บุญบาปปรากฏที่ใจแห่งเดียว
วันที่ 18 ตุลาคม 2551 เวลา 18:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อค่ำวันที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

บุญบาปปรากฏที่ใจแห่งเดียว

          วันนี้วัดเราก็มีการทอดกฐิน พึ่งเสร็จเรียบร้อยไปวันนี้ แล้วในวันนี้ทั่วประเทศไทยจะมีกฐินกันมากมาย คำว่ากฐินคำว่าสร้างความดีทั้งหลายนี้เป็นขนบประเพณีของชาวไทย หรือของมนุษย์เรา ในที่ต่างๆ ทั่วประเทศทั่วโลกเขานิยมถือบุญถือบาปกันเหมือนมนุษย์เราทั่วๆไปนั้นแหละ แต่การถือศาสนา ศาสนาใดจะถูกต้องแม่นยำแค่ไหนก็ถือไปตามบุญตามกรรมของตน ไม่ได้เป็นที่แน่นอนทั่วๆไปนะ

อย่างพุทธศาสนานี่เป็นพุทธศาสนาของท่านผู้เลิศเลอ เป็นผู้สิ้นกิเลสแล้ว คือพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของศาสนา การแนะนำสั่งสอนสัตว์โลกจึงไม่ค่อยมีผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปไหน เราได้เกิดมาพุทธศาสนานับว่าเป็นบุญเป็นกุศลอย่างยิ่งแล้ว ขอให้สืบทอดขนบประเพณีอันประเสริฐเลิศเลอนี้ไว้ทุกหัวใจคน กิริยาแห่งการแสดงออกของชาวพุทธย่อมเป็นไปเพื่อความเรียบร้อยดีงาม แต่กิริยาของสัตว์ที่ไม่มีบุญ

มีบาปติดใจ ไม่สนใจกับบุญกับบาป แล้วแต่จะทำอะไรนั้นหาประมาณไม่ได้นะ ฅคนผู้มีขอบเขตมีเหตุมีผลมีหลักมีเกณฑ์มีข้อบังคับตัวของเราเอง ไม่อยากทำก็ต้องทำเมื่อถึงกาลบบเวลาที่ควรจะทำ

ส่วนความดีเป็นเครื่องปกครองจิตใจ ระงับดับใจนั้นเขาทำกันตลอด ส่วนความชั่วช้าลามกไม่มีใครบังคับ แต่มันอยากเองชอบเองทำเอง นี่เอาประมาณไม่ได้นะ การสร้างบุญสร้างกุศลถ้าให้ปรากฏจริงๆ แล้วไม่เป็นกิริยาภายนอกออกมาโดยถ่ายเดียว มีแต่บุญกุศลล้วนๆ แล้วคือจิตมีความรักใคร่ใกล้ชิดต่ออรรถต่อธรรม ระลึกถึงความดีงามที่ควรจะบำเพ็ญให้มีมากขึ้น แล้วพยายามกำจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย เรียกว่าบาปให้ห่างไกลจากจิตใจของตนเสมอ นี่เรียกว่าผู้มีศาสนา ผู้ไม่มีศาสนานั้นอยากทำอะไรก็ทำตามใจชอบ ครั้นเวลาตายแล้วมันไม่เป็นไปตามใจชอบ มันเป็นไปตามกรรมต่างหากนะ ให้พากันจำเอาไว้

มนุษย์เราสัตว์ทั่วโลกเกิดขึ้นเพราะอำนาจแห่งบุญแห่งกรรม ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างลอยๆตามความต้องการที่ชอบจะเกิดในสถานที่ใดก็เกิดได้ตามความต้องการอย่างนั้นไม่ใช่ เกิดมาด้วยอำนาจแห่งบุญแห่งกรรม อย่างเรามาเกิดนี้ใครมาชี้บอกแถวทางให้เรามาเกิด บางรายก็เป็นสัตว์อยู่ในน้ำบนบกบนฟ้าบนอากาศ ไม่มีช่องว่างที่สัตว์จะเกิดไม่ได้ เกิดได้หมด แต่สำหรับคนบุญมีช่องที่จะให้เกิด คนชั่วไม่มีช่อง มันว่างไปหมด อยากเกิดได้ตามต้องการ สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นไปตามต้องการ  เป็นไปตามอำนาจแห่งกรรมแห่งบุญแห่งกุศลต่างหาก

จึงขอให้พากันคำนึงถึงใจ เกิดมานี้เราไม่มีพ่อมีแม่ที่ไหน บุญกรรมนั่นละจะเป็นพ่อเป็นแม่  ข้าศึกศัตรูก็คือนั้น ข้าศึกศัตรูได้แก่ความชั่วช้าลามก มันติดใจผู้ใดที่ตนได้สร้างขึ้นมาแล้วอันนั้นก็เป็นบาปเป็นกรรมเป็นคู่กรรมคู่เวรแก่ตนเอง ถ้าบุญกุศลใครได้สร้างได้ก่อได้สั่งสมเอาไว้อันนั้นก็เป็นคู่พึ่งเป็นพึ่งตายของตัวเองเท่านั้นละ เพราะฉะนั้นท่านจึงว่ากมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตํ บุญกรรมย่อมเป็นเครื่องจำแนกแจกสัตว์ทั้งหลายให้เป็นคนดีคนชั่วต่างกัน เรื่องชั่วไม่อยากต้องการอยากเป็น ความชั่วไม่อยากทำละ แต่มันหากมีธรรมชาติอันหนึ่งอยากให้ทำอยู่ภายในใจ คนที่ทำอะไรส่วนมากมักจะทำด้วยความชอบใจ ชั่วก็ตามดีก็ตาม ความชอบใจชอบแล้วทำได้ทั้งนั้น ถ้ากล่อมเกลาใจไม่ทำ ดีมันก็ไม่ทำ ชั่วมันก็ไม่ทำ แต่จิตนี้มันมีที่อาศัย มันต้องอาศัยการดีการชั่ว

เพราะอย่างนั้นจึงให้พากันฝักใฝ่ต่อความดีทั้งหลาย ไม่อยากทำก็อย่าเชื่อความชั่วนะ ไม่อยากทำถ้าเป็นความดีแล้วให้ทำลงไป ถ้าเป็นความชั่วแล้วอยากทำเท่าไรก็ไม่ให้ทำ นี่เรียกว่าใจที่มีเจ้าของ ใจมีเจ้าของต้องฟังเสียงเจ้าของสั่งเสียอะไร ไม่ให้ทำสิ่งใดก็ไม่ทำ ให้ทำสิ่งนั้นเป็นของดีก็ทำ เรียกว่าเจ้าของของใจเรา มีสติ สติเป็นสำคัญ จิตใจเป็นธรรมชาติสำคัญอันหนึงที่จะได้รับการฝึกฝนอบรมจากเจ้าของ ถ้าจะปล่อยให้เป็นไปตามบุญตามกรรมก็เกิดไปตามบุญตามกรรมอย่างนั้นละ สัตว์น้ำสัตว์บกนรกอเวจีใครอยากไปเกิด แต่มันก็ไปเกิดได้ตามอำนาจแห่งบุญกรรมที่ตนตกแต่งตัวเองไปในทางที่ผิดที่ถูกก็เกิดไปตามนั้น เสวยกรรมไปตามนั้นอย่างนั้นละ ให้พากันระมัดระวังนะ

คำว่าบุญบาปจะปรากฏที่ใจแห่งเดียว ที่ชัดเจนกับเจ้าของเอง อย่างอื่นไม่ค่อยปรากฏ การทำชั่วความร้อนก็ร้อนอยู่กับตัว การความดีก็เย็นอยู่กับตัว นี่ละบุญกรรมอยู่กับใจนะ ไม่ได้อยู่กับฟ้าแดดดินลมที่ไหน อยู่กับใจของเรา ให้พาไปอบรมใจให้ดี  การภาวนาก็คือระงับดับฟืนไฟที่เกิดขึ้นจากใจนั่นเอง ให้เป็นกระแสที่นุ่มเย็นขึ้นมาสำหรับภายในตัว เวลาจะหลับจะนอนก็ให้ไหว้พระสวดมตน์ด้วยความตั้งอกตั้งใจเสียก่อน แล้วสวดมนต์ได้มากน้อยเพียงไรเราก็สวด แล้วจะภาวนาเราก็ภาวนา

การภาวนาคืออบรมจิตไม่ให้คิดให้ปรุงไปสิ่งภายนอก นอกจากอรรถจากธรรมอย่างเดียว ให้คิดเฉพาะภายในใจอยู่กับธรรม เช่นเรากำหนดพุทโธก็ให้จิตมีสติตั้งอยู่กับพุทโธ มีสติรักษาอยู่เสมอ เช่นเราว่าพุทโธๆ ให้มีสติติดอยู่กับพุทโธ ธัมโม หรือสังโฆก็ให้มีสติติดแนบอยู่อย่างนั้น ท่านเรียกว่าภาวนา ห้ามความคิดไม่ให้ปรุงไปในที่ต่างๆ สิ่งต่างๆที่ไม่ดี หักจิตใจเข้ามาสู่ความดีงามของตน เรียกว่าการฝึกฝนอบรมจิตใจ

อย่าสักแต่ว่ากินว่านอน ตั้งแต่เกิดมานี้นานเท่าไร เกิดมานี้ได้กี่ปีคนเรา ทั้งหญิงทั้งชายทั้งสัตว์ทั้งบุคคล แต่สัตว์เราไม่คิดถึงเขาละ คิดถึงตัวของเราที่เป็นมนุษย์ซึ่งมีสาระคุณกว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นอันมาก ให้คิดถึงตัวของเรา ตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาแต่เช้าจนกระทั่งถึงค่ำนี้นะเราได้ทำความชั่วช้าลามกประการใดบ้าง แล้วได้ทำความดีอย่างใดบ้างหรือไม่ ให้คำนึงตัวเสมสอ ให้บวกลบคูณหารตัวของเรา ถ้าเป็นผลลบแล้วก็เสียท่าเสียทาง ขาดทุนสูญดอก ถ้าเป็นฝ่ายดีแล้วก็เรียกว่าได้ผล เป็นที่พอใจ

ใจนี้เป็นของไม่ตาย ให้พากันทราบเอาไว้นะ ว่าตายที่นี่ไปเกิดที่นั่นก็เหมือนกับว่าบ้านเรือนเราพังอยู่ไม่ได้แล้วก็ออกจากบ้านนี้ไปปลูกหลังใหม่สร้างขึ้นมา ถ้ามีเงินมีทองมีข้าวมีของสมบัติดีงามมากเราก็สร้างที่อยู่ที่กินที่อาศัยทุกสิ่งทุกอย่างได้ดี ถ้าไม่มีบุญมีกุศลบ้านหลังเก่าพังลงไป หลังใหม่ไม่ปรากฏที่จะมีขึ้นมาตอบแทนเพราะไม่มีสมบัติ อย่างนี้ก็แย่คนเรา ต้องได้เสาะแสวงหาไว้เสมอ

บุญนี้พากันตกแต่งไปเถอะ ถ้าไม่มีบุญแล้วหมดหวังนะคนเรา ความสมหวังอยู่กับที่บุญของเรานั้นแหละ ไม่ได้อยู่ที่บาปนะ บาปมีแต่ทำให้ผิดหวังทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะสัตว์จะบุคคลไปเกิดในภพใดแดนใดไปเกิดด้วยความผิดหวัง ความสมหวังไม่ค่อยมี ถ้าเราได้สร้างบุญสร้างกุศลไว้แล้วก็เกิดในที่สมหวัง อายุยืนนาน สิ่งเสวยทิพสมบัติก็มีมากมูนไพศาล ถ้าไม่มีบุญมีกรรมเสียอย่างเดียวอดยากขาดแคลนจนจะเป็นจะตายก็ไม่ได้กิน ทุกข์ยากลำบากอยู่เช่นนั้น เรียกว่าคนไม่มีบุญ คนมีบุญอยู่ที่ไหนสิ่งที่จะมาสนองความต้องการนี้ดีทั้งนั้นละ เพราะฉะนั้นเราต้องการของดีก็ขอให้พากันแสวงหาบุญกุศล หาความดีงามใส่ตน อย่าหาแต่ความชั่วช้าลามกใส่ตน ตายแล้วจะจม อันนี้ก็พากันจำไว้ทุกคนนะ

จุดที่จะรวมจริงๆ รวมที่ใจนะ..บุญกุศล ไม่มีที่อื่นที่ใดทั้งหมดเป็นที่สถิตอยู่ของบุญของบาป ไม่มีที่อยู่ของคนมีบาปมีบุญ มีบุญกับบาปเท่านั้นอยู่ที่หัวใจ ใจเป็นที่รับรองทั้งหมดเรื่องบาปก็ดี บุญก็ดี ความสุขก็ดี ความทุกข์ก็ดี จะเกิดที่ใจ ใจเป็นผู้แบกผู้หามผู้เสวยความสุขความทุกข์ จึงต้องเลือกบุญเลือกกุศล ไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าทำ คนทำบาปมากๆ คือคนไม่เลือกการกระทำของตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำตามความชอบใจ ไม่ได้คิดคำนึงถึงความดีความชั่วประการใดเลย ครั้นเวลาเกิดขึ้นมามีแต่สิ่งไม่สมหวังๆ ไปเสีย แม้ที่สุดสมบัติที่ตนใช้สอยอยู่อาศัยอยู่ทั้งวันทั้งคืนจนวันตาย มันก็กลายเป็นฟืนเป็นไฟไปหมดเสีย มันไม่ได้เป็นสิ่งให้เราภาคภูมิใจ จึงต้องสร้างความดี สร้างความดีนี้ไปเกิดที่ไหนก็มีแต่ความดีงามละ ให้พากันจำเอาไว้นะบรรดาพี่น้องทั้งหลาย

พระพุทธเจ้าเป็นอัจฉริยบุคคล เป็นบุคคลชั้นเอก ใครจะมาเป็นศาสดาสอนโลกได้อย่างพระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์พุทโธนั้นมีไม่ได้นะ มีพระพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นสอนโลกให้เป็นคนดิบคนดี ส่งไปสวรรค์-นิพพานได้ นอกจากนั้นสอนไม่ได้ เจ้าของสอนเจ้าของก็ไม่เป็นท่าเป็นทาง แล้วพาเจ้าของจมลงในนรกทั้งๆที่อยากไปสวรรค์อยู่นั้นแหละ ให้ระวังตัวนี้นะ คือการกระทำมันอยู่กับความอยาก อยากทำอะไรก็ทำ อยากทำอะไรก็ทำ คนมีบุญมีบาป คนมีจิตเป็นเจ้าของ มีสติเป็น เจ้าของของจิตแล้ว อยากทำก็คำนึงเสียก่อน ว่าทำลงไปแล้วจะดีหรือชั่ว ถ้าไม่ดีก็ไม่ทำ ถ้าดีแล้วไม่อยากทำก็ต้องทำ ให้พากันจำเอานะ

การปฏิบัติใจนี่เป็นของสำคัญ ภพน้อยภพใหญ่ที่มาเกิดนี้ใครตกแต่งเอาได้ กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตํ บุญกุศลจำแนกแจกสัตว์ทั้งหลายให้มีความประณีตเลวทรามต่างกัน คนมีความลามกจกเปรตภายในจิตใจไปเกิดในภพใดชาติใดมีแต่ความผิดหวัง ได้รับตั้งแต่ความทุกข์ความทรมาน ผิดกับคนมีบุญเป็นไหนๆ คนมีบุญไปเกิดที่ไหนสิ่งที่มาสนองความต้องการมีแต่ของดิบของดีทั้งนั้นละ เพราะฉะนั้นจึงเลือกเฟ้นตั้งแต่เป็นต้นเหตุ คือการกระทำของตัวเอง อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ดี ไม่เหมาะสม

ใครจะเกิดเป็นชาติชั้นวรรณะไหนก็ตามมันอยู่ใต้อำนาจแห่งกรรมด้วยกันทั้งนั้นละ เกิดเป็นสตัว์ก็อยู่ในอำนาจของกรรมดีกรรมชั่ว เกิดเป็นเทวบุตรเทวดา อินทร์ พรหม ก็อยู่ใต้อำนาจแห่งความดีความชั่ว เพราะอย่างนั้นจึงคัดเลือกความดีความชั่วที่ตนจะทำลงไปด้วยดี อย่าสักแต่ว่าทำ  แล้วความเสียท่าจะมาเสียกับเรานั่นเองนะ พากันจดจำเอา การภาวนาเวลาจะหลับจะนอนก็ให้ภาวนาให้ดี มีสติอยู่กับคำบริกรรม เช่นพุทโธๆ ให้มีสติติดอยู่นั้น จิตใจของเราก็สงบเย็นเข้ามา เย็นเข้ามา พอจิตหยุดจากการทำงานทางโลกทางสงสารทางกิเลสตัณหาแล้วจิตก็เป็นธรรม ปรุงขึ้นก็เป็นธรรม เช่นเราปรุงจิตไปทางอรรถธรรมก็จิตเป็นธรรม ถ้าจิตปรุงในทางชั่วช้าลามกเป็นบาปเป็นกรรมจิตก็เป็นบาป ความทุกข์ก็อยู่กับจิต ความสุขก็อยู่กับจิต ให้ระมัดระวังจิตของตนให้ดีนะ

ผู้มีกิเลสอยู่ได้ระมัดระวังรักษาทั้งนั้นละ  อยู่เฉยๆคิดไปตามความชอบใจจนกระทั่งวันเกิดถึงวันตายก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ถ้าคิดไปด้วยความระมัดระวังของเราใจมีเจ้าของ มีผู้รักษาระมัดระวังก็ไม่ทำในสิ่งที่ชั่ว สิ่งใดที่ชั่วก็ละไปๆ สิ่งใดดีก็ทำขึ้นมานะ การภาวนานี่สำคัญมากทีเดียว การทำบุญให้ทานเป็นกิ่งก้านแขนงของรากแก้วรากฝอยคือการภาวนา การภาวนาสำคัญมาก การภาวนานี้ผู้ไม่ได้ภาวนานี้ไม่รู้จักนะว่าจิตเป็นอย่างไร นักภาวนาเท่านั้นจะรู้ใจของตนว่าใจเลิศใจเลอ หรือใจเลวทราบต่ำช้าก็ตาม จะรู้ที่ใจของตน

ถ้าใจได้รับการอบรมอยู่เสมอแล้วจะเป็นใจที่ดี ชุ่มเย็น คิดไปที่ไหนก็เบิกบานหรรษา ถ้าคิด ไปในทางที่ชั่วใจไม่ดีไปไหนก็เป็นฟืนเป็นไฟ เอาความชั่วมาเผาเจ้าของไม่ดีเลยนะ จึงขอให้ท่านทั้งหลายจดจำเอาไว้ การภาวนาเป็นสิ่งจำเป็นมาก เป็นการบำรุงต้นศีลต้นธรรมขึ้นด้วยดีนะ การภาวนานี่เรียกว่าเป็นการบำรุงต้นศีลต้นธรรมดี ถ้าขาดภาวนาแล้วเหมือนต้นไม้ที่ไม่มีรากแก้ว คอยแต่จะโค่นล้มได้ตลอดเวลา ถ้ามีรากแก้วแล้วต้นไม้ต้นนั้นก็หนาแน่นมั่นคงสืบยาวต่อไป เพราะฉะนั้นจิตใจถ้ามีรากแก้วคือบุญกุศลเป็นพื้นฐานแล้วก็เป็นใจที่แน่นหนามั่นคง เชื่อตัวเองได้ ให้พากันจำเอานะ

วันนี้เทศน์มากก็ไม่ได้เพราะเหนื่อย ทั้งวันๆก็มีแต่พูดแต่เทศน์อยู่ตลอดเวลา ขอทุกท่านนำไปจำ จำเอาไว้ให้ดี คำว่าจิตสงบ จิตสงบคือจิตไม่คิดไม่ปรุง ถ้าปรุงก็ปรุงกับคำบริกรรมภาวนา เช่นปรุงกับพุทโธๆ จิตก็ทำงานอยู่กับพุทโธ ทำงานอยู่กับธรรม จิตก็เย็น ถ้าจิตทำงานกับกิเลสเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ตลอดนะ ให้พากันภาวนา พุทโธเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร สะเทือนโลกธาตุ ใครระลึกถึงพุทโธจิตคนนั้นจะมีคุณค่ามีราคา ใครจิตไม่มีพุทโธเกิดแล้วตายทิ้งเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร เหมือนสัตว์ทั้งหลายเขาเกิดเขาตายไม่เห็นแปลกกัน ถ้าจิตของคนที่มีพุทโธ ธัมโม สังโฆ มีบุญมีกุศลติดใจแล้วไปที่ไหนก็เป็นมงคล ให้พากันจำเอาทุกคน

วันนี้ไม่เทศน์มากละ เพียงเท่านี้ ขอให้ทุกๆ ท่านนำไปพินิจพิจารณาอุตส่าห์พยายามตัวเองไป รักษาใดสู้รักษามนุษย์ไม่ได้นะ รักษามนุษย์นี้รักษายากมาก มนุษย์ก็คือตัวของเรานั้นแหละ ผู้จะทำความชั่วจ้ออยู่ตลอดเวลาก็คือเรา ผู้อยากจะทำคุณงามความดีบุญกุศลก็คือเราเอง เพระาอย่างนั้นจึงประคับประครองใจของเราให้เป็นไปตามทางที่ถูกที่ดี ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าก็เป็นที่พึงใจ การเทศนาว่าการในวันนี้ก็เทศน์ได้เพียงเท่านี้ เพราะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทั้งหลายโดยทั่วหน้ากันเทอญ

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

       www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

      และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

    พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก