่ไปวันนี้ วันนั้นอดแหละ เอ้าวันหลังถ้ามันเป็นอีกจะเอาอีก ท่านบอกงั้น วันหลังหมอบเลยกลัวจะไม่ได้สะแตก เข้าใจไหม มันเลยหมอบเลยวันนั้น คำว่าสะแตกเป็นคำหยาบหรือ น้ำหนัก เข้าใจไหม น้ำหนักของธรรม ธรรมไม่ได้คิดละเรื่องว่าสะอาดหรือไม่สะอาดอะไร เอาน้ำหนักแก้สิ่งที่สกปรกโสมมทั้งหลายให้ทันกัน ธรรมท่านเป็นอย่างนั้น

กิเลสมันรักมันสงวนตัว อะไรๆ ก็ให้สวยงามหมดถ้าเป็นเรื่องของกิเลส เป็นกองมูตรกองคูถมาก็สวยงามถ้าเป็นเรื่องของกิเลส ไปพูดอย่างอื่นไม่ได้นะ ต้องบอกว่านี่กองเงินกองทอง ทั้งๆ ที่เป็นกองมูตรกองคูถนั้นแหละ กิเลสให้ว่าอย่างนั้น พากันจำนะ นักภาวนาต้องเป็นนักสังเกต เอาธรรมสอดๆ อย่าเอากิเลสออก ถ้ากิเลสออกแหลกหมดใช้ไม่ได้เลย

ดังที่ว่าตะกี้นี้ พระท่านครองผ้าจะไปบิณฑบาต กิเลสมันออกเพ่นพ่านแล้ว ว่าวันนี้ประชาชนจะเอาอาหารประณีตบรรจงอะไรใส่บาตรให้เราบ้างนา เท่านั้นละ ทางธรรมขึ้นรับกันเลย นี่ยังไม่ถึงไหนพอครองผ้าเท่านั้นมันไปหากว้านเอาก่อนแล้ว ถ้าเก่งไป ท่านบอกท่านไม่ไปวันนี้ ถ้าเก่งไปหากินเองท่านว่า วันนั้นเลยไม่ได้สะแตกกิเลสท่านไม่พาไป วันหลังเอาอีก ท่านบอกไว้ในตำรานะ เอ้า กิเลสตัวไหนมันเก่งออก มันจะควรตายเพราะฟัดกับกิเลสให้รู้ ท่านว่างั้น ถ้ายังเป็นอย่างนี้อีกท่านจะไม่กิน เอาตายถึงกันเลย ท่านว่างั้น นั่นเห็นไหมท่านฝึก ท่านดัดกิเลส ถ้ากิเลสยังเก่งอยู่นี้จะไม่กินๆ เอ้าตายก็ตาย เห็นไหมล่ะ กิเลสมันก็เลยหมอบ ท่านก็เลยพาหากินตามหลักตามเกณฑ์ตามอรรถตามธรรม ไม่ได้หากินแบบกิเลสนะ ให้พากันจำเอา

นี่ละธรรมท่านนำมาสอนโลก ท่านเขียนไว้ทำไม ในตำรามี อันนี้เราได้สะดุดใจ เราได้อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เออ ท่านดัดท่านท่านดัดอย่างนี้ ท่านบอกว่าถ้ามันยังเป็นอย่างนี้อีกจะไม่พากินๆ จนกระทั่งตายด้วยกัน ท่านว่านะ เอา ตายตายเลย ธรรมท่านไม่ยอมอ่อน เอา กิเลสมันจะเก่งขนาดไหนให้เก่งไป จะไม่พามันกิน ท่านว่า มันก็หมอบละซิกิเลส มันกลัวจะไม่ได้สะแตก เข้าใจไหม จำเอานะ สะแตกแปลว่าอะไร แปลว่าแดก

เราไม่มีอะไรกับใคร มีแต่ธรรมล้วนๆ ออก ใครจะว่าหยาบว่าโลนอะไรไม่สนใจ อันใดที่จะเป็นประโยชน์แก่โลก เป็นคติตัวอย่างอันดีงามหนักเบามากน้อยจะออกทันทีๆ ที่ว่าหยาบว่าโลนไม่เคยสนใจ ธรรมท่านไม่สนใจ สิ่งใดสกปรกชะล้างทันทีๆ เลย ให้พร

ท่านเขียนไว้ๆ นี้ก็เพื่อท่านสอนมนุษย์นั่นเอง ไม่งั้นท่านเขียนไว้ทำไม ท่านเขียนไว้เพื่อสอนพวกเรานั่นแหละ ไปอ่านในตำราสะดุดใจกึ๊ก กำลังครองผ้าจะไปบิณฑบาต ทางนี้มันออกไปก่อนแล้ว มันไปหาตีหม้อข้าวหม้อแกงเขาแล้ว วันนี้ประชาชนเขาจะเอาอาหารประณีตบรรจงอะไรใส่บาตรเราบ้างน้า ทางนี้ขึ้นรับกันเลย เหอ ยังไม่ได้ไปมันไปหากินก่อนแล้วเหรอ เอ้า ถ้าเก่งไป ท่านว่างั้น วันนี้เราไม่ไป บังคับไม่ไปเลย เอ้า วันหลังถ้าเก่งเอาอีก มันเก่งขนาดไหนจะเอาขนาดนั้น ถึงขั้นตาย เอา ตาย ท่านว่างั้น หมอบ นั่นเห็นไหมล่ะ ถ้าเอาจริงเอาจังมันหมอบนะ นี่เอาในตำรามาพูดให้ฟัง อ่านในตำราสะดุดใจ ถ้ามันได้สะดุดใจฝังลึกนะ ไม่ลืม โห ท่านดัดจิตท่านดัดอย่างนี้เอง ท่านดัดท่าน มันเก่งขนาดไหนจะเอาตรงนั้นๆ ถึงตายก็จะไม่พามันไป มันก็หมอบ เลยพาไป อย่างนั้นนะ

หลังจังหัน

         วันธรรมดาจะไปตามโรงพยาบาลต่างๆ วันนี้ไปโรงนั้น วันนั้นไปโรงนั้น วันเสาร์อาทิตย์ส่วนมากมักจะไปตามวัด ถ้าวันราชการไปตามโรงพยาบาล เพราะโรงพยาบาลรู้สึกว่าขาดแคลนมาก ขาดแคลนมากจริงๆ แล้วอยู่ที่ซอกแซกซิกแซ็กอย่างนั้นละ เรามักจะไปที่เช่นนั้น ถ้าอยู่ใกล้ถนนหนทางตัวอำเภอเราก็ไม่ค่อยไป ถ้าอยู่ลึกๆ มักจะไปเสมอ เดี๋ยวนี้ไปให้เป็นประจำโรงละสองหมื่นๆ ให้ทุกโรงไปเลย เพราะไปถามเรื่องรายจ่าย เดือนหนึ่งจ่ายประมาณเท่าไร ในโรงพยาบาลนี้จ่ายหมดประมาณเท่าไร เขาก็บอกมีเหลื่อมล้ำต่ำสูงต่างกันในโรงพยาบาลต่างๆ แต่เราก็ประมวลเอามาให้จุดศูนย์กลาง เช่นให้เดือนละสองหมื่นๆ

คือบางโรงสองหมื่นกว่าก็มี สองหมื่นก็มี ส่วนมากหมื่นกว่าโรงพยาบาลอำเภอต่างๆ มีแต่โรงละหมื่นกว่าๆ เว้นแต่โรงพยาบาลใหญ่ถึงจะเป็นอำเภอก็ตาม แต่เป็นโรงพยาบาลใหญ่ เช่นบึงกาฬ หมอตั้ง ๑๐ คน นอกจากนั้นทางฝั่งลาวก็ข้ามมารักษา อันนี้จ่ายมาก แล้วก็ภูเขียว ภูเขียวหมอตั้ง ๑๐ อย่างนั้นละ ถ้าอย่างนั้นจ่ายมาก คือเราไปถามดูรายจ่ายของโรงพยาบาลแต่ละโรงๆ แล้วมาเฉลี่ย เราให้เรียกว่าในฐานเฉลี่ย เช่นให้โรงละสองหมื่น โรงละสองหมื่นๆ

เขาจ่ายเดือนหนึ่งหมื่นกว่า หรือบางโรงก็สองหมื่นกว่า สองหมื่นกว่าอยู่ในย่านนี้แหละ และบางโรงสามหมื่นก็มี ส่วนโรงใหญ่ๆ อย่างบึงกาฬเราไม่ได้ถาม แต่แน่ใจว่าจ่ายมาก..บึงกาฬ ปรกติ ๙๐ เตียง เราก็ให้เยอะนะ เครื่องมือแพทย์ให้เยอะ บึงกาฬคราวนี้ก็ดูว่าได้ให้เครื่องมือ ตึกสามหลังพังหมดว่างั้น ทีแรกขอรถ ขอเครื่องมุงตึกสามหลังพังหมด แล้วรถก็พัง อ้าว ทำไงล่ะเงินเรามันพังก่อนเหล่านี้แล้วนะ เราไม่มีเงินติดกระเป๋ามันพังไปแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เราให้รถคันเดียว เที่ยวหลังไปเลยให้ทั้งสามหลัง ไปเที่ยวแรกให้รถคันหนึ่ง ไปเที่ยวหลังให้เครื่องมุงทั้งสามหลัง.บึงกาฬ ก็อย่างนั้นแหละ ให้ทางนู้นให้ทางนี้ไป ส่วนมากเราจะไปที่อัตคัดขัดสน เช่น บุ่งคล้า เลยบึงกาฬไปอีกนี่ก็อัตคัด เราไปเสมอ ดูเหมือนตั้ง ๔๐-๔๒-๔๓ กิโล จากบึงกาฬไปบุ่งคล้า นี่เราก็ไปถึง ไปส่ง บึงกาฬ โพนพิสัย ปากคาด ไปทั้งนั้นแหละ

         คนเราถ้าไม่ส่งเสริมกิเลสอย่างออกหน้าออกตาและแบบหน้าด้านแล้ว โลกนี้ก็จะอยู่กันเป็นผาสุกนะ ไอ้ปากท้องมีด้วยกันทุกคน แต่ละคนๆ มีคนละปากละท้องๆ เฉลี่ยเผื่อแผ่ท้องเขาปากเขา ท้องเราปากเราใส่กัน แล้วพออยู่พอกินพอเป็นพอไปนะ ถ้าไม่ได้เฉลี่ยเลยมองเห็นแต่พุงตัวเอง ปากตัวเอง พุงนี้ปากนี้เป็นอันตรายต่อพุงต่อปากทั้งหลายที่เขาเป็นธรรม พุงเหล่านั้นพุงบอบช้ำ ไอ้พุงใหญ่พุงโตพุงกินไม่อิ่มไม่พอนี่เป็นพุงมหาภัย ปากมหาภัย

ก็ได้ยินทุกวันจะให้เราว่าอย่างไร จะว่าหาเรื่อง ผู้ที่เขามาพูดนี้ก็ไม่ใช่เขาหาเรื่องนะ เขาก็พูดด้วยความสัตย์ความจริง บางรายอาจจะหงุดหงิดเคียดแค้นให้พวกยักษ์ใหญ่ๆ ปากกว้างๆ ท้องใหญ่ๆ ท้องเท่าภูเขานี้ก็ได้ เขาถึงระบายออกมา พวกนี้กินไม่อิ่ม เขาว่าอย่างนั้น ปากใหญ่มากกว้างมาก ท้องใหญ่มาก ครั้นมองดูแล้วก็เหมือนท้องมนุษย์ แต่ท้องลึกลับมันใหญ่กว่าท้องมนุษย์ เพราะความโลภของมัน กินไม่พอ เราเอามาคิดหมดนะเหล่านี้ ถึงเวลาพูดเราก็พูดออกมา ท้องเหล่านี้เป็นภัยต่อประชาชนทั้งหลายมากทีเดียว

ผู้อดอยากขาดแคลนอดจะตาย ผู้ได้ได้เท่าไรไม่พอ กว้านเข้ามาๆ เราก็ไม่ทราบ ไปสืบถามให้หน่อยนะ เราไม่ทราบว่ามันกว้านมาหาพ่อหาแม่มันอะไร ให้ไปถามดูพ่อแม่ของเขาพาเขากว้านอย่างนี้เหรอ ถึงได้กว้านเอานักหนามนุษย์อะไร เป็นยักษ์เป็นผีเลยมนุษย์มนาไป ให้ไปสืบถามให้หน่อย หลวงตาท่านไม่สามารถจะสืบถามได้ให้ว่างั้น มันปากท้องโคตรไหนแซ่ไหนถึงได้ใหญ่โตเอานักหนา กินบ้านกินเมืองกินตับกินปอดประชาชนแหลกเหลวไปหมด คนทั้งหลายเขาก็มีปากมีท้องเหมือนกันทำไมเขาไม่ได้กินแบบนี้น่ะ ให้ไปสืบดู มันมาจากโคตรไหนปากพวกนี้ท้องพวกนี้น่ะ ให้ไปถามดูให้หน่อยน่ะ

เราไม่ทราบจะไปถามใคร ตั้งแต่โคตรเราหรือก็ตายแล้ว โคตรพ่อเราก็ตาย โคตรแม่เราก็ตาย แล้วโคตรเขาไม่ทราบว่าตายหรือยัง ให้ไปถามดูก็แล้วกัน นี่ละความโลภมากมันเป็นอันตรายต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ใจเป็นธรรมเสียอย่างเดียวปากก็เป็นธรรม ท้องก็เป็นธรรม บีบบังคับไว้ไม่ให้เหนือใจที่เป็นผู้ปกครองรักษาธรรม ให้ผู้นั้นกระจายออกไป ระบายไปทางความประพฤติ หน้าที่การงาน การได้การเสียไม่รุนแรง ถ้าปล่อยให้กิเลสไปกว้านนี้หมดเลย กิเลสนี้กินไม่พอ ไม่มีคำว่าพอคือกิเลส

ท่านจึงเทียบไว้ว่า นตฺถิ ตณฺหาสมา นที แม่น้ำใดๆ ท้องฟ้ามหาสมุทรสู้แม่น้ำตัณหาไม่ได้ ฟังซิ แม่น้ำเหล่านั้นมีฝั่งมีฝา แม่น้ำตัณหาไม่มีเลย ท่วมท้นไปหมด นี่ธรรมท่านสอนไว้ นตฺถิ ตณฺหาสมา นที คือแม่น้ำที่ใหญ่โตรโหฐานที่สุดไม่มีขอบมีเขตเลยคือแม่น้ำแห่งตัณหา ความทะเยอทะยาน เวลาตายแล้วมันก็หนังห่อกระดูก อยากจะเผาก็เผา อยากจะฝังก็ฝังเหมือนโลกทั่วๆ ไป แต่ใจมันพาให้เป็น มันโลภเอาเสียจนจะไม่รู้จักเป็นจักตาย ไม่มองดูป่าช้า โลกเขามีป่าช้า ตัวมันเองไม่มองดูป่าช้าที่มีติดอยู่กับตัวบ้างเลย นี่ละคนนี้คนโลภมาก ไม่รู้เนื้อรู้ตัว หน้าด้านที่สุดก็คือพวกนี้

ถ้ามีธรรมแทรกเข้าไปความหน้าด้านจะบางลง หน้าหนาจะค่อยบางลง ธรรมแทรกเข้าไปตรงไหนมองดูหน้าเขาหน้าเราทั่วถึงกันหมด เสมอภาคกัน เห็นใจเขาเห็นใจเรา ถ้าเป็นใจของกิเลสนี้หน้าหนาไปหมดเลย ตาก็ตาบอดหูหนวกมองหาคนไม่เห็น คนอื่นคนใดไม่เห็น มองเห็นแต่ตัวพุงของตัว ความอยากความทะเยอทะยานของตัวอย่างเดียวเท่านั้น นี่ละกิเลสมันมองที่จะกว้านเข้ามาหาตัวเอง ไม่ได้มองดูเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเลย ให้พากันไปคิดนะนักปฏิบัติธรรม

ตะกี้นี้เราก็ได้พูดแล้ว พระท่านเป็นอย่างนั้นท่านเขียนไว้ในตำรา ท่านเขียนไว้ทำไมถ้าไม่เขียนไว้สอนพวกเราที่เป็นตัวตะกละตะกลามอย่างนั้นน่ะ พอครองผ้าจะบิณฑบาตจิตมันแย็บออกไป ไปหากวนหม้อข้าวหม้อแกงเขาอยู่ในบ้านนู่น วันนี้ไปบิณฑบาตเขาจะเอาอาหารบิณฑบาตประณีตบรรจงอะไรใส่บาตรเราบ้างนา เท่านั้นละนะธรรมขึ้นรับกันเลย เฮ้อ ยังไม่ได้ไปเลยมันไปหากว้านทับหม้อทับไหเขาแล้วนี่ ไม่พาไปวันนี้ ไม่ไป ท่านไม่บิณฑบาต

เอา ถ้ามันเป็นอีกไม่กิน ท่านว่าอย่างนั้นเลย ตั้งข้อเป็นข้าศึกต่อกันเลยกับกิเลสตัวไปทุบหม้อข้าวหม้อแกงเขา เจ้าของยังไม่ไปมันไปเที่ยวหาทุบหม้อข้าวหม้อแกงเขาแล้ว ว่าเขาจะได้เอาอาหารอะไรประณีตบรรจงใส่บาตรเราบ้างนาวันนี้ ธรรมะขึ้นรับกันเลย นี่ยังไม่ถึงไหนเจ้าของยังไม่ไปมันไปก่อนแล้ว ถ้าเก่งไป เราไม่ไปวันนี้ วันหลังถ้าเก่งอีกไม่พาไปอีกมันจะเป็นยังไงน่ะ

ตกลงมันก็หมอบ นี่เห็นไหมถ้ามีผู้คัดค้านต้านทานมันหมอบ ถ้าปล่อยตามมันแล้วไปใหญ่นะ อย่าปล่อยตามมันเรื่องความอยากความทะเยอทะยาน ไม่ใช่ของดิบของดี ถ้าเป็นของดีพระพุทธเจ้าไม่สอนให้ชำระสะสางมัน สิ่งเหล่านี้เป็นภัยต่อมนุษย์ทั้งนั้นแหละ ท่านจึงสอนให้ภัยนี้ห่างไกลจากตน มีธรรมเข้าไปแล้วเป็นสุขใจ ถึงสกลกายจะมีอดอยากขาดแคลนตามโลกอนิจจังก็ตามแต่จิตใจยังดี จิตใจก็เป็นสุข ถ้าให้กิเลสพาไปแล้วไม่มีความสุข จะหามาล้นฟ้าล้นแผ่นดินคนนั้นไม่มีความสุขนะ

เราอย่าเข้าใจว่าเศรษฐีมีเงินเป็นล้านๆ หรือกองเท่าภูเขาว่าเป็นความสุข ความอยาก ความทะเยอทะยาน ความดีดความดิ้นใหญ่กว่ากองภูเขาอีก นั่นละท่วมหัวมัน เผาหัวใจมันอยู่นั้น มันจะเอาความสุขมาจากไหน ดีไม่ดีสู้ตาสีตาสาอยู่ตามท้องนาที่เขามีอรรถมีธรรมไม่ได้ พวกนี้เขาไม่ได้ดีดได้ดิ้นอะไรเขามีความสุข พวกนั้นหาความสุขไม่ได้ พากันจำเอาทุกคนๆ เอาละวันนี้เทศน์เท่านี้ เรายังมีธุระจะไปอยู่ ให้พร

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก