อ่านใจตัวเอง
วันที่ 9 กันยายน 2549 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

อ่านใจตัวเอง

ก่อนจังหัน

วันพระ วันเสาร์ วันอาทิตย์ นี้เป็นวันว่างทางพุทธศาสนาเพื่อทางด้านจิตใจเป็นสำคัญ งานการอะไรๆ จะออกจากใจทั้งนั้น ถ้าใจได้รับการอบรมในทางที่ถูกที่ดีแล้วจะเป็นมงคล ทั้งภายนอกทั้งภายในใจเสียเอง ถ้าขาดการอบรมแล้วสิ่งภายนอกจะมีมากขนาดไหนเน่าเฟะ หาความสุขความเจริญให้บุคคลไม่ได้นะ บุคคลหาความสุขความเจริญได้เพราะการอบรมทางด้านจิตใจ ท่านทั้งหลายอย่ามองข้ามใจ พระพุทธเจ้าน้อมลงที่ใจ มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโนมยา สิ่งทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน สำเร็จแล้วด้วยใจ นี่คือพระวาจาของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เพราะวัตถุๆ นะ

ไปไหนมีแต่วัตถุๆ ไม่เห็นเกิดประโยชน์อะไรถ้าจิตใจไม่ได้รับการอบรมในทางที่ถูกที่ดี เพราะฉะนั้นวันเสาร์ อาทิตย์ วันพระอย่างนี้จึงเป็นวันสำคัญที่เราจะได้อบรมทางด้านจิตใจ หาที่สงบสงัด เช่นอย่างในวัดนี้เพื่อความสงบภายในจิตใจ เพราะใจนี้เป็นตัวดีดตัวดิ้นที่สุดไม่มีอะไรเกินใจ เรื่องดีดเรื่องดิ้นนี่ไม่มีอะไรเกินใจ แล้วไม่มีอะไรจะดับความดีดดิ้นของใจนี้ได้นอกจากธรรมอย่างเดียว อะไรมาดับไม่มีไม่ได้ มีธรรมอย่างเดียวดับฟืนไฟที่มันแสดงเปลวอยู่ภายในจิตใจ ด้วยความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา นี้คือไฟกองใหญ่ ธรรมเป็นน้ำดับไฟดับลงที่ตรงนั้น

โลกถ้ามีธรรมอยู่ในจุดใดดอนใดแล้วจะมีความสุขอยู่ในจุดนั้นดอนนั้น ถ้าไม่มีธรรมแล้วตายทิ้งเปล่าๆ ทั้งโลกนี้แหละ ใครอย่าอวดเก่งว่าดีกว่าธรรม ไม่มีอะไรดีกว่าธรรม ธรรมเลิศเหนือทุกอย่างไปเลย  อย่าเอาสิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นเหมือนมูตรเหมือนคูถไปอวดธรรม แหลกไปหมด ให้มองดูหัวใจตัวเอง ตื่นขึ้นมามันมองดูหัวใจเจ้าของเมื่อไร มองดูตั้งแต่หัวใจที่มีกิเลสอยู่ภายในมันผลักดันให้โลภให้โกรธ ดิ้นอยู่ข้างนอกๆ หาความสงบไม่ได้ ไม่มีทางสงบได้ก็อาศัยการหลับนอน

การหลับนอนนี่เป็นการพักเครื่องคือธาตุขันธ์ของเรา คนเราถ้าไม่ได้นอนแล้วตายได้ง่ายๆ นิดเดียว ไม่มีทางระงับขันธ์ลงได้ ก็ได้ด้วยการนอนด้วยกัน สัตว์โลกจึงพอมีชีวิตชีวาอยู่  ถ้ามีธรรมระงับดับที่ใจเข้าไปอีกแล้วก็ยิ่งเป็นความดีงาม ขอให้พากันจำเอาไว้ ไม่มีใครที่จะเลิศเลอยิ่งกว่าศาสดาองค์เอก ในสามแดนโลกธาตุนี้มีศาสดาองค์เดียวนำธรรมมาสอนโลก จากพระทัยที่บริสุทธิ์เรียบร้อยแล้วสอนโลกไม่ผิด พระทัยที่เต็มไปแล้วด้วยธรรมๆๆ ใจของโลกเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ใจของพระพุทธเจ้าเต็มไปด้วยอรรถด้วยธรรม การแนะนำสั่งสอนสัตว์โลกจึงเป็นความสงบร่มเย็นทั่วหน้ากัน

ให้พากันนำธรรมนี้ไปปฏิบัติ อย่าเห็นอะไรยิ่งกว่าธรรมของพระพุทธเจ้า ธรรมของพระพุทธเจ้าที่จะให้ชัดเจนจริงๆ ให้พิสูจน์ทางด้านจิตตภาวนา พิสูจน์ทางด้านจิตตภาวนานี้จะกราบพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ราบเลย ไม่มีสงสัยเลยความจริงเป็นอันเดียวกัน เมื่อความจริงของเราได้แสดงเต็มตัวแล้วก็ยอมรับความจริงของพระพุทธเจ้าทั้งหลายอย่างราบคาบเท่านั้นเอง ให้พากันภาวนา อยู่ข้างในก็ตั้งใจภาวนานะ ไปที่ไหนๆ เหมือนกัน วัดนี้มันเลอะเทอะมานานแล้ว เราดูแล้วมันจะดูไม่ได้นะ เลอะเทอะมาก ยั้วเยี้ยๆ ตอนค่ำตอนไหนไม่รู้แหละ ไหลเข้าไหลออกอยู่อย่างนั้น ทีนี้เริ่มเตือนบ้างแล้วนะ ระยะนี้เริ่มเตือนแล้ว

คนที่จะเข้าวัดเข้าวา อย่าเอายศถาบรรดาศักดิ์ อย่าเอาเงินเอาทองเอาข้าวเอาของสิ่งนั้นมาอวดธรรม นี้เป็นสถานที่ท่านบำเพ็ญธรรมเพื่อความสงบร่มเย็นและเลิศเลอภายในหัวใจ ไม่มีสิ่งใดที่จะเลิศเลอยิ่งกว่าธรรม อย่านำวัตถุทั้งหลายและยศถาบรรดาศักดิ์มาอวดธรรม แหลกๆ ทั้งนั้น จนกระทั่งวันตายพวกนี้จะไม่เจอความสงบสุข ถ้าใครมีความนอบน้อมต่อธรรม นำธรรมเข้ามาเป็นสรณะของใจแล้ว ผู้นั้นจะมีความสงบสุขร่มเย็น

นี่เราก็พยายาม เวลานี้เข้มงวดกวดขันเวล่ำเวลาบ้างแล้วแหละในวัด ส่วนมากเราจะออกมาตอนห้าโมง ออกมาดูนั้นดูนี้ ถ้าควรเตือนก็เตือน เริ่มละเพราะมันเลอะเทอะจริงๆ อยู่ข้างในครัวนั้นโลกเลอะเทอะนะ พวกเข้ามาก็เข้าไปในครัวก็ไปเลอะเทอะด้วยกัน เลยไม่มีขอบมีเขตมีหลักมีเกณฑ์อะไรเลย เลอะเทอะไปหมด สำหรับทางวัดนี้ไม่มี พระท่านเข้มงวดกวดขันในองค์ของท่านแล้วยังไม่แล้ว ในวงของท่านอีก ก็เลยรวมเป็นวงเข้มงวดกวดขันในศีลในธรรม ในกฎในระเบียบ เลยสวยงามไปตามๆ กันหมด ข้างนอกหรือออกไปทางในครัวไม่ค่อยมีและไม่มี มันเลอะเทอะมาก พากันจำเอา เอาธรรมนี่ไปเป็นขอบเป็นเขตเป็นข้อบังคับ ดัดกายวาจาใจของตนให้สวยงามไปตามธรรมแล้วจะเป็นความสุข จำเอานะ ให้พร

หลังจังหัน

         (คณะคุณเสนาะ เทียนทอง มากราบหลวงตา)

         คุณเสนาะ     ... พี่น้องลูกหลานมาด้วยความศรัทธาแรงกล้า มันธรรมชาติดี คิดถึงย้อนตอนเป็นเด็กๆ ครับ

         หลวงตา       มันเป็นอย่างไรเด็กๆ

         คุณเสนาะ     ผมก็เกิดอยู่ในวัดป่าเหมือนกัน อยู่ชายแดน หน้าหนาวก็อยู่ในกองฟางสมัยก่อน มันหนาวจัด

         หลวงตา       วัดนี้ได้สร้างมาดูว่า ๕๐ ปีพอดี สร้างปี ๒๕๔๙  ๒๕๔๘ สร้างที่จันทบุรี ๒๕๔๙-๒๕๐๐ มาที่นี่ จากนั้นมาจนกระทั่งทุกวันนี้ดูเหมือน ๕๐ ปีพอดี สำหรับบริเวณนี้ เป็นขอบอยู่นี้ให้ประชาชนมาเฉพาะนี้เท่านั้น อันนั้นเขียนไว้แล้วว่าห้ามเข้าๆ คือเป็นเขตพระบำเพ็ญธรรมของท่านต่างหาก ไม่ให้มีใครไปรบกวนเลย นอกจากจะเป็นฆราวาสที่เป็นลูกศิษย์พระในวัดนี้เป็นรายสองรายเข้าออกๆ นอกนั้นไม่มีใครเข้า ภาวนากัน บริเวณสำหรับประชาชนมาเข้าได้แค่นี้ ออกๆ ทางนู้นไม่ให้เข้า ท่านภาวนา

         คุณเสนาะ     ผมไปทำไว้ที่วังน้ำเย็น วังน้ำเย็นก็เหมือนกันครับ เป็นป่า ผมไปสร้างโบสถ์อยู่บนเขา พระป่าที่วังน้ำเย็นอยู่บนเขา และมีกุฏิเล็กๆ อยู่ในป่าครับ พระก็จำวัดอยู่ในป่า เหมือนกันเลยครับ ป่าใหญ่มีที่ประมาณสัก ๓๐๐ กว่าไร่ เป็นป่า เป็นเขา

         หลวงตา       อันนี้ก็พอๆ กัน ดูเหมือน ๓๐๐ กว่าไร่  บริเวณนี้เข้าไปข้างในจะมีแต่กระต๊อบๆ นะ กุฏินั้นจะมีรอบๆ เล็กน้อยสำหรับรับแขกรับคน ท่านผู้มีเกียรติมาก็ให้พักรอบๆ ส่วนเข้าไปภายในเป็นที่บำเพ็ญเพียรของพระ จึงมีแต่กระต๊อบๆ เต็มไปหมด แล้วไม่ให้ใครเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เขียนติดไว้ห้ามเข้าๆ คือไม่ให้เข้าไปข้างใน ที่เป็นทำเลภาวนาของพระ

         คุณเสนาะ     ผมมานั่งดูพี่น้องอย่างนี้แล้ว ผมดูแล้วก็ไปปลง คนมีเงินเป็นแสนๆ ล้านที่จิตใจไม่สบาย มันโลภมาก สถานภาพพวกเรานี่อยู่สบายกว่าเยอะ นั่นอยู่กับไฟทั้งนั้นเลย ไปไหนก็ไม่ได้

         หลวงตา       ที่ว่าวังน้ำเย็นอยู่ตรงไหน อำเภอ จังหวัดอะไร

         คุณเสนาะ     อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้วครับ

         หลวงตา       อ๋อ จังหวัดสระแก้ว วังน้ำเย็นเราก็ไม่ค่อยได้เที่ยวซอกแซกจังหวัดสระแก้ว ผ่านไปมา เช่นอย่างไปเทศนาว่าการ

         คุณเสนาะ     เมื่อปี ๑๖ เป็นดงดิบ มันเป็นรอยต่อระหว่างจันทบุรี เมืองชลนะครับ แล้วแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา และระยอง ตอนนั้นสระแก้วยังไม่มี ผมไปแยกสระแก้วออกจากปราจีน เป็นป่าดงดิบ เดี๋ยวนี้เตียนหมดเลย เดี๋ยวนี้ถนนหนทางไปไหนมาไหนก็สร้างไว้ตลอด คนอีสานไปอยู่ที่นั่น ๘๐ เปอร์เซ็นต์

         หลวงตา       พอพูดถึงเรื่องคนอีสานไปอยู่ที่นั่น ทำให้คิดถึงสถานที่เขตจังหวัดสระแก้วทำไมพื้นที่จึงไม่ค่อยดีนักนะ เป็นเพราะเหตุไร พื้นที่ราบเรียบแต่ว่าไม่มีปุ๋ยมีมันพอที่จะปลูกสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นมาได้ เป็นเพราะเหตุไร

         เสนาะ          ที่นั่นอุดมสมบูรณ์ครับ

         หลวงตา       พื้นที่เรียบราบนะ แต่มันไม่ค่อยมีปุ๋ย ต้นไม้ไม่ค่อยขึ้นดี แล้วสิ่งเพาะปลูกต่างๆ คนก็ไม่กล้าไปทำอะไร เช่นไร่นานี้ก็ไม่ค่อยไปทำ

         เสนาะ          อ๋อ แถวตาพระยา มันเป็นป่าโปร่ง ต้นไม้ก็เยอะครับ มีอยู่ช่วงหนึ่งชาวบ้าน ๒๐ กว่าปีหากินอะไรไม่เป็น นอกจากเผาถ่าน วันหนึ่งมีรถขนถ่านจากที่นั่นไป ๒๐ กว่าคันรถสิบล้อ ๒๐ กว่าปี ต้นไม้ไม้เต็งหมดเลย เดี๋ยวนี้ก็เลยเป็นดินทราย ผมไปทำเขื่อนให้เขาที่นั่นอ่างเก็บน้ำนะครับ ก็ต้องมาขุดลึกลงไปตั้งหลายสิบเมตร แล้วเอาดินเหนียวอัดเข้าไป น้ำมามันก็ซึมลงไปข้างล่างเป็นดินทรายไหลลงไปเขมร

         หลวงตา       ที่ว่าตลาดระหว่างเขมรกับอรัญประเทศเมืองไทยเรานะ น่าดูจริงๆ นะ ตลาดใหญ่นั่นน่ะ

         เสนาะ          เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตลาดโรงเกลือ ผมไปสร้างไว้เองครับ

         หลวงตา       อ๋อเหรอ นี่ตัวสำคัญอยู่นี้ เราละมองนู้นมองนี้ไม่มองดูตัวสำคัญ

         เสนาะ          ผมก็เป็นคนเซ็นให้มีด่านถาวรระหว่างเขมรกับไทย ตอนนั้นผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมก็เลยให้มีการเปิดด่านครับ

         หลวงตา       เป็นตลาดใหญ่

         เสนาะ          เดี๋ยวนี้กำลังสร้างถนน หลวงตาครับเดี๋ยวปีหน้าไปสบายละ จากอรัญประเทศจะไปที่นครวัดนครธม เดี๋ยวนี้ไปจะต้องเดินทาง ทางมันลำบาก ประมาณสัก ๖ ชั่วโมง ๗ ชั่วโมง ทางมันเหมือนโลกพระจันทร์ แต่ตอนนี้กำลังสร้างทางเข้าไปจากปอยเปต จากอรัญนี่กำลังสร้างอยู่ ๑๕๐ กิโล

         หลวงตา       ๑๕๐ ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน

         เสนาะ          จากอรัญไปถ้าทางเสร็จก็วิ่งชั่วโมงกว่าๆ ถึงแล้ว

         หลวงตา       นี่ไปถึงแค่ตลาดใหญ่เท่านั้นแหละ ไม่ได้เลยเข้าไป

         เสนาะ          หลวงตาไปแล้วเหรอ

         หลวงตา       ไม่ทราบว่าจะตอบว่าอย่างไร

         เสนาะ          ทีนี้หลวงตาไปแถวนั้นไม่บอกผมไม่ได้แล้ว ผมไม่ยอมหรอก

         หลวงตา       คือไปดูตลาดใหญ่แถวนั้นหลวงตาไป

         เสนาะ          แอบไปเมื่อไรผมไม่รู้เลย

         หลวงตา       ไปตอนที่ท่านนอนหลับนั่นแหละ หลวงตาเคยไป เกี่ยวกับเรื่องการเทศนาว่าการช่วยชาติ ไปเทศน์ที่นั่นที่นี่ สระแก้วเหล่านี้ไปหมดไปเทศน์ พอไปแล้วได้โอกาสออกทางนู้นทางนี้เที่ยวไป จึงได้เห็นบ้างเล็กๆ น้อยๆ ไม่มากนัก

         เสนาะ          นั่นละถิ่นกำเนิดผมอยู่นั่นละครับ วัฒนานคร ผมอยู่อำเภอวัฒนานคร จากวัฒนานครไปอรัญ ๒๐ กิโล

         หลวงตา       เข้าไปถึงตลาดอรัญ เข้าไปในตลาดเลยนะ ฉากไปๆ นั่งรถผ่านไปอย่างนั้น

         เสนาะ          ระวังถูกของเขมร ของเขมรแรง

         หลวงตา       เป็นอย่างไร (ไสยศาสตร์ครับ) อ๋อ ถ้าเขาแรงเราก็ค่อยเสีย ยากอะไร เขาแรงเราแรงเดี๋ยวปากแตก เข้าใจไหม ถ้าเขาแรงเราก็เบาเสีย ไปก็ไม่ได้ไปนาน คือเที่ยวผ่านไปผ่านมาเฉยๆ จากนั้นแล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลย พอได้มาพูดบ้างเล็กน้อยเท่านั้นเอง

         เสนาะ          ออกพรรษาแล้วผมจะมานิมนต์หลวงพ่อไปเทศน์ให้ชายแดนฟัง

         หลวงตา       ดินแถวนั้นไม่ค่อยดี เป็นอย่างไรไม่ทราบ ทำไร่ทำนาไม่ค่อยขึ้นครับ (ในวังน้ำเย็นดีมากครับหลวงตา) ที่เราไปนี่นะ ที่อื่นๆ เราก็ไม่ไปเห็น เห็นเฉพาะทางเดินผ่านไป ดูสองฟากทางไป ไม่ค่อยมีไร่มีนา คือปลูกมันไม่ค่อยขึ้นท่า (น้ำไม่ค่อยพอ) ไปซอกแซกละหลวงตานี่เกี่ยวกับเรื่องการช่วยชาติ เทศน์จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ เรียกว่าทั่วประเทศไทย เทศน์ไปเรื่อย อย่างที่ว่าไปที่สระแก้วก็ไปเทศน์นั้นเอง เทศน์ที่สระแก้ว ไปทุกแห่งไปเทศน์ที่นั่นที่นี่

         ดีแล้ววันนี้ได้มาพบกัน นานๆ ได้มาพบกัน นี่เราเคยไปบ้านนะ เราเคยไปเยี่ยมบ้านหนหนึ่ง จำไม่ได้ มันอยู่ตรงไหน (เมืองทองธานีครับ) เคยไปเยี่ยมบ้านท่าน เคยไปหนหนึ่ง พอได้มาพูดบ้าง

         วัดป่านี่เราก็รักษาสภาพของวัดไว้ บริเวณข้างในนี้มีแต่ที่ภาวนาของพระทั้งนั้นไม่มีใครเข้าไปยุ่งกวนได้เลย เราเขียนห้ามเข้าๆ ไว้หมด ใครมาก็ให้มาแค่นี้ออกๆ ข้างในเป็นทำเลภาวนาของพระ พระเวลานี้ตั้ง ๕๘ องค์ คือเราบังคับเอาไว้ เปิดไม่ได้วัดนี้จะเป็นตลาดพระ เราให้เพียง ๕๘ องค์ กะว่าพอดี ผู้นี้อยู่ที่นี่ทางจงกรมมี ที่ท่านภาวนามีเฉพาะๆๆ ถ้าเลยนั้นไปมันคับแคบการภาวนาไม่สะดวก จึงมี ๕๘ องค์ ๕๘ ที่ ที่ภาวนาพอดีๆ เข้าไปบริเวณนี้มีแต่ที่ภาวนาของท่านทั้งนั้น เราไม่ไปแตะนะ เราช่วยชาติก็ช่วย แต่เราไม่เคยไปแตะการภาวนาของพระซึ่งถือเป็นกิจสำคัญมากทีเดียว วัดนี้จะไม่มีการอ่อนข้อทางด้านภาวนา เข้มงวดกวดขันตลอดมา

เราช่วยโลกเราก็ช่วย แต่เราไม่เข้าไปแตะพระ เรื่องความพากเพียรของพระนี้เข้มงวดกวดขันตลอดมา ตั้งแต่เราเริ่มสร้างวัด เรารักเราสงวนทางภาคปฏิบัติ พูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็คือว่า เราได้ธรรมมาสอนโลกนี้ก็ออกจากนี้แหละ ออกจากในป่าในเขาตามถ้ำเงื้อมผาออกมาสอนโลก ทีนี้เวลาพระท่านมาบำเพ็ญนี้ เราก็ให้ท่านอยู่สะดวกสบายเพื่อบำเพ็ญธรรม จึงไม่ให้ใครเข้าไปแตะต้อง ห้ามเลย จะมีแต่โยมที่รับใช้พระคนหนึ่งสองคนเข้าออกๆ นอกนั้นไม่มี ห้ามขาดเลย ภาวนาสะดวกสบาย พระนี้ดูมัน ๕๘ องค์ เต็มอยู่ในป่านี้มีแต่ที่ภาวนาของพระทั้งนั้น เราเข้มงวดกวดขันมากทางด้านจิตตภาวนา ก็มีเลอะๆ เทอะๆ อยู่จากนี้ออกไป มีเท่านั้นละ เราได้เข้มงวดกวดขันอยู่เสมอ จากนี้ไปไม่มีใครเข้าไปยุ่งละ สะดวกสบายตลอดเลย

วันนี้ดีแล้วได้มาเยี่ยมวัดป่าด้วยที่ไหนด้วย ศาลานี้ก็เป็นหลังหนึ่ง ศาลาใหญ่นั้นสำหรับมีการมีงาน ถ้ามีการมีงานก็ออกไปศาลาใหญ่ ถ้าธรรมดาก็อยู่ที่ศาลาหลังนี้พอดี ให้พอเหมาะพอดี ที่เขาจะสร้างให้น่ะเยอะนะ เราไม่เอา เราสร้างทางด้านจิตใจมากกว่าด้านวัตถุ ด้านวัตถุนี้มันทับจิตใจให้มีแต่ความอับเฉาเศร้าหมอง ถ้าเปิดทางจิตใจให้จิตตภาวนาได้ก้าวเดินสะดวกแล้วจิตใจนี้สง่างาม อยู่ในร่มไม้ชายเขาที่ไหนสง่าอยู่ภายในใจ จ้าอยู่นั้น ต่างกันนะ วัตถุหรูหราฟู่ฟ่าใจหมอบไม่ดีเลย ใจสว่างจ้าครอบโลกธาตุ วัตถุเหล่านั้นจะมีมากมีน้อยไม่สำคัญ สำคัญที่ใจมีความสง่างามจากการอบรม มีจิตตภาวนาเป็นสำคัญ

นี่ละวัดนี้จึงสงวนมากทีเดียว เรื่องจิตตภาวนาไม่ให้ใครมาแตะได้เลย เปิดโอกาสให้พระจากนี้เข้าไปข้างในไม่ให้ใครเข้าไป เราเป็นคนเข้มงวดกวดขันเอง พระท่านก็สะดวกในการภาวนา ดีละวันนี้ได้มาเยี่ยมวัดป่า ไปก็ให้ภาวนานะ ได้ภาวนาไหมล่ะ หือ เดี๋ยวจะไล่เบี้ยเข้าไปละ มาหาที่ภาวนา ถามเรื่องภาวนาไม่ได้เรื่องแล้วถูกเนรเทศนะ (หลวงตาครับ อันนี้เป็นกิจวัตรของผม) เอ้อ นั่นละต้องถือเป็นกิจวัตร (อันนี้ผมถือเป็นชีวิตเลย) เออ ภาวนาทำความสงบใจ (ผมบวชเมื่อปี ๒๔๙๙ บวชอยู่พรรษาหนึ่ง มาสึกเอาปี ๒๕๐๐ พอดี กึ่งศตวรรษ ๕๐ กว่าปีแล้วแป๊บเดียว) เออ ให้ได้ภาวนาจิตใจจึงสงบดี นี่คนมีมากอยู่ตลอด สำหรับวัดนี้คนมากนะ มากตลอดอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ (เห็นชาวกรุงเทพก็มากันเยอะ) โอ๋ย เยอะ ส่วนมากมีแต่กรุงเทพเต็มอยู่เหล่านี้ มันจะมีพวกนี้ที่ไหน มีแต่กรุงเทพเงียบๆ เต็มอยู่นี่ ทางสะดวก ไป ๕-๖ ชั่วโมงถึงกรุงเทพแล้ว

(นักเรียนชั้น ม.๖/๑๕ ๔๓ คน ครู ๒ คน ถวาย ๑,๓๐๓ บาทครับ) เออ พอใจๆ นักเรียนก็ให้มีการอบรมจากทางวัดทางวาไป แล้วจะเป็นนักเรียนที่ดี เวลาว่างครูพามาฟังการอบรม การอบรมเป็นเสียงธรรมเข้าสู่ใจ ใจก็เป็นธรรม เวลาผลิตออกจากใจแล้วก็จะเป็นธรรมไปเรื่อยๆ สวยงาม ธรรมจึงเป็นของสำคัญมาก อะไรจะเลิศเลอขนาดไหนก็ตาม ไม่มีอะไรเลิศเลอยิ่งกว่าธรรมภายในใจ พระพุทธเจ้าสอนธรรมท่านนำธรรมภายในใจนี้ออกสอนโลก พระสงฆ์สาวกทั้งหลายท่านนำธรรมออกใจท่านไปสอนโลก

แต่ทุกวันนี้กลายเป็นด้านวัตถุ ไปที่ไหนมีแต่วัตถุ มันสอนโลกได้ยังไง แต่จิตใจคนต่ำลงไปทุกวันๆ นี่คือไม่มีธรรมในใจ มีแต่วัตถุ ไปที่ไหนสร้างนั้นสร้างนี้ยุ่งไปหมด หัวใจไม่สร้าง มันก็หาความสง่างามความสงบร่มเย็นไม่ได้ ให้พากันบำรุงรักษาจิตใจให้สง่างาม ถ้าใจสง่างามอย่ในกระต๊อบก็สบาย ถ้าใจเป็นฟืนเป็นไฟเสียอย่างเดียว เหมือนเขาเอาคนไข้ไปอยู่โรงพยาบาลชั้นไหนก็ตาม จะได้ยินเสียงครวญครางลั่นอยู่ข้างบนโน้น เพราะความทุกข์อยู่ที่คนไข้ ไม่ได้อยู่ที่ตึกรามบ้านช่องสูงๆ อันนี้ความสุขก็อยู่ที่ใจ ขอให้ได้รับการอบรมด้วยดีจากการจิตตภาวนาเป็นสำคัญมาก จิตตภาวนาคืออ่านใจตัวเอง แล้วจิตจะสงบร่มเย็น ไปที่ไหนจะสบายๆ พากันจำเอา ต่อไปนี้จะให้พร

เมื่อวานนี้พอดีทางภักดีชุมพลมาขอรถคันหนึ่ง เราไม่ให้ คือทางนี้เราให้บ้างแล้ว เมื่อวานไปทางโซ่พิสัย พอดีโซ่พิสัยไม่มีรถ เราไม่ให้ขอ เราให้เลย เมื่อวานนี้โซ่พิสัยให้รถคันหนึ่ง อย่างนั้นละที่ไหนที่จำเป็นขอไม่ขอไม่สำคัญ ความจำเป็นออกมารับทราบกันแล้วจัดการกันทันที อย่างโซ่พิสัย นั่นเราทำเมื่อวาน นี่ทางภักดีชุมพลเขามาขอ เราเคยให้บ้างแล้ว เขาว่าใช้มาได้ ๔ ปีชำรุด ไม่ให้ รถ ๔ ปีเราเคยแล้ว ตั้ง ๗-๘ ปีมัง (ผมจะไปยกฉัตรที่วัดโพธิฯ เขา ๙ โมง ๓๙ นาที) เออ ๙ โมง ๓๕ เอ้อ พอดีแล้วนี่ พอดีไป พอดีเลย เอ้อ ไปสวัสดีนะ ดีละวันนี้เป็นมงคล

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก